สื่ออินเดียเตือนอย่าให้จีนครอบงำอาร์เซ็ป

นิวเดลี 31 ต.ค.- เว็บไซต์หนังสือพิมพ์อีโคโนมิกไทมส์ของอินเดียเตือนว่า มีเหตุผลหลายอย่างให้ต้องวิตกว่าความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรืออาร์เซ็ป (RCEP) จะกลายเป็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ (FTA) กับจีนเท่านั้น


อีโคโนมิกไทมส์ระบุว่า อาร์เซ็ปเป็นแผนเอฟทีเอระหว่าง 10 ชาติสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนกับ 6 ประเทศคู่เจรจาประกอบด้วยอินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ แต่หากจีนใช้อาเซียนเป็นช่องทางกระจายสินค้าเข้ามาในกลุ่มนี้ อินเดียจะต้องมีมาตรการป้องกันอย่างยิ่งยวดเพราะปัจจุบันอินเดียขาดดุลการค้าให้จีน 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) 

ขณะเดียวกันหากพิจารณาถึงเอฟทีเอที่อินเดียทำกับอาเซียนอยู่แล้ว อินเดียใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอนี้เพียงร้อยละ 6 เท่านั้น แต่อาเซียนใช้ประโยชน์มากถึงร้อยละ 36.3 และการลงทุนระหว่างกันก็ไม่มากเมื่อเทียบกับการลงทุนระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ดังนั้นอินเดียจึงมีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ยังไม่ได้แก้ไขกับอาเซียน และน่าจะลุล่วงได้ผ่านอาร์เซ็ป หากอินเดียมีนโยบายปรับเปลี่ยนโครงสร้าง นอกจากนี้แล้วเมื่อเทียบกับอาเซียนแล้ว อินเดียถือว่ามีอำนาจต่อรองทางการเมืองกับจีนอย่างจำกัด


อีโคโนมิกไทมส์ออกตัวว่า ไม่ได้แนะนำให้อินเดียถอนตัวจากอาร์เซ็ป แต่ต้องเจรจาอย่างระมัดระวัง เพราะอาเซียนเองเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลกจึงเป็นผู้ผลิตที่เป็นคู่แข่งของอินเดีย ขณะที่ภาคการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากนมต้องรับมือกับวิสาหกิจจีนขนาดใหญ่ที่เป็นของรัฐและบริษัทใหญ่อย่างฟอนเทียร่าของนิวซีแลนด์ ที่สำคัญหลายประเทศในอาร์เซ็ปยังปกป้องทางการค้าอย่างเข้มงวดในการเปิดตลาดให้แก่ประเทศอื่นด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รถทัวร์โดยสารชนท้ายเทรลเลอร์ เสียชีวิต-บาดเจ็บจำนวนมาก

รถทัวร์โดยสารชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ บนถนนสาย 304 จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ไฟลุกไหม้รถทัวร์โดยสาร เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ชาวบ้านยอมรับค่าเยียวยาหลังละ 1 หมื่นบาท จากเจ้าของที่ดิน

ชาวบ้านยอมรับการเยียวยา บ้านละ 1 หมื่นบาท จากเจ้าของที่ดินใน จ.ระยอง หลังถมที่สูงมิดหลังคาของเพื่อนบ้าน และรับปากจะเร่งแก้ไขให้ทันหน้าฝนที่จะถึงนี้ แต่ชาวบ้านยังหวั่นใจ หากแก้ไขไม่ทันก็ยังจะเดือดร้อน น้ำจะไหลลงมาบ้านที่อยู่ต่ำกว่า

“พีช” หอบเงิน 2 แสน หวังจ่ายค่ารักษาลุงป้า แต่ญาติชิงจ่ายแล้ว

“นายกเบี้ยว” พร้อมลูกชาย หอบเงิน 2 แสน หวังจ่ายค่ารักษาลุงป้า แต่ญาติชิงจ่ายก่อนแล้ว จึงฝากจดหมายขอโทษไว้ ด้าน “กัน จอมพลัง” ยอมถอย ให้สองฝ่ายพูดคุย แต่ต้องเป็นรูปธรรม

ข่าวแนะนำ

รวบทันควัน คนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคาร

จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ธนาคารกลางเมืองเชียงใหม่ ได้เงินสดกว่า 40,000 บาท ก่อนวิ่งหลบหนี ล่าสุดจนมุมตำรวจรวบตัวได้ที่ศาลาริมทางข้างถนน

โป๊ปฟรังซิส สิ้นพระชนม์แล้ว ขณะพระชนมายุ 88 พรรษา

สำนักวาติกัน แถลงผ่านทางโทรทัศน์ของสำนักวาติกันว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกและพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกันสิ้นพระชนม์แล้วในวันนี้

Pope inaugurated the Holy Year on Christmas Eve on December 24, 2024

เปิดพระประวัติโป๊ปฟรังซิส

วาติกัน 21 เม.ย.- เว็บไซต์ข่าวโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) ของสหรัฐ เปิดพระประวัติที่น่าสนใจ 10 ประการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกและพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ที่สิ้นพระชนม์วันนี้ (21 เม.ย.68) ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา ประการที่ 1 ทรงเป็นพระสันตะปาปาลาตินอเมริกันและเยสุอิตคนแรก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ เบร์โกกลิโอ ประสูติวันที่ 17 ธันวาคม 2479 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เป็นพระสันตะปาปาลาตินอเมริกันคนแรกของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก แตกต่างจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาเกือบ 200 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอิตาลี ทรงมาจากนอกทวีปยุโรปในฐานะพระสันตะปาปาพระองค์ที่ 266 และเป็นนักบวชคณะเยสุอิตคนแรกที่ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา ประการที่ 2  ทรงมีพื้นเพมาจากอิตาลี แม้ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสประสูติในอาร์เจนตินา แต่ท่านมีมรดกทางชาติพันธุ์จากอิตาลี จากการที่บิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวอิตาลี บิดาทำงานเป็นนักบัญชีในทางรถไฟ ขณะที่มารดาอุทิศตนให้กับการเลี้ยงลูกทั้ง 5 คน ประการที่ 3 ทรงศึกษาด้านเคมีและปรัชญา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสศึกษาปรัชญาและมีปริญญาโทในด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ทรงศึกษาในโรงเรียนเทคนิคและได้ฝึกอบรมเป็นช่างเทคนิคเคมี ก่อนเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนาแห่งอัครสังฆมณฑลบิญญา เดโวโต […]