กัลฟ์ ฯแจ้ง ตลท.ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล ที่เยอรมนี

กรุงเทพฯ 7
ก.ค.
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
(มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ลงนามโดยนางสาวยุพาพิน
วังวิวัฒน์  กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน    บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
จำกัด (มหาชน) เรื่อง
 การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล
ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 464.8 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเยอรมนี
 
มีรายละเอียด
ว่า Gulf
International Holding Pte. Ltd. (“GIH”)
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น (
Share Purchase Agreement) กับกลุ่ม Global Infrastructure Partners (“GIP”) เพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของ Borkum Riffgrund 2 Investor Holding GmbH, Frankfurt am Main, Germany (“BKR2 Holding”) ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ในโครงการ Borkum Riffgrund 2 Offshore Wind Farm GmbH & Co. oHG (“โครงการ BKR2”) ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 548558 ล้านยูโร หรือประมาณ 19,21919,570 ล้านบาท
โดยส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 ถือหุ้นโดยบริษัทในกลุ่ม
Ørsted A/S (“Ørsted”) (เดิมชื่อ DONG Energy) โดยสัญญามีผลใช้บังคับในวันที่ 3
กรกฎาคม 2563


 

โครงการ
BKR2 เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล
(
Offshore Wind Farm) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 464.8
เมกะวัตต์ (ขนาดกำลังการผลิตส่งออก 450.0 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในทะเลเหนือ (
North Sea) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนี
ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562
โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (
Power
Purchase Agreement: PPA)
และสัญญาบำรุงรักษา (Operation & Maintenance
Agreement: O&M Agreement)
กับกลุ่มบริษัท Ørsted เป็นระยะเวลา 20 ปี จากวันที่เปิดดำเนินการ
นอกจากนี้ โครงการ
BKR2 ยังมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ feed-in tariff (FiT) ที่รับประกันโดยรัฐบาลประเทศเยอรมนี
เป็นระยะเวลา 9.5 ปี หลังจากเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และจะได้รับค่าไฟฟ้าตาม
merchant price โดยมีการรับประกันราคาขั้นต่ำ
สำหรับปีที่ 9.5
20
จึงส่งผลให้โครงการดังกล่าวมีเสถียรภาพทางรายได้ในระยะยาว


 

โดย
บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของโครงการ
BKR2 ที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ
ในการขยายธุรกิจไปยังพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการ
BKR2 มีผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งอย่าง Ørsted ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานลมในทะเล
โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลติดตั้งทั่วโลกรวม 6.8 กิกะวัตต์ และอีก 3.1
กิกะวัตต์ ที่จะสร้างเสร็จภายในปี 2565 ในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร
ประเทศเยอรมนี ประเทศเดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

 


 นอกจากนี้ Ørsted ยังมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวกว่า
25 ปี และเป็นผู้ดำเนินโครงการ
BKR2
ซึ่งจะทำให้สามารถร่วมงานด้วยกันต่อไปเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ
อีกทั้งเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในระดับสากลอีกด้วย
นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้และกำไรได้ทันทีหลังจากการโอนหุ้น
ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้และกำไรของบริษัทฯ ให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.-สำนักข่าวไทย

 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่มพาลูก-เมียกลับจากฉลองวันเกิด รถยางระเบิดเสียหลักชนเสาไฟ ดับ 3 สาหัส 2

พ่อแม่ลูก 5 คน กลับจากฉลองวันเกิด รถกระบะยางระเบิดเสียหลักหมุนชนอัดเสาไฟฟ้า พ่อและแม่พร้อมลูกคนโตเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกคนกลางและคนเล็กอาการสาหัส

สุดโหด! ไล่แทงหนุ่มดับปมขัดแย้งยาเสพติด

วงจรปิดจับภาพชัด คนร้ายวิ่งข้ามถนนไล่แทงหนุ่มเสียชีวิต ชาวบ้านแตกตื่น ขณะที่ตำรวจรวบตัวทันควัน คาดปมขัดแย้งยาเสพติด

กยศ.เปิดทางปรับลดยอดหักเงินเดือน พ.ค.-มิ.ย.68

กยศ. เปิดทางปรับลดยอดหักเงินเดือน ช่วยเหลือชั่วคราว พ.ค.-มิ.ย.68 ให้นายจ้างลดยอดการหักเงินเดือน ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มผ่อนชำระใหม่เป็นรายเดือนในอัตราลดลง

ข่าวแนะนำ

ผู้เสียหาย 70 ราย ร้องสภาทนายฯ ถูกหอพักโหดเอาเปรียบ

ผู้เสียหาย 70 คน เข้าร้องสภาทนายความช่วยเหลือ หลังถูกเจ้าของหอพัก ย่านรังสิต เอาเปรียบ ข่มขู่กักขัง-ยึดทรัพย์ ด้านนายกสภาทนายความ ตั้งคณะทำงานช่วยเหลือทางคดี ทั้งแพ่ง-อาญา เชื่อมีผู้เสียหายเพิ่มอีก

คณะกรรมการแพทยสภา มีมติลงโทษ 3 แพทย์ เซ่นปม “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14

คณะกรรมการแพทยสภา มีมติลงโทษแพทย์ 3 ท่าน เซ่นปม “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยว่ากล่าวตักเตือน 1 ท่าน พักใช้ใบประกอบวิชาชีพ 2 ท่าน เผยมติที่ประชุมมีความเห็น “เป็นเสียงส่วนใหญ่มาก มาก มาก”

นายกฯ มาเลเซีย ต่อสายคุย “แพทองธาร” ติดตามสถานการณ์ใต้

นายกฯ มาเลเซีย ต่อสายคุย “แพทองธาร” ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ แสดงความพร้อมร่วมมือกับไทยเพื่อยุติความรุนแรง พร้อมใช้เวทีอาเซียนสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสมาชิกมากขึ้น