กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – นักวิเคราะห์ประเมินดัชนีหุ้นไทย รับคำตัดสินคดีคลิปเสียงนายกฯ หากรอด-หรือเปลี่ยนตัวนายกฯ แล้วเป็นขั้วเดิม หุ้นลงระยะสั้นแล้วรีบาวด์ แต่หากศาลชี้ผิดนำไปสู่ยุบสภา หรือเลือกตั้งใหม่ จะเกิดสุญญากาศทางการเมือง
นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวนการสายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง กล่าวว่า จากการวิเคราะห์คาดการณ์ผลกระทบจากการตัดสินคดีคลิปเสียงนายกฯ ในวันนี้ หากนายกฯ รอดได้อยู่ต่อ หรือเปลี่ยนตัวนายกฯ ก็คาดการรณ์ว่า รัฐบาลยังเป็นขั้วเดิม ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงด้านลบที่จำกัด ถ้ามีความชัดเจนออกมา ตลาดฯ น่าจะอัปไซด์ด้านบนรีบาวน์ขึ้นในระยะสั้น 1-2 วันข้างหน้า โดยในวันจันทร์นี้ ตลาดไม่น่าจะลงไปลึกกว่า 1,220 – 1,230 จุด และหลังจากนั้นคาดว่าจะเกิดการรีบาวด์ขึ้นไปอยู่ในกรอบ 1,260- 1,280 จุด ส่วนในอีก 1 – 3 เดือนข้างหน้าตลาดหุ้นไทยน่าจะมีการอัปไซด์ขึ้น เพราะตลาดฯ มีความหวังในการเลือกตั้งใหม่มากขึ้น ซึ่งการเลือกตั้งอาจจะเกิดในครึ่งปีแรก หรือครึ่งปีหลังของปี 69
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิดการสลับขั้วทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก เพราะการที่ฝ่ายค้านต้องไปหาเสียงเพิ่มไม่ใช่เรื่องง่าย หากเกิดกรณีเช่นนี้จะไม่ส่งผลบวกต่อตลาดฯ เท่าไรนัก แต่ก็คาดว่าตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะร่วงลงมาก เพราะเศรษฐกิจโลกได้ผ่านช่วงวิกฤตต่ำสุดไปแล้ว ทำให้หุ้นไทยมีดาวน์ไซด์จำกัด โดยหุ้นเด่นที่น่าสะสมจะเป็นหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มปิโตรเคมี , โรงกลั่นน้ำมัน , พลังงาน และส่งออก และหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องจากการเลือกตั้ง เช่น ธนาคาร , สื่อสาร , โรงไฟฟ้า และสินเชื่อ เป็นต้น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมิน ตลาดจะรอความชัดเจนวันนี้โดยจุดดี คือ ความชัดเจนด้านใดด้านหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนระดับหุ้นจะผันผวนนานเพียงใดก่อนฟื้นตัว และฟื้นตัวได้มากเพียงใด ขึ้นกับ 3 เรื่อง คือ ระยะเวลาช่วงรอยต่อ (ยิ่งมากยิ่งเป็นลบ) , ความเสี่ยงต่อร่างงบประมาณปี 2569 ที่อาจจะสร้างความเสี่ยง Downside ต่อเศรษฐกิจ และเสถียรภาพรัฐบาลหลังรอยต่อ (บ่งชี้ภาพการเมืองระยะกลาง)
ทั้งนี้ ฉากทัศน์ด้านการเมือง และผลกระทบต่อตลาดระยะสั้น มีประเด็นหลักที่วิเคราะห์คือ คุณสมบัติของนายกฯ ต่อคลิปเสียง และผลต่องบประมาณปี 69 ที่อยู่ในวาระ 2-3 ของการพิจารณา สว. วันที่ 1-2 ก.ย. นี้
Scenario 1: ศาลตัดสินให้นายกฯ ดำรงตำแหน่งต่อ + ส.ว. ผ่านงบฯ
ผลทางการเมือง: ไม่มีรอยต่อทางการเมือง เสถียรภาพยังอยู่ นายกฯ อยู่ต่อได้+ งบประมาณปี 69 ใช้ได้ตามกำหนดตามปีปฎิทินของรัฐฯ (ต.ค. – ก.ย. 69) คาดดัชนี SET ทดสอบ 1,280–1,300 จุด หุ้น Domestic Plays ฟื้นแรง เพราะงบลงทุนรัฐเดินหน้า งบประมาณภาครัฐฯ มีโอกาสเร่งตัว เพื่อสร้างผลงาน , Fund Flow ต่างชาติกลับสถานะลงทุน จากปรับลดมาช่วง 1-2สัปดาห์ก่อนศาลตัดสิน แต่ ประเด็นระมัดระวัง คือ การเมืองนอกสภาที่อาจจะยกระดับขึ้น
Scenario 2: ศาลชี้ผิด → นายกฯ ต้องพ้นตำแหน่ง (เปลี่ยนผู้นำ/ตั้งใหม่) + งบ ประมาณสะดุดระยะสั้น , ผลทางการเมือง: เกิดภาพรอยต่อทางการเมืองสั้นๆ ในการเลือกนายกฯใหม่ คาดว่างบในวันที่ 1-2 ก.ย. อาจถูกเลื่อนพิจารณาออกไปก่อน รอการสรรหานายกฯ ใหม่ กรณีเลือกได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ,ผลต่องบประมาณชะลอระยะสั้น การเบิกจ่ายล่าช้า 1–2 เดือน โครงการลงทุนรัฐสะดุดจากกรอบเวลาปกติ , ตลาดหุ้น: SET Sideways แกว่งในกรอบ 1,220–1,270 จุด คาดการสรรหานายกฯใหม่ จะสร้างSentiment บวกต่อการผ่านงบปี 69 ก่อนเล่นกับโอกาสเกิดการเลือกตั้งในระยะ 6-9เดือน จากรัฐบาลที่อยู่ต่อไม่นาน ,เงินต่างชาติบางส่วนอาจไหลออก , หุ้น Domestic ถูกกดดันระยะสั้น แต่ Global Play / Export / Energy / Infra Tech จะโดดเด่น
Scenario 3: ศาลชี้ผิด + การเมืองนำไปสู่ยุบสภา / เลือกตั้งใหม่,จะ เกิดภาพสูญญากาศทางการเมือง รอยต่อทางการเมืองยาวกว่ากรณีอื่นๆรัฐบาลรักษาการขับเคลื่อนนโยบายไม่เต็มที่, งบปี2569 “ตกไป” ต้องใช้กรอบงบชั่วคราวปี68 การลงทุนภาครัฐฯหยุดชะงัก, ตลาดหุ้นแกว่งลงก่อนแต่ไม่ลึก 1,180–1,220จุด เพราะตลาดจะ Refresh จาก Sentiment การเลือกตั้งใหม่หนุน ส่วนต่างชาติอาจเทขายหุ้นไทย เงินบาทอ่อนค่า ,หุ้น Domestic Play ถูกปรับพอร์ตจากงบประมาณล่าช้ากดดัน Bank, Retail, Infrastructure นักลงทุนควรปรับพอร์ตเน้น Global / Defensive. -511- สำนักข่าวไทย