fbpx

“ศักดิ์สยาม”แจงงบคมนาคมปี 65 กระจายการลงทุนทุกระบบคมนาคม

กรุงเทพฯ 2 พ.ค.-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงแผนลงทุนในงบประมาณประจำปี 2565 ยืนยันไม่ได้ทุ่มงบสร้างถนนอย่างเดียว  แต่เปิดกว้างการลงทุนนอกงบประมาณกว่า 2.5  แสนล้านบาท พร้อมโชว์มาสเตอร์แผน MR-MAP สร้างระบบขนส่งคู่ขนาน เพิ่มทางเลือกการเดินทาง และยืนยันประมูลรถไฟทางคู่โปร่งใส


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในการอภิปรายงบประมาณประจำปี 2565 โดยระบุว่า กรณีที่มีการอภิปรายระบุถึงงบประมาณ ของกระทรวงคมนาคมว่า มีการลงทุนส่วนใหญ่ในโครงการก่อสร้างถนน นั้น กระทรวงฯ ขอชี้แจงถึงงบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปี 2565 มี 2 ส่วน 1.เป็นงบประมาณปกติ วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท  2.เป็นเงินนอกงบประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายนายกรัฐมนตรีว่า  ถ้าจะใช้งบประมาณอย่างเดียว คงไม่สามารถขับเคลื่อนการลงทุนตามเป้าหมายได้

ดังนั้นการผลักดันโครงการ  โดยจัดใช้เงินนอกงบประมาณจะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ โดยแบ่งออกเป็น การเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ (พีพีพี) , เงินกู้กระทรวงคลัง และงบกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ซึ่งเมื่อนำมาพิจารณาทั้งหมด จะเห็นว่า 4   มิติระบบขนส่งของกระทรวงฯ ทั้งน้ำ ราง บก และอากาศ เงินงบประมาณที่ใช้ลงทุนมากสุด คือ ระบบราง 2.4 แสนล้านบาท เป็นงบผูกพันไปอีก 3-4 ปี ส่วนที่ 2 เป็นระบบทางบก 1.6 แสนล้านบาท ทางอากาศ 5.3 พันล้านบาท และน้ำ 829 ล้านบาท


ส่วนข้ออภิปราย ที่ระบุว่า การตั้งงบประมาณโครงการขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม มีหลายโครงการมีความซ้ำซ้อน เช่น กรุงเทพฯ – นครราชสีมา(โคราช) ซึ่งมีทั้งโครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ขอชี้แจงว่า ความจำเป็นที่ต้องดำเนินการหลายโครงการนั้น   เช่น  ถนนมิตรภาพมีจำนวนรถใช้ผิวถนน  7 หมื่นคันต่อวัน เทศกาลมีรถมากกว่า 1.1 แสนคันต่อวัน สิ่งที่เห็นคือถนนไม่พอกับรถ ทำให้เกิดการจราจรติดขัด   นอกจากนั้นมีปัญหาอุบัติเหตุ เรื่องนี้เป็นความจำเป็นที่เราต้องก่อสร้างระบบประเภทอื่น เช่น มอเตอร์เวย์  เพื่อแยกการเดินทางของรถบรรทุกขนาดใหญ่ออกจากรถเล็ก ซึ่งก็จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และลงทุนในเส้นทางที่ผ่านจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากเป็นจังหวัดประตูสู่ภาคอีสานมีประชากรจำนวนมาก และยังเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กรุงเทพฯ – โคราช เป็นการสร้างเมืองการคมนาคมเชื่อมต่อในอนาคต  โดยทั้งโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน – โคราช ,รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง เมื่อก่อสร้างเสร็จก็จะสนับสนุนการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายในระบบขนส่งได้มาก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้กระทรวงฯ พิจารณาการพัฒนาโครงการผ่าน 5 เรื่อง คือ 1.ตัดถนนแนวตรงเพื่อสัญจรสะดวก หลีกจากทางเดิม ไม่ผ่านเข้าชุมชน 2.ลดปัญหาเวนคืน 3.กระจายการพัฒนาพื้นที่ใหม่ 4.สร้างชุมชนใหม่ และ 5.แยกการจราจรในเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระทรวงฯ รับโจทย์มาปฏิบัติ จัดทำมาสเตอร์แพลน MR-MAP บูรณาการก่อสร้างระหว่างรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์ ให้สร้างในแนวเดียวกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาใช้งบมอเตอร์เวย์ กรมทางหลวง (ทล.)

สำหรับมาสเตอร์แพลน MR – MAP ประกอบไปด้วย 3 เส้นทางสำคัญเชื่อมเหนือ – ใต้ คือ 1.เชียงราย – สงขลา เชื่อมเขตเศรษฐกิจเหนือใต้และเพื่อนบ้าน 2.หนองคาย – แหลมฉบัง เชื่อมอีอีซี และ 3.บึงกาฬ – สุรินทร์ เชื่อมกับฝั่งลาว ส่วนแนวเชื่อมตะวันออก -ตะวันตก มี 6 เส้นทาง คือ  1.เส้นทางตาก – นครพนม 2.กาญจนบุรี – อุบลราชธานี 3.กาญจนบุรี – สระแก้ว 4.กาญจนบุรี – ตราด 5.ชุมพร – ระนอง และ 6.ภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี


ขณะนี้โครงการนำร่องพิจารณาลำดับความสำคัญ โดยจะทำการศึกษาความเหมาะสมใน 3 เส้นทางก่อน คือ 1. เส้นทางชุมพร – ระนอง เพราะมีความสำคัญเชื่อมเขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ 2.เส้นทางอีอีซี.เชื่อมแลนด์บริดจ์ และ 3. เส้นทางจากอีอีซี.เชื่อม จ.นครราชสีมา เพื่อกระจายสินค้าจากพื้นที่อีอีซีเข้าภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน  เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายขนส่งสินค้าลดต้นทุน อีกทั้งจะลดปัญหาการเวนคืนที่ดิน การแยกชุมชนหลายครั้ง รวมไปถึงลดการลงทุนของภาครัฐเหลือแต่เฉพาะค่าเวนคืนที่ดิน เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนลักษณะพีพีพีทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อลดภาระให้กับประเทศ

ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังอยู่ระหว่างผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์จะเชื่อมโยงการค้าไทย เอเชีย และโลก อาจไม่แล้วเสร็จในช่วงของผม แต่เป็นการเตรียมงานให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อยกขีดความสามารถประเทศในอนาคต ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาที่ตั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน คาดว่าภายใน 1 ปีจะได้ผลการศึกษาเพื่อจัดมาร์เกตซาวดิ้ง

ส่วนประเด็นกรมทางหลวง ทางหลวงชนบท และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รับผิดชอบโครงข่ายถนนได้ไม่ดีนั้น  ต้องชี้แจงว่าปัจจุบันโครงข่ายถนน 7 แสนกิโลเมตร ทล.รับผิดชอบ 5.2 หมื่นกิโลเมตร ส่วน ทช. 4.8 หมื่นกิโลเมตร และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แสนกิโลเมตร มีการแบ่งกันชัดเจน

ส่วนประเด็นที่ระบุว่า ทุกจังหวัดไม่ต้องมีสนามบิน ต้องชี้แจงว่าปัจจุบันไทยมีสนามบินของรัฐ 35 แห่ง 29 แห่งอยู่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เป็นสนามบินภายในประเทศ 6 แห่ง เป็นสนามบินระหว่างประเทศ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยการบริหารทั้งหมดในปี 2565 กระทรวงฯ มุ่งเน้นการลงทุนพัฒนาภูมิภาค ให้บริการประชาชน เป็นงบลงทุนต่อเนื่องไม่ได้เป็นการก่อสร้างใหม่ เช่น สนามบินจังหวัด กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง บุรีรัมย์ และขอนแก่น

นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวถึง กรณีการประมูลรถไฟทางคู่สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ที่มีการกล่าวถึงการประกวดราคาไม่โปร่งใส โดยระบุว่า เรื่องนี้เราใช้ระบบ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)  โดยการรถไฟแห่งประเทศ (ร.ฟ.ท.) ได้ประกวดราคาเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ วงเงิน 7 หมื่นล้านบาท ยึดหลักตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ตามระบบ e-bidding มีความโปร่งใสมากที่สุด ซึ่งคนดำเนินการ คือ กรมบัญชีกลาง และ ร.ฟ.ท.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการทีโออาร์ ทำตามระเบียบกรมบัญชีกลาง 2560 และมีการจัดตั้งคณะกรรมการคุณธรรม รวมทั้งจัดทำรับฟังความคิดเห็น พร้อมกำหนดเปิดกว้างผู้ประกอบการทั่วไปเข้าเสนอราคาและเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในลักษณะกิจการร่วมค้า แต่ต้องซื้อเอกสารทุกราย

ดังนั้นประเด็นที่การยื่นราคาน้อยกว่าราคากลาง มากหรือน้อยต้องบอกว่า โครงการนี้ ครม.ได้อนุมัติตั้งแต่ 31 พ.ค.2561 และเป็นการศึกษาตั้งแต่ 2555 ร.ฟ.ท.ได้ให้ที่ปรึกษาทำรายละเอียดราคากลางใหม่ ปรับปรุงให้สอดคล้องสภาพปัจจุบัน ใช้ฐาน เดือน ต.ค. 2563 หลังทำราคากลางต้นทุนปรับสูงขึ้น เช่น ราคาเหล็กปรับสูงขึ้น 30% ราคากลางเรายังยึดตามที่พิจารณาไว้ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อมีข้อสงสัยกระทรวงฯ ก็ได้จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน นักวิชาการ สื่อมวลชนอย่างละเอียดแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ประชาชนสนใจซื้อสลากผ่านแอปฯ เป๋าตัง แม้ยุ่งยากเล็กน้อย

ประชาชนตอบรับซื้อสลากโครงการ GLO Official Sellers ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” 2 วันกว่า 3,850 ฉบับ ผู้ค้ารายย่อยระบุช่วงแรกคนซื้อสับสน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่โฆษกสำนักงานสลากฯ ย้ำคนซื้อสลากจะมากขึ้นช่วงใกล้วันสลากออก ชี้แนวทางนี้ป้องกันนำสลากไปขายเวียนเทียนได้จริง แถมคนซื้อได้ราคา 80 บาทต่อใบแน่นอน

แม่โพสต์หมอจ่ายยาผิด ลูกชายกินทีเดียว 14 เม็ด หลับยาว

แม่วัย 35 ปีชาวบุรีรัมย์โพสต์เป็นอุทาหรณ์ หลังโรงพยาบาลจ่ายยาผิดทำให้ลูกวัย 10 ขวบกินยารวดเดียว 14 เม็ดจนหลับยาว

ข่าวแนะนำ

ปลัด มท. ยกเลิกคำสั่งสนับสนุนวัคซีนโควิด พนง.ไทยเบฟฯ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งยกเลิก สนับสนุนวัคซีนโควิดพนักงานไทยเบฟฯ ระบุ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วน ย้ำบริหารจัดการวัคซีนตามลำดับความสำคัญ ยึดแนวทาง ศบค.โดยเคร่งครัด

เจ้าคณะอำเภอสั่งหลวงพ่อยุติพิธีเสกใบมะขามเป็นตัวแตน-ตัวต่อ

เจ้าคณะอำเภอศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ สั่งหลวงพ่อรูปหนึ่งยุติพิธีเสกใบมะขามเป็นตัวแตน-ตัวต่อ ขณะที่วันนี้สำนักสงฆ์ปิดเงียบ ไม่พบตัวหลวงพ่อ

เปิดรายละเอียดโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้”

เปิดรายละเอียดและขั้นตอนการลงทะเบียน โครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ใช้จ่ายตามเงื่อนไข รับเงินคืนสูงสุด 7,000 บาท เริ่มลงทะเบียนพรุ่งนี้ 21 มิ.ย.64

กทม. ประกาศผ่อนคลายบางกิจการกิจกรรม

กทม. ประกาศผ่อนคลายบางกิจการกิจกรรม ร้านอาหารนั่งกินได้ไม่เกิน 5 ทุ่ม ร้านสะดวกซื้อเปิดตามเวลาปกติ จัดกิจกรรมเสี่ยงได้ไม่เกิน 50 คน มีผล 21 มิ.ย.64 เป็นต้นไป