2 เม.ย. – สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. สั่งบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ชี้แจงการขายเหล็กที่มีขนาด 20 และ 32 มิลลิเมตร ว่าขายไปให้ใครบ้างตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา รวมทั้งชี้แจงเรื่องฝุ่นแดงที่มีการครอบครองมากถึง 4 หมื่นกว่าตัน หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกและปรับเงิน
หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว อาคาร สตง.ถล่มเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา วันนี้ทีมตรวจการสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อเข้าไปเก็บตัวอย่างเหล็ก พบว่าเหล็กของกลางที่อายัดยังคงอยู่ แต่เหล็กที่มีขนาด 20 และ 32 มิลลิเมตร ที่ตรวจพบที่ตึก สตง.นั้น ให้ตรวจสอบย้อนหลังไปถึงปี 2563 ว่าบริษัทได้ขายเหล็กขนาดดังกล่าวไปให้ใครบ้าง
นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติที่บริษัทนี้ครอบครองฝุ่นแดงมากถึง 43,000 ตัน ดังนั้น ต้องตรวจเช็กปริมาณฝุ่นแดงที่ออกไปจากบริษัทด้วย เพราะทางทีมสุดซอยตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะมีการคีย์ข้อมูลอันเป็นเท็จ และให้รายงานผลทั้งเรื่องเหล็กและฝุ่นแดง กลับมาที่สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ภายใน 7 วัน หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 3 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ บริษัทยังเปิดทำการอยู่ แต่บริเวณโรงงานเหล็กได้ปิดทำการไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จากเหตุเพลิงไหม้และให้แก้ไขสิ่งแวดล้อมภายในทั้งหมด รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยก่อนจึงจะพิจารณาให้ประกอบกิจการอีกครั้ง แต่ก็มาเกิดเรื่องอาคาร สตง.ถล่มเสียก่อน
การตรวจสอบครั้งนี้ยังพบว่ามีการใช้ไฟฟ้าปกติในเดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 6.4 แสนบาท ส่วนเดือนมีนาคมที่เพิ่งจะผ่านไป มีค่าไฟฟ้า 6.4 ล้านบาท ส่วนช่วงก่อนการสั่งปิดในเดือนพฤศจิกายน 2567 มีค่าไฟฟ้าสูงถึง 134 ล้านบาท
ขณะที่ผู้บริหารของบริษัท ชี้แจงว่าที่ผ่านมาจำหน่ายเหล็กผ่านพ่อค้าคนกลาง ดังนั้น จึงไม่ได้รับรู้รับทราบว่าได้นำเหล็กไปจำหน่ายให้หน่วยงานใดบ้างแต่ก็มีการตรวจมาตรฐานเหล็กทุกครั้งก่อนส่งจำหน่ายออกไป นอกจากนี้ยังขอความเป็นธรรม โดยระบุว่ายังไม่ทราบแน่ชัดโครงการ สตง. ใช้เหล็กเอสเควาย ของบริษัทมากน้อยเพียงใด และแทบไม่น่าเชื่อว่ารอยเลื่อนสะกาย ยักษ์หลับกลางประเทศเมียนมา จะมีชื่อมาสอดคล้องกับชื่อบริษัท ซิน เคอ หยวน ที่ผลิตเหล็กสกาย หรือ เอสเควาย เรียกได้ว่ารอยเลื่อนสะกายเมียนมา แรงสั่นสะเทือนถึงโรงงานเหล็กสกาย โรงงานเหล็กที่มีส่วนแบ่งตลาดการตลาดมากที่สุดของไทยในขณะนี้ มีกำลังการผลิตถึง 2 แสนตันต่อปี.-สำนักข่าวไทย