กรุงเทพฯ 28 มิ.ย.- กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ ท็อปส์ จัดเทศกาลสินค้า GI ดึงเชฟมิชลินร่วมรังสรรค์เมนูเด็ดจากผลไม้ GI ขึ้นชื่อ พร้อมปิดดีลเซ็นสัญญาซื้อ-ขายผลไม้ GI ล่วงหน้าส่ง “ท็อปส์” และ “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market” พร้อมย้ำสินค้า GI เสียงตอบจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเติบโตขึ้นทุกปี ฟังธงปีนี้ยอดเพิ่ม 5% มีมูลค่ากว่า 52,500 ล้านบาท ปลื้มหลายสินค้าผลิตจนไม่ทันความต้องการ
นางสาวกนิษฐา กังสวนิช รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีนโยบายส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง สร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน นำมาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น โดยวันนี้กรมฯ ร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท็อปส์) จัดกิจกรรมเทศกาลผลไม้ GI จำหน่ายสินค้า GI รวม 43 รายการ ณ ตลาดจริงใจ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา เช่น ส้มโอนครชัยศรี กล้วยหอมทองปทุม กล้วยเล็บมือนางชุมพร แห้วสุพรรณ กระเทียมศรีสะเกษ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ชามไก่ลำปาง เป็นต้น พร้อมจัดพิธีลงนามเซ็นสัญญาซื้อ-ขายสินค้า GI ล่วงหน้า ระหว่างท็อปส์และผู้ประกอบการ GI เพื่อรับซื้อผลผลิต GI ได้แก่ เงาะโรงเรียนนาสาร สับปะรดภูเก็ต สับปะรดภูแลเชียงราย และมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จำนวน 250 ตัน มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เพื่อนำสินค้ามาจำหน่ายที่ท็อปส์และตลาดจริงใจ Farmers’ Market ตลาดสินค้าชุมชนในเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษจากเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟระดับมิชลินผู้ที่นำวัตถุดิบ GI มารังสรรค์เมนูในการประชุมเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ มาร่วมสาธิตการทำอาหารในเมนู “แกงคั่วปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา สับปะรดภูแลเชียงราย สับปะรดภูเก็ตกับเงาะโรงเรียนนาสารใส่มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” เพื่อยกระดับสินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปและในวงการอาหารระดับมิชลิน นำมาสู่การสร้างโอกาสและยกระดับสินค้า GI ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ตลาดพรีเมียมต่อไป


นายพิริยะ กมลเดชเดชา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ท็อปส์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินค้าเกษตรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน รับซื้อทั่วประเทศทุกฤดูกาล ตลอดจนเปิดพื้นที่ตลาดค้าปลีกสินค้าเกษตรรูปแบบใหม่จริงใจ Farmers’ Market เพื่อให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่าย พร้อมต่อยอดตลาดจริงใจ Farmers’ Market ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ และ เซ็นทรัล บางนา ให้เป็นตลาดต้นแบบที่เป็นศูนย์รวมสินค้า GI มากที่สุดหมุนเวียนตลอดทั้งปี เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่จะช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้สินค้า GI เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคมาร่วมกันอุดหนุนสินค้าของพี่น้องเกษตรกรไทย ผู้ประกอบการสินค้า GI ที่ท็อปส์ได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาคัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพมาจำหน่ายตลอดทั้งปี ที่ท็อปส์ และ ตลาดจริงใจ Farmers’ Market ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่า หลังจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ความสำคัญและส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI มาอย่างต่อเนื่องและได้เสียงตอบรับจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศจนทำให้ยอดมูลค่าของสินค้า GI เติบโตขึ้นทุกปีไม่น้อยกว่าปีละ 5-10 % และในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 52,500 ล้านบาทถือเป็นยอดมูลค่าสินค้า GI เพิ่มขึ้นและมีโอกาสยังเพิ่มขึ้นได้ทุกปีหลังจากนี้
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ยอดมูลค่าสินค้า GI เพิ่มขึ้นมาจากสินค้าหลายกลุ่มที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เห็นได้ชัดจากที่กระทรวงพาณิชย์นำสินค้า GI เข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2023 ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนำสินค้า 23 รายการสินค้าGI เข้างานดังกล่าว ซึ่งในหลายบริษัทในกลุ่มสินค้า GI มียอดคำสั่งซื้อบางรายการเกือบ 100 ล้านบาท อย่างเช่น ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา และกลุ่มสินค้ามะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วและอีกหลายรายการที่มียอดคำสีั่งซื้อจนผลิตสินค้าไม่ทันและขอจัดส่งให้ในภายหลังก็มีอีกหลายราย
ทั้งนี้ กรมฯมีแผนงานส่งเสริมผู้ประกอบการกลุ่มสินค้า GI ที่มีศัยกภาพทั้งคุณภาพและการผลิตไปเปิดตลาดต่างประเทศ โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่จะผลักดันให้สินค้า GI เหล่านี้นอกจากทำตลาดในประเทศดีแล้วสามารถส่งออกสินค้าไปทำตลาดต่างประเทศทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้น ขอให้ผู้ประกอบการสินค้า GI มั่นใจภาครัฐส่งเสริมและพร้อมผลักดันทุกช่องทางอย่างเต็มที และเป็นสิ่งที่น่าดีใจสินค้า GI หลายรายการออกไปทำตลาดต่างประเทศจนมียอดมูลค่าสูงขึ้นทุกปีทั้งตลาดจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศด้วยกัน.-สำนักข่าวไทย