ซีพีแรม-ชาวบ้านสุราษฎร์ฯ ร่วมปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ท้องทะเลไทย

สุราษฎร์ธานี 18 มี.ค. – ซีพีแรม-ชาวบ้านสุราษฎร์ธานี ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ปล่อยลูกปูม้าสะสมกว่า 1.4 ล้านตัว คืนสู่ท้องทะเลไทย ส่งต่อความยั่งยืนสู่อนาคต #ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย


บริษัท ซีพีแรม จำกัด มุ่งเน้นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร (Food security) อย่างต่อเนื่อง โดยมี “โครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” เป็นหนึ่งภารกิจสำคัญที่ดำเนินการมากว่า 12 ปี ล่าสุดร่วมมือและผนึกกำลังกับหน่วยงานราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ชาวประมงพื้นบ้าน และชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปล่อยลูกปูม้าสะสมกว่า 1.4 ล้านตัว สู่ท้องทะเลไทย หวังสร้างสมดุลระบบนิเวศและเสริมสร้างความยั่งยืนทางอาหารต่อไป

โดยนายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมปล่อยลูกพันธุ์ปูม้า สะสมกว่า 1.4 ล้านตัว ลงสู่ท้องทะเลไทย ในพื้นที่บ้านพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ซีพีแรม จำกัด, จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี), บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ธนาคารปู และชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อมุ่งหวังสร้างสมดุลระบบนิเวศทะเลไทย ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืนทางอาหาร และช่วยเพิ่มปริมาณปูม้าในทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกด้วย โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 12 ปี พร้อมทั้งร่วมเก็บขยะบนพื้นที่เกาะเสร็จ ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำทางท้องทะเลที่สำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรทางธรรมชาติ เหมาะต่อการอนุบาลสัตว์น้ำบนท้องทะเลไทย โดยได้รับเกียรติจากนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” ในครั้งนี้


นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า ซีพีแรมเป็นผู้ผลิตอาหารที่คำนึงถึงความปลอดภัยทางอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนทางอาหาร หรือ FOOD 3S ดังนั้น การใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากเกษตรกรหรือผู้ส่งมอบวัตถุดิบ ต้องอยู่บนพื้นฐานความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่การผลิต โครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” จะเป็นกรณีศึกษาให้กับโครงการอื่นๆ ในเรื่องการจัดการห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain Management ที่เกิดผลตามแนวทาง FOOD 3S ของซีพีแรม (Food Safety, Food Security and Food Sustainability) โดยผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ อันได้แก่ ชาวประมง, บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด (ผู้ส่งมอบวัตถุดิบเนื้อปู), บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ผู้ผลิตอาหาร), ผู้บริโภค และกรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี) เป็นผู้สนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อให้การจัดการอนุรักษ์ คุ้มครอง และการพัฒนาการประมงปูม้าในทะเลไทย บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีผลเสียต่อระบบนิเวศวิทยา ทรัพยากร และคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อการเพิ่มมูลค่าปูม้าจากการแปรสภาพ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานทางสุขอนามัยให้ได้ผลิตภัณฑ์ปูม้า ที่มีคุณภาพสำหรับการบริโภค การประกันคุณภาพ และการรักษามาตรฐานที่ต้องการ รวมถึงเพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนทางอาหาร

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปูม้า เป็นสัตว์ทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะเสร็จ ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของปูม้า และสัตว์น้ำทะเลต่างๆ เป็นผลมาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้แก่ ชาวประมงพื้นบ้านได้ให้ความร่วมมือในการทำธนาคารปูม้า และภาคเอกชนได้เข้ามาทำกิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์ปูม้า ในระยะการเติบโตที่มีโอกาสรอดสูง สำหรับโครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย ของบริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นโครงการที่ส่งเสริมผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งเป็นชาวประมงพื้นบ้าน ให้สามารถดำเนินการประมงได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ และเกิดความยั่งยืนต่อระบบนิเวศของท้องทะเลไทยต่อไป

ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ขอขอบคุณบริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่ได้จัดทำโครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย ในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมดังกล่าวทำให้ปริมาณปูม้าเพิ่มขึ้นทุกปี สามารถสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงให้กับคนในชุมชน รวมถึงยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป


นับว่าโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” ช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของปูม้าในท้องทะเลไทย สำหรับการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีความคาดหวังในระยะยาว ถือกำเนิดมาจากแนวคิดในการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้าในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย รักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้คงความสมบูรณ์ และสมดุลระบบนิเวศในท้องทะเลไทย ซีพีแรมยังคำนึงถึงการส่งมอบสิ่งที่เป็นคุณค่าบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจตามหลัก 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และบริษัท. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย