แจ้ง ปปป.เอาผิดอดีตผู้ว่าฯ โคราช ปมเอื้อประโยชน์เอกชน

กรุงเทพฯ 13 มิ.ย.- ทนายความ พร้อมชาวบ้าน แจ้งความตำรวจ ปปป.เอาผิดอดีตผู้ว่าฯ โคราช ปมทำหลักฐานเท็จ เอื้อประโยชน์เอกชนใช้ที่ดินหลวง-ลำน้ำสาธารณะ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ พร้อมนายสมบุญ เต๊งผักแว่น ตัวแทนชาวบ้าน ต.นากลาง จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป.แจ้งความให้ดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กับพวกรวม 4 คน ในข้อหา มาตรา 157 โดยมีการทำหลักฐานการตรวจสอบสภาพภายในโครงการนิคมอุตสาหกรรมใน อ.สูงเนิน อันเป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อเอื้อประโยชน์แก่โครงการสามารถยึดที่ดินหลวงไปกว่า 10 ไร่ และลำน้ำสาธารณะไปใช้ประโยชน์แก่โครงการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายกฤษฎา เผยว่า ตนมาแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ 4 คน ประกอบด้วย 1.ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา (ในขณะนั้น) 2.นายอำเภอ 3.นายก อบต.และ 4.กำนัน ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำรายงานการสอบข้อเท็จจริงของ จ.นครราชสีมา ฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 อันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรบอกให้แจ้งโดยมีเจตนาพิเศษหรือมีมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิดเพื่อต้องการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษทางอาญา


ประเด็นแรก เรื่องลำน้ำสาธารณะกุดปืน ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ร่วมกันบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยระบุว่า “จากการตรวจสอบพื้นที่จุดร้องเรียนเห็นชัดเจนโดยสภาพว่าสภาพลำน้ำสาธารณะยังคงมีสภาพเช่นเดิม มีลักษณะเป็นคลองน้ำ และไม่มีการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆไปทับที่ดินสาธารณะหรือลำน้ำสาธารณะที่จะเป็นเหตุให้ลำน้ำสาธารณะมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไปในการสิ้นไร้ประโยชน์ และประชาชนก็สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ โดยบริษัทนิคมอุตสาหกรรมมิได้หวงห้ามแต่อย่างใด ลำน้ำสาธารณประโยชน์ดังกล่าวประชาชนพลเมืองยังใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อยู่จนถึงปัจจุบัน”

ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จทั้งสิ้น โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน กระทำไปเพื่อต้องการให้ผู้กระทำผิดต้องหลุดพ้นจากความผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย ถือเป็นการร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาติและประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เนื่องจากมีพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ปี พ.ศ.2517 แสดงให้เห็นเส้นทางของลำน้ำกุดปืนเป็นเส้นตรงทอดยาวไปตลอด แต่ต่อมาประมาณปี 2547-2548 บริษัทเสนอทำโครงการเขตประกอบอุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 1,567 ไร่ 25.8 ตร.ว.จนกระทั่งโครงการดังกล่าวได้รับอนุญาตตามแผนที่ท้ายประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 เมื่อพิจารณาจากแผนที่แนบท้ายดังกล่าวเห็นได้ว่า สภาพลำน้ำกุดปีนถูกเบี่ยงเบนเส้นทางน้ำให้มีลักษณะโค้งไปโค้งมา เพื่อประโยชน์แก่พื้นที่โครงการ และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำเห็นได้จากในฤดูน้ำหลาก ก็จะปล่อยน้ำออกจากลำน้ำกุดปืนมาท่วมบ้านเรือนประชาชน แต่ภายในโครงการน้ำกลับไม่ท่วม ส่วนในฤดูแล้ง ก็จะกักเก็บน้ำไว้ในบ่อภายในโครงการจำนวนหลายบ่อ แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าไปเอาน้ำในลำน้ำกุดปืนได้ เพราะบริษัทไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในโครงการ เนื่องจากเป็นนิคมปิด

ประเด็นที่สอง เรื่องที่ดินสาธารณะประโยชน์ภายในโครงการ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ร่วมกันบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า “เดิมทำเลกุดปืนมีเนื้อที่ดิน 6 ไร่ 2 งาน 97 ตร.ว. แต่มีการเลิกใช้ประโยชน์เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เมื่อนิคมอุตสาหกรรมมาซื้อที่ดินใกล้บริเวณดังกล่าว มีที่ดินสาธารณประโยชน์อยู่กลางที่เอกชนไม่มีการใช้ประโยชน์นาน จึงมีสภาพตื้นเขิน บริษัทนิคมอุตสาหกรรม โดยความยินยอมของประชาชนในสมัยนั้น ยินยอมให้พัฒนาเป็นคูคลองสวยงามสะอาดตาและมีสภาพคลองสาธารณประโยชน์ ไม่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม” ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จทั้งสิ้น โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนกระทำไปเพื่อต้องการให้ผู้กระทำผิดหลุดพ้นจากความผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย ถือเป็นการร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาติและประชาชนหรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เนื่องจากที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวแต่เดิมสมัยปู่ ย่า ตา ยาย หลายชั่วอายุคนแล้ว ใช้ที่ดินเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ และในบริเวณดังกล่าวก็มีลำน้ำสาธารณะกุดปืนทอดยาวตลอด ที่ดินบริเวณนี้จึงเหมาะสำหรับเป็นที่เลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านในตำบลนากลางมาโดยตลอด


ตามกฎหมายถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ใดจะเข้ายึดถือครอบครองเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะตนนั้นไม่ได้ แต่บริษัท นิคมอุตสาหกรรมมีการแสดงแผนที่แนวเขตเบี่ยงเบนเส้นทางลำน้ำกุดปืนให้อ้อมไปด้านหลังที่ดินหลวง โดยมีเจตนาพิเศษต้องการครอบครองที่ดินหลวงกว่า 10 ไร่นี้ไปเป็นประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง เห็นได้จากแผนที่แนบท้ายลำน้ำกุดปืนถูกเบี่ยงเบนลำน้ำ โดยมีลักษณะโค้งไปโค้งมาและอ้อมไปด้านหลังแปลงที่ดินสาธารณประโยชน์ ส่วนด้านหน้ามีการถมลำน้ำเพื่อให้มีสภาพที่ดินเป็นผืนเดียวกัน ขัดแย้งกับภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ปี พ.ศ.2517 อย่างสิ้นเชิง

เพราะตามแผนที่ทหารมีที่ดินสาธารณประโยชน์และเส้นทางของลำน้ำกุดปืนเป็นเส้นตรงผ่านแปลงที่ดินสาธารณประโยชน์ แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน อ้างว่าที่ดินสาธารณประโยชน์มีการเลิกใช้ประโยซน์เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เมื่อนิคมอุตสาหกรรมมาซื้อที่ดินใกล้บริเวณดังกล่าว มีที่ดินสาธารณประโยชน์อยู่กลางที่เอกชนไม่มีการใช้ประโยชน์นานจึงมีสภาพตื้นเขิน บริษัท นิคมอุตสาหกรรม นวนคร จำกัด และบริษัท แคนนอน จำกัด โดยความยินยอมของประชาชนในสมัยนั้น ยินยอมให้พัฒนาเป็นคูคลองสวยงามสะอาดตาและมีสภาพคลองสาธารณประโยชน์ ไม่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั้น หากข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติตามที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน รายงานมาเช่นนี้ เหตุใดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน จึงไม่ดำเนินคดีกับทั้งสองบริษัท ในข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์หรือครอบครองที่ดินสาธารณะประโยชน์ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องในทันที

เพราะที่ดินดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ตั้งแต่สมัยปู ย่า ตา ยาย สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ใดจะยึดถือครอบครองเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะตนนั้นไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามที่ระเบียบและกฎหมายกำหนดไว้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดและได้รับโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้วว่าเมื่อประมาณต้นปี 2565 ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในโครงการดังกล่าวแล้วเห็นว่ามีการนำที่ดินสาธารณประโยชน์ไปใช้โดยมิชอบ

ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนย่อมมีหน้าที่ในการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในทันที แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จึงไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามหน้าที่และอำนาจของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน และเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยทำรายงานการตรวจสอบพื้นที่อันเป็นเท็จ การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ

กทม. 30 ส.ค.-“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ ขอบคุณประชาชนให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเคลื่อนไหว แชร์โพสต์จาก Voice TV ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงยอมรับผลคำวินิจฉัยศาลและขอบคุณประชาชนเมื่อวานนี้ โดยเป็นช่วงที่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า “ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อประเทศอย่างภาคภูมิใจตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลต่อจากนี้จะนำโอกาสกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้“ จากนั้นได้มีการแชร์ภาพบรรยากาศภายในตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย จนถึงการแถลงข่าวเสร็จสิ้น.-316.-สำนักข่าวไทย

เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน-ตะวันออก

กทม. 30 ส.ค.-กรมอุตุฯ รายงานไทยฝนเพิ่มขึ้น เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน และตะวันออก โดยเฉพาะ จ.บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – […]

“อนุทิน” ยันเสียงพอตั้งรัฐบาล ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62

พรรคภูมิใจไทย 29 ส.ค. – “อนุทิน” ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62 มั่นใจเสียงเพียงพอตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ ขอทำงานเพื่อประเทศ 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย รับเงื่อนไขพรรคประชาชน ขณะที่ “เพื่อไทย” โผล่ พร้อมหนุน 10 เสียง ส่วน ”กลุ่มสุชาติ“ หนุน 16 เสียง ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังกลับจากเดินทางไปพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน และแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความพร้อมในการที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป เพื่อให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไข และคลี่คลายโดยเร็ว ทำให้การขับเคลื่อนประเทศไทยที่รักของเราได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการหยุดชะงัก […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]