ออกหมายจับขบวนการขน “โรฮีนจา” ซุกบ้านเช่าดอนเมือง

กรุงเทพฯ 6 ม.ค.-ศาลอนุมัติหมายจับขบวนการลักลอบขนชาวโรฮีนจาซุกบ้านเช่าย่านดอนเมือง 19 คน ติดโควิด 7 คน


พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการจับกุมชาวโรฮีนจาที่บ้านเช่าย่านดอนเมือง จำนวน 19 คน ว่า ผลการตรวจโควิดพบว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด 7 คน ส่วนอีก 12 คน ยังไม่พบเชื้อ ซึ่งได้แยกห้องกักกังและอยู่ในการดูแลของชุดควบคุมโรคเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดศาลได้อนุมัติหมายจับ 2 คน คือนางระมัย ไชยมา ชาวไทย และนายบาบู ชาวต่างชาติ ทำหน้าที่เป็นผู้เช่าบ้านพักย่านดอนเมืองไว้พักคอยก่อนเดินทางไปทางใต้ ส่วนอีกรายเป็นชาวไทยคนขับรถเก๋งขนชาวโรฮีนจาจากแม่สอดไปส่งบ้านเช่าย่านดอนเมือง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับ โดยเชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการ


จากการสอบสวนขยายผลทราบว่า มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส ตำรวจ ตม.จึงเข้าตรวจสอบ บ้านไม้สองชั้น เลขที่ 121/1 ม.1 ซอยเชิดวุฒากาศ 9/1 เขตดอนเมือง และพบชาวโรฮีนจา ดังกล่าว โดยชาวโรฮีนจามาทางช่องทางธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านจุดตรวจ มีการพักหลบที่แม่สอด 1 คืน บางคนก็หลายคืนเมื่อสบโอกาส จึงลอบเข้ามาพักที่ย่านดอนเมือง กทม. โดยเป้าหมายต้องการข้ามแดนทางใต้ โดยนางระมัย และนายบาบู ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้เช่าบ้านไว้ 2 เดือน เดือนละ 3,000 บาท ส่วนคนขับรถเก๋งขนส่งชาวโรฮีนจาอยู่ระหว่างสืบสวน

พฤติการณ์ของชาวโรฮีนจาใช้ไทยเป็นทางผ่าน ไม่ได้ต้องการอยู่ในประเทศไทย แต่ต้องการหลบไปประเทศมาเลเซีย โดยเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าเป็นค่าเดินทางรายละ 6,000 บาท ย้ำการลักลอบมาส่วนมาก่อนช่วงปีใหม่ ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะมีการกวดขันเข้มงวดแต่ก็มีหลุดลอดมาได้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยสกัดจับได้ที่หนองคาย และจังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้เชื่อว่าขบวนการขนชาวโรฮีนจา เป็นคนละกลุ่มกับขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเถื่อนผิดกฎหมาย

จากนี้จะใช้มาตรการเชิงรุกขั้นสูงสุด x-ray ปูพรมอย่างเข้มข้นในแต่ละพื้นที่ และการตั้งจุดตรวจจุดสกัดกั้นลักลอบหลบหนีเข้าประเทศ อีกทั้งขณะนี้เป็นช่วงผ่อนผันให้มีการลงทะเบียนออนไลน์ตั้งแต่ 15 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์ ให้กับกลุ่มต่างด้าวทำงานในประเทศได้ 2 ปี คาดอาจมีความพยายามลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาอีก ซึ่งจะมีความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด


ด้านพลตำรวจตรีอาชยน ไกรทอง รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาชาวโรฮีนจามีการลักลอบข้ามแดนจำนวนน้อยประมาณหลักสิบคน สำหรับเส้นทางมาทั้งทางเรือ จังหวัดระนอง ทางบก ทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

จากการตรวจสอบ พบว่า ชาวโรฮีนจาที่ถูกจับกุมบ้านเช่าย่านดอนเมือง เดินทางมา 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกมีชาย 4 คน หญิง 1 คน เดินทางมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ทางช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก และเข้าบ้านพักที่ย่านดอนเมือง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม เวลา 03.00 น. โดยพักอาศัยมาแล้ว 10 วัน ส่วนกลุ่มที่ 2 เดินทางมาถึง กทม. เมื่อวันที่ 2 ม.ค.64.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย