EXIM BANK แนะ SME เปิดตลาดการค้าและลงทุนในเวียดนาม ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน/ซื้อประกันการส่งออก

28 พ.ย. – ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยเริ่มบีบให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่เน้นการค้าขายในประเทศต้องกลับมามองว่าจะทำอย่างไร เพราะในอนาคตตลาดในประเทศจะเล็กลง เนื่องจากไทยได้ใกล้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ และหนี้ครัวเรือนในระดับสูงบั่นทอนกำลังซื้อในประเทศให้ขยายตัวต่ำ ผู้ประกอบการจึงต้องหาทางขยายการส่งออกรวมทั้งย้ายฐานการลงทุนไปในประเทศที่สามารถหาแรงงานได้ง่ายและราคาถูก มีต้นทุนวัตถุดิบต่ำ อีกทั้งมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นับเป็นดาวรุ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง


ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ได้จับมือเวียดคอมแบงก์ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเวียดนามนำเข้าสินค้าหรือบริการของไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงสนับสนุนนักลงทุนไทยในเวียดนามให้มีวงเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-เวียดนาม โดยคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนไทย-เวียดนาม ได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ในปี 2566 และเติบโต 10% ต่อปีในระยะถัดไป นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนการค้าและการลงทุน ระหว่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และเวียดคอมแบงก์ (Vietcombank) โดยมี ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และนายเหวียน แทงห์ ตุ่ง รักษาการกรรมการผู้จัดการ เวียดคอมแบงก์ เป็นผู้ลงนาม ณ ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสที่ประธานาธิบดี เหวียน ซวน ฟุก เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปค


โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมแสดงความยินดีกับความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังที่มีภารกิจส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกและการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศกับเวียดคอมแบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐแห่งแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการให้บริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกและนำเข้าและธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ ครอบคลุมการให้วงเงินสินเชื่อระหว่างกัน (Reciprocal Credit Lines) แนะนำผู้ประกอบการระหว่างกัน (Customer Referrals) ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ อาทิ การเป็นตัวแทนรับหลักประกัน (Security Agent) การเป็นตัวแทนในการเบิกจ่ายเงินกู้ (Disbursement Agent) เป็นการสนับสนุนบริการครบวงจรทั้งทางการเงินและไม่ใช่การเงินสำหรับผู้ประกอบการไทย-เวียดนาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเวียดนามนำเข้าสินค้าหรือบริการจากไทยและผลักดันให้เกิดโครงการลงทุนหรือร่วมทุนระหว่างไทยกับเวียดนามเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าจะทำให้มูลค่าการค้าและการลงทุนไทย-เวียดนาม เพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 ล้านบาท ในปี 2566 และเติบโต 10% ต่อปีในระยะถัดไป

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า EXIM BANK สานพลังกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการทำงานร่วมกับทีมประเทศไทย ภายใต้บทบาทของ EXIM BANK ในการเป็น “ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย” เดินหน้าสร้างนักรบเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในเวทีโลก โดยมองเห็นศักยภาพของเวียดนาม หนึ่งในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงด้วยจำนวนประชากรเกือบ 100 ล้านคน มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามในปี 2566 จะเติบโตถึง 6.2% และเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 6.6% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่รัฐบาลเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการค้าเสรีและการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเวียดนามมีความตกลงการค้าเสรี (FTAs) มากที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของนักลงทุนทั่วโลก สะท้อนจากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิ (FDI Net Inflow) ที่ไหลเข้าเวียดนามขยายตัวเฉลี่ย 7.9% ต่อปีในปี 2555-2564 เทียบกับ FDI โลกที่ขยายตัวเพียง 3.3% ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสอีกมากที่จะขยายธุรกิจการค้าและการลงทุนเข้าไปยังตลาดเวียดนาม

ในปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-เวียดนามสูงราว 620,000 ล้านบาท นับเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นตลาดที่มีบทบาทต่อการส่งออกของไทยอย่างมาก มูลค่าส่งออกจากไทยไปเวียดนามเติบโตเกือบเท่าตัว ด้านการลงทุน ไทยเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 8 ในเวียดนาม ด้วยมูลค่าลงทุนสะสมราว 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 470,000 ล้านบาท การลงทุนของไทยในเวียดนามกระจายอยู่ในหลากหลายธุรกิจ อาทิ นิคมอุตสาหกรรม พลังงาน อาหารแปรรูป ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์


นอกจากนี้ ในงานสัมมนา “Vietnam in Focus 2022 : The Dream Journey” จัดโดย EXIM BANK เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักธุรกิจไทยชั้นนำได้บอกเล่าถึงศักยภาพของตลาดเวียดนามที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย อาทิ นายยงยุทธ เสฏฐวิวรรธน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการบริหารการเงินกลุ่มและศูนย์บริการร่วมทางการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้าไปลงทุนในเวียดนามตั้งแต่ปี 2551 เป็นการร่วมลงทุนกับบริษัทที่มีชื่อเสียงในเวียดนามที่เป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบให้กับบริษัทอยู่แล้วในสัดส่วน 50% โดยมองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่เหมาะสมมากในการเป็นฐานการผลิตอาหารทะเลเพราะมีชายทะเลยาวมาก มีวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แต่บริษัทก็เริ่มซื้อหุ้นคืนในปี 2559 ก็ถือหุ้น 100% การจะลงทุนในเวียดนามหากเลือกคนถูกและมีพันธมิตรที่ดีก็จะช่วยให้เติบโตได้เร็วเพราะผู้ร่วมทุนจะช่วยสนับสนุนด้านกฎหมาย กฎระเบียบการค้าการลงทุนและช่วยเหลือด้านการตลาดในประเทศได้มาก

ขณะที่นายชยุต ตุลยนิติกุล รองประธานฝ่ายบริหาร บริษัท กนกโปรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบรดน้ำต้นไม้ เล่าถึงประสบการณ์ในเวียดนามว่า เข้าสู่ตลาดประมาณ 6 ปีแล้ว เริ่มจากการไปออกบูทเพื่อโปรโมทสินค้าและได้รับการตอบรับดีได้รับการติดต่อจากผู้นำเข้าในเวียดนามพาไปสำรวจตลาดซึ่งพบว่าเวียดนามเหมือนไทยตรงที่เป็นประเทศกสิกรรมมีสินค้าเกี่ยวกับการเกษตรจำหน่ายเยอะมาก มีหลายคุณภาพและราคา

นายสุนทรพล วีระประวัติ ASEAN Region Manager บริษัท เอสซีวี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเครื่องยนต์ทางการเกษตรยี่ห้อคูโบต้า เปิดเผยว่า ผู้นำเข้าที่เวียดนามต้องการผู้ส่งออกที่มีชื่อเสียงและมีประวัติการส่งออกที่ดี แม้จะเป็นผู้ส่งออก แต่บริษัทก็จะต้องทำหน้าที่แทนผู้ซื้อ คือเช็ตสินค้าที่ปลายทางเป็นระยะว่ามีปัญหาหรือไม่ เราจะมีบทบาทหน้าที่เป็นที่เป็น Dealer หรือ Distributor ด้วย นี่เป็นหัวใจสำคัญของการกระจายสินค้าให้ทั่วถึงในภูมิภาคเราจะดูแลลูกค้าได้อย่างเข้าถึงและเข้าใจ

ผู้ประกอบการไทยล้วนเห็นพ้องถึงศักยภาพของตลาดเวียดนาม อย่างไรก็ตาม การเจาะตลาดใหม่ รวมทั้งเวียดนาม ผู้ประกอบการไทยควรมีที่ปรึกษาทางธุรกิจที่พร้อมให้ข้อมูลความรู้ นอกเหนือจากเครื่องมือทางการเงิน ทั้งในมิติของสินเชื่อและบริการประกันการส่งออกและลงทุน และเครือข่ายธุรกิจ โดย EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่ดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ธุรกิจของเวียดนาม โดยเฉพาะธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลเวียดนามที่ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันโครงการลงทุนของไทยในเวียดนามภายใต้การสนับสนุนของ EXIM BANK คิดเป็นมูลค่ากว่า 17,300 ล้านบาทในหลากหลายธุรกิจ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด และปิโตรเคมี เป็นต้น

“เวียดนามวันนี้ได้พลิกโฉมจากคู่แข่งกลายมาเป็นคู่ค้าคนสำคัญที่ไทยพึ่งพาและพึ่งพิงมากขึ้น EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่มากกว่าธนาคาร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเชื่อมโยง Supply Chain การผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศเวียดนามและตลาดโลกได้ โดยธุรกิจส่วนใหญ่ในเวียดนามมุ่งสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลไทยและประชาคมโลกสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ สร้างความเข้มแข็งและการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ไปจนถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และประชาคมโลก” ดร.รักษ์ กล่าว. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]