รฟม.สั่งเพิ่มมาตรการปลอดภัยหลังอุบัติเหตุก่อสร้างสายสีเขียว

กรุงเทพฯ  23 มี.ค. – รฟม.เพิ่มมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างทันที หลังอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต  ขณะที่เอกชนรับงานก่อสร้างยืนยันเยียวยาผู้ถูกอุบัติเหตุเป็นที่พอใจแล้ว 


นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ด้านวิศวกรรมและก่อสร้าง) พร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา PCGRN และผู้แทนผู้รับจ้างงานก่อสร้างทุกสัญญาร่วมชี้แจงถึงกรณีอุบัติเหตุ 2 ครั้ง  คือ อุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า  (Lifting Frame) ได้ร่วงหล่นลงมาบนถนนพหลโยธิน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 และอุบัติเหตุอุปกรณ์เทคอนกรีตโครงสร้างเสารองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า (Concrete Bucket) ทำให้น้ำปูนไหลใส่รถยนต์ที่จอดติดไฟแดงบริเวณหน้าโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ถนนพหลโยธิน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 นั้น โดย รฟม.รู้สึกเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เรียกที่ปรึกษาควบคุมโครงการและผู้รับจ้างทุกสัญญา มาประชุมโดยทันที

นอกจากนี้ รฟม.ได้กำหนดมาตรการป้องกันเพื่อมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก โดยเหตุการณ์อุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า  (Lifting Frame) ร่วงหล่นลงมาบนถนนพหลโยธิน ได้ให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนอุปกรณ์ยก/ยึด Lifting Frame ใหม่ทั้งหมด และในการยก/ยึด Lifting Frame จะต้องมีมาตรการความปลอดภัยสำรอง (Secondary measure) สำหรับกรณีอุปกรณ์ชำรุดทุกครั้ง ส่วนการช่วยเหลือเยียวผู้เสียหาย รฟม.กำชับให้ผู้รับจ้างเยียวยาและดูแลผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด โดยให้จัดรถยนต์ให้ผู้เสียทั้ง 2 รายใช้ทดแทนชั่วคราว สำหรับกรณีรถยนต์เสียหายหนักจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ทดแทนให้กับผู้เสียหายด้วย ซึ่งขณะนี้ทราบว่าผู้รับจ้างเจรจาตกลงค่าเสียหายต่าง ๆกับผู้เสียหายจนได้ข้อยุติแล้ว


สำหรับกรณีน้ำปูนไหลใส่รถยนต์นั้น รฟม.ได้กำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก โดยให้กิจการร่วม UN-SH-CH ปิดช่องทางจราจรเพิ่มขึ้น 1 ช่องทาง เพื่อเบี่ยงการจราจรขณะมีการเทคอนกรีตและเพิ่มผ้าใบ (Blue Sheet) เพื่อป้องกันเหตุที่เกิดจากการเทคอนกรีตลักษณะเช่นนี้อีก ด้านการเยียวยาผู้เสียหายนั้น รฟม.ได้ให้ผู้รับจ้างเยียวยาและดูแลผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด โดยจัดรถยนต์ให้ใช้ทดแทนชั่วคราวระหว่างการซ่อม 

นายจิรวัฒน์ มาลัย ผู้อำนวยการโครงการ สัญญาที่ 1 บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ชี้แจงว่า ในส่วนของอุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า นั้น บริษัทเจรจากับผู้เสียหายได้ข้อยุติเวลา 15.00 น.วันนี้ (23 มี.ค.) เช่นกรณีรถนิสสัน มาร์ช บริษัทฯ ชดเชยค่าเสียหาย 1.5 ล้านบาท ส่วนการตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้  ยอมรับว่าตัววิศวกรที่คุมงานครั้งนี้ถูกย้ายออกจากโครงการแล้ว และหากการสอบสวนพบว่ามีความประมาทร้ายแรงอาจมีโทษถึงโดนออกจากงาน 

สำหรับกรณีน้ำปูนไหลใส่รถยนต์นั้น นายปริญญา วีระพันธ์ ผู้แทนผู้รับจ้างสัญญาที่ 2 กิจการร่วมค้า UN-SH-C ระบุว่า ได้เยียวยาผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด โดยจัดรถยนต์ให้ใช้ทดแทนชั่วคราวระหว่างการซ่อมและจะรับผิดชอบในเรื่องค่าซ่อมที่สัยหายทั้งหมด .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

นายกฯ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ ยันไทยไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ในระยะยาว