กรุงเทพฯ 12 ธ.ค.- ปตท. จะประกาศผู้รับเหมาโครงการท่อก๊าซเส้นที่
5 เดือน ม.ค. ปี 2561
ล่าสุด จับมือ กสท โทรคมนาคม ลงนามความร่วมมือพัฒนาธุรกิจ S-Curve และนวัตกรรมดิจิทัล ในพื้นที่อีอีซี
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. เตรียมเสนอ
บอร์ด ปตท. ในเดือนนี้สำหรับงบลงทุน 5 ปี
โดยในส่วนนี้ก็จะมีโครงการท่อก๊าซเส้นที่ 5 รวมอยู่ด้วย
ซึ่งเป็นการวางรากฐานความมั่นคงพลังงาน
รองรับการลงทุนรวมไปถึงโครงการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี
ซึ่งล่าสุดวันนี้ ปตท. ลงนามข้อตกลงความร่วมมือวางแผนพัฒนาธุรกิจ S-Curve และนวัตกรรมดิจิทัล กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันในการพัฒนาโครงการ
เขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิตอล (อีอีซีดี) อ.ศรีราชา
จ.ชลบุรี และ
เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซีไอ ) ในพื้นที่ วังจันทร์ วัลเลย์
กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง มีความร่วมมือทุกมิติ
อาทิ การเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและระหว่างประเทศ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
และระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ (Connectivity) และการเชื่อมโยงอุปกรณ์เครือข่ายในยุคดิจิทัล
(IoT Platform) รองรับบริการอัจฉริยะในยุค
4.0 โดยความร่วมมือดังกล่าวมุ่งขยายขีดความสามารถ CAT
และ ปตท. ในการให้บริการแก่ประชาชน
สนับสนุนให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกได้สูงยิ่งขึ้น
รวมทั้งลดภาระการลงทุนซ้ำซ้อนในระยะยาว
จากการนำทรัพยากรและความรู้ความสามารถของบุคลากรของทั้งสององค์กรมาใช้ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายเทวินทร์ กล่าวว่า ปตท. วางแผนเรื่องการพัฒนา
ธุรกิจ S-Curve ซึ่งจะสอดคล้องกับความร่วมมือดังกล่าว
โดยกำหนด ไว้ 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1. INDUSTRY
SOLUTION ซึ่งเน้นเรื่องการใช้นวัตกรรมมาใช้บริการเพื่ออุตสาหกรรม
มาว่าจะเป็นโครงการไอที โครงการหุ่นยนต์อัจฉริยะ หรือ AI โครงการพัฒนาพื้นที่อัจฉริยะ
เป็นต้น โดยจะต้องมีศูนย์กลางข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินการเรื่องนี้
ในปัจจุบันเริ่มดำเนินการบ้างแล้ว เช่น การนำโดรน การนำหุ่นยนต์มาตรวจสอบโรงกลั่น
โครงการระบบท่อเป็นต้น
2. ENERGY SOLUTION ธุรกิจบริการด้านพลังงานครบวงจร
ที่จะดูตั้งแต่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร การพัฒนารองรับรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี)
การพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า,สมาร์ทซิตี้,สมาร์กริด
รวมไปถึงการพัฒนาระบบสำรองไฟฟ้า (ENERGY STORAGE) และ 3.การพัฒนาเทคโนโลยี จากฐานชีวภาพ ( BIO BASE TECHNOLOGY ) ซึ่ง กลุ่ม ปตท.จะพัฒนาทั้งเชื้อเพลิงชวภาพ ,พลาสติกชีวภาพ
และผลิตยาจากชีวภาพ
พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์
กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท โทรคมนาคม
กล่าวว่า ในเขตนิคมนวัตกรรมดิจิตอล พื้นที่ 700 ไร่
ในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเชิญชวนผู้ลงทุน ในขณะที่ต้องรอร่างกฏหมาย
คาดว่าจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อความมั่นคง โดย ปตท.จะมีส่วนสนับนุนเรื่องนี้
ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่จะมีการพัฒนาต้นแบบรถยนต์ไร้คนขับ รถไฟฟ้า และอื่นๆ
ซึ่งทั้งสององค์กรจะใช้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาร่วมกัน ในขณะที่ กสท
โทรคมนาคมจะให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลระบบ CLOUD นับเป็นการใช้ข้อมูลวิเคราะห์
จาก BIG DATA ร่วมกัน ส่วนจะมีการลงทุนมากน้อยขนาดไหน
จะทราบชัดเจนในเฟสแรกภายใน 3 เดือนข้างหน้า
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร
ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน ปตท. กล่าวว่า โครงการลงทุนเอ็นเนอร์ยี่สตอเรจ
ขณะนี้ ปตท.กำลังพิจารณาความร่วมมือกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
คาดว่าจะทราบผลชัดเจนว่าจะลงทุนที่ไหน อย่างไรภายใน 3 – 6 เดือนหน้า
นายชาญศักดิ์ ชื่นชม
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมและบริหารโครงการ ปตท. กล่าวว่า
โครงการท่อก๊าซเส้นที่ 5 นั้น
ทางปตท.จะประกาศรายชื่อผู้รับเหมาก่อสร้างที่ชนะการประมูล ในเดือน มกราคม 2561 ระยะทาง 415 กม. แบ่งออกเป็น ระยะที่ 1 จากระยอง- ชลบุรี-
ฉะเชิงเทรา ระยะทางกว่า 200 กม. ราคากลางประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท และระยะที่ 2 อีกประมาณ 200 กม.ราคากลางประมาณ 9 พันล้านบาท จาก ฉะเชิงทรา-
ปราจีนบุรี- กทม.- ปทุมธานี- พระนคร- ศรีอยุธยา- นนทบุรี ซึ่งใช้ระบบสัญญาคุณธรรม
เข้ามาดำเนินการเพื่อความโปร่งใส โดยโครงการนี้
เพิ่มกำลังส่งก๊าซจากภาคตะวันออกไปภาคตะวันตก รองรับความมั่นคงและก๊าซจากเมียนมา
ที่ลดลง โครงการ จะแล้วเสร็จในต้นปี 2563
งบลงทุนที่ขออนุมัติจาก ครม.ทั้งโครงการอยู่ ที่ 9.65
หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม
ปตท.ประเมินว่าการลงทุนจะต่ำกว่างบที่เสนอไปเพราะการแข่งขันการก่อสร้างที่รุนแรง
“คาดจะประกาศผลคัดเลือกผู้รับเหมาท่อก๊าซเส้นที่
5 ในเดือน มกราคม 2561 โดยคาดจากการแข่งขันที่รุนแรง
หลังจากการก่อสร้างท่อก๊าซ ท่อน้ำมันในตลาดโลกลดลงตามราคาน้ำมันที่ดิ่งในช่วง 2
– 3 ปีที่ผ่านมา ปตท.จะได้ราคาที่ดี โดยงบกลางเดิมในระยะที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ทาง
ปตท.จึงประกาศราคากลางลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านบาท
ส่วนการประมูลในส่วนอุปกรณ์ท่อเหล็กของโครงการนั้นได้ประมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว
โดยกลุ่มร่วมทุน มารูเบนิ-อิโตชู เป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี
เพราะหากประมูลขณะนี้ต้นทุนอาจสูงขึ้น เพราะ
เหล็กในตลาดโลกช่วงนี้มีราคาขยับขึ้นประมาณร้อยละ 20″ นายชาญศักดิ์
กล่าว.-สำนักข่าวไทย