นายกฯ ยันจริงจังแก้ PM2.5 ปัดเซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้า-เอื้อนายทุน

รัฐสภา 24 มี.ค.- นายกฯ บอก ฝ่ายค้านชูประเด็นรัฐบาลอื่นมาซักฟอก ยัน จริงจังแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ชี้เป็นเรื่องของทุกคน ปัดเซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้า-เอื้อนายทุน ย้ำไม่ละเลยแก้ปลาหมอคางดำ


ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลวันแรก

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ เป็นครั้งที่ 3 ถึงการแก้ไขฝุ่น PM 2.5 ที่ระบุว่าตนไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา แต่ได้มีการระบุให้เป็น”วาระแห่งอาเซียน” เพราะมีฝุ่นควันมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้ขอความร่วมมือและความช่วยเหลือในระดับรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้เกิดการเผาสินค้าการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน


ส่วนที่สมาชิกระบุว่าตนได้แต่สั่งแต่ไม่มีคนทำ ขอให้วันนี้เป็นการอภิปรายตน ไม่ใช่ข้าราชการทั้งประเทศ ซึ่งตนเชื่อว่า ข้าราชการทุกคนอยากทำเรื่องนี้ ขออย่าขีดเส้นตัดสินกันเรื่องนี้ และเชื่อว่าข้าราชการทุกคนอยากได้อากาศบริสุทธิ์ พร้อมยังระบุว่า รัฐบาลมีมาตรการหลายอย่างที่เกิดจากการบูรณาการจากหลายฝ่าย เช่น การประกาศห้ามเผา ดำเนินคดีกับผู้จงใจฝ่าฝืนเผาในพื้นที่การเกษตร 133 คดี การอนุมัติงบกลาง ตั้งจุดป้องกันเฝ้าระวังไฟป่า ซึ่งมีมากกว่าปีที่แล้ว โดยบูรณาการจากทุกภาคส่วน เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราไม่สามารถทำให้ฝุ่นหายไปได้ในพริบตา แต่ค่าเฉลี่ยน้อยลงจากปีที่แล้ว ทำให้มองได้ว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้ว ซึ่งปัญหาเรื่องฝุ่นไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง เป็นปัญหาของทุกคนที่ต้องช่วยกัน โดยยืนยันรัฐบาลจะใช้ทุกสรรพกำลังเพื่อให้คนไทยได้รับอากาศที่ดีขึ้น และพร้อมยินดีรับฟัง

“รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยดำเนินการใดๆ อย่างที่ท่านกล่าวหาเลย ไม่แน่ใจว่าท่านกำลังอภิปรายรัฐบาลชุดไหน นอกจากนี้ ท่านยังพูดถึงการซื้อที่ดินอัลไพน์ ตอนดิฉันอายุ 11 ขวบแล้ว ท่านยังอภิปรายในเรื่องที่ไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดไหนทำ เพราะว่าท่านกำลังอภิปรายไม่ไว้วางใจดิฉัน ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลชุดอื่นๆ ดิฉันรับฟัง ดิฉันก็คิดขึ้นมาว่า อะไร อะไร ก็ดิฉัน” นางสางแพทองธาร กล่าว


ส่วนกรณีค่าไฟฟ้าที่กล่าวหาว่ารัฐบาลทำให้ราคาแพง และเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยอนุมัติซื้อไฟฟ้าเพิ่มกับบริษัทไหนเลย รวมถึงการซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนประเทศเพื่อนบ้านที่สมาชิกรัฐสภากล่าวหาว่ามีการเอื้อกลุ่มทุน เพราะเป็นการทำสัญญาที่มีมาก่อนตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงถือเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง เป็นการอภิปรายผลงานของรัฐบาลชุดอื่น

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการรับช่อดอกไม้จากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ว่า เป็นการขอบคุณที่รัฐบาลอนุมัติงบกลาง
1,622ล้านบาทเพื่อชดเชยให้กับเรือประมงไทย 923 ลำ กรณี IUU ซึ่งค้างคามาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง และยืนยันว่า ทุกกลุ่มที่มาเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล ตนได้ส่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมประมง เป็นตัวแทนไปรับหนังสือ และไปพูดคุย ซึ่งไม่ได้ละเลยประชาชนหรือเลือกว่าเป็นใคร โดยในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสินได้อนุมัติ 7 มาตรการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ และรัฐบาลนี้ได้สานต่อ รวมถึงเพิ่มข้อเรียกร้องของประชาชน พร้อมเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง ยืนยัน พร้อมแก้ไขทุกปัญหาของประชาชน เพื่อให้มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี.-315 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

นายกฯ กล่าวในวันอีฎิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1446 ส่งความปรารถนาดีชาวไทยมุสลิม

นายกรัฐมนตรี กล่าวในวันอีฎิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1446 ส่งความรัก ความปรารถนาดียังชาวไทยมุสลิมทุกคน ชื่นชมศรัทธาที่เข้มแข็ง ความอดทน อดกลั้น ความมุ่งมั่น เสียสละ

สตง.ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยผู้ประสบภัยตึกถล่มจากแผ่นดินไหว

สตง. เร่งตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบ จากกรณีอาคารที่ทำการสำนักงานแห่งใหม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมยืนยันกระบวนการดำเนินโครงการฯ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย

ระดมทีมค้นหาสุดกำลัง ช่วยผู้ที่ติดค้างใต้ซากตึกถล่ม

ระดมทีมค้นหาสุดกำลัง ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างใต้ซากอาคาร สตง. ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ทุกภาคส่วนยังทำงานแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ล่าสุดมีรายงานพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย

“อนุทิน” เซ็นตั้ง คกก.สอบอาคาร สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว

“อนุทิน” เซ็นตั้ง คกก.สอบ หลังตึก สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดิน​ไหว​เพียงตึกเดียว​ คาดรู้ผลใน 7 วัน ยันไล่บี้ตั้งแต่แบบอาคารและการก่อสร้าง ชี้ทั้งบริษัทไทย-จีน​ ต้องรับผิดชอบเต็มร้อย ​ขณะทูตจีนพาผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวพบ