นนทบุรี 5 ต.ค. – นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปี 2560 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายทำงานงานเชิงรุก ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างศึกษาการตั้งพาณิชย์จังหวัดระดับภูมิภาค ตั้งเป้าหมาย 8 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา นครสวรรค์ สงขลา และสุราษร์ฎธาณี โดยจะมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการและที่ปรึกษาเป็นหัวหน้าคณะทำงานกำกับดูแลการทำงานและดูแลแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร ค่าครองชีพ รวมถึงการปูพรมออกตรวจสินค้า เพื่อให้มีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน
นอกจากนี้ พาณิชย์มีแผนที่จะเข้าไปดูแลสินค้าเกษตร โดยการเชื่อมโยงผลผลิตออกจากแหล่งผลิตไปตลาดและห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) การพัฒนาเกษตรให้เป็นผู้ประกอบการด้วยการนำนวัตกรรมเข้ามาแปรรูปสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สู่การเป็นเกษตร 4.0
ส่วนกรณีน้ำท่วมบางพื้นที่ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวมีราคาลดลงเฉลี่ย 5,000 บาทต่อตัน ซึ่งรัฐบาลมีความเป็นห่วง โดยมีมาตรการและแผนรองรับพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไว้บ้างแล้ว ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การรับจำนำยุ้งฉาง และมาตรการอื่น ๆ ที่จะมีการผ่อนปรนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือลดผลกระทบให้เกษตรกร เช่น การหาตลาด
นางอภิรดี กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมการค้าต่างประเทศจะเชิญประเทศผู้นำเข้าข้าวมาร่วมเจรจาขายข้าวโดยตรงระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายนนี้ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์จะใช้เวทีกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคเอเชีย (ACD) ซึ่งจะมีผู้นำหลายประเทศเข้าร่วมประชุม โดยทางกระทรวงพาณิชย์เตรียมข้อเจรจากับหลายประเทศเพื่อสั่งซื้อสินค้าเกษตรของไทย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 300 ราย ส่วนการดูแลข้าวขณะนี้ได้เตรียมแผนรองรับไว้ล่วงหน้า เช่น โครงการจำนำยุ้งฉาง นอกเหนือจากมาตราการที่ นบข.นำเสนอ นอกจากนี้ จะเชิญผู้นำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาเจรจาซื้อขายในการประชุม JTC ไทย-อิหร่าน เดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลได้ออกมาตราการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น การรับประกันพืชผล และการประกันภัยนาข้าว เป็นต้น
ขณะที่ขวัญกำลังใจของข้าราชการในการทำงานหลังโดนสอบกรณีขายข้าวจีทูจีและมีข้าราชการอีกหลายรายกำลังจะโดนเรียกสอบนั้น ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงและอธิบดีแต่ละกรมไปชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการว่าทางประธานพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงจะดำเนินการตามความเหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด ซึ่งขอให้ข้าราชการไม่ต้องกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น.-สำนักข่าวไทย