ปล่อยตัวชั่วคราวอดีตลูกจ้างสาวประจวบฯ คดีโกงงบรัฐ

ประจวบคีรีขันธ์ 15 ก.ย.- ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ เผยอัยการคดีทุจริตภาค 7 สั่งปล่อยตัวชั่วคราวอดีตพนักงานราชการหญิง วัย 28 ปี ผู้ต้องหาคดียักยอกงบรัฐ 40 ล้าน ออกจากเรือนจำสมุทรสงคราม และพนักงานอัยการแจ้งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม


กรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี อดีตพนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกจับดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการเกือบ 40 ล้านบาท โอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS เข้าบัญชีส่วนตัว และพบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็คและการเบิกจ่ายหลายครั้ง ต่อมาศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 และไม่ให้ประกันตัวตั้งแต่การฝากขังผัดแรก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 จากนั้น น.ส.ขนิษฐา ถูกนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องจากที่ผ่านมาได้ครบกำหนดฝากขังครั้งละ 12 วัน จำนวน 7 ผัด รวม 84 วัน

พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยความคืบหน้าว่า อัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม มีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.ขนิษฐา
เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา และพนักงานอัยการได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำไปประกอบสำนวน ซึ่งขณะนี้พนักงานอัยการยังไม่สรุปสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตในระบบไต่สวน นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องทำสำนวนรายละเอียดในการทุจริตทั้งหมด 165 กรรม จากการทุจริตต่อเนื่อง 165 ครั้ง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ถึงมิถุนายน 2563 ให้รัดกุม โดยมีข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงกับการเบิกจ่ายงบประมาณ เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินหรือธนาคารของรัฐบางแห่งที่จะต้องให้ความร่วมมือมอบเอกสารหลักฐานกับพนักงานสอบสวน โดยเฉพาะการส่งเช็กเบิกจ่ายฉบับจริง 78 ฉบับ เพื่อให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบลายมือชื่อปลอมตามหลักนิติวิทยาศาสตร์


พ.ต.อ.ธนากร ย้ำว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำงานล่าช้า แต่คดีนี้มีเอกสารจำนวนมากจากการทำธุรกรรมทางการเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ยืนยันว่าจะเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จโดยเร็ว จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาทุกรายไปดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และได้กำชับชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรม น.ส.ขนิษฐา อย่างใกล้ชิดภายหลังได้รับการปล่อยตัว เพื่อป้องกันการหลบหนี แม้ที่ผ่านมาให้การรับสารถภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วนแม่ของ น.ส.ขนิษฐา คือ นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันได้รับการประกันตัวแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เคลียร์ดราม่า-กระแสศรัทธาวัดไอ้ไข่ จ.นครศรีธรรมราช

หลังกระแสศรัทธาในไอ้ไข่ รูปแกะสลักที่วัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช เกิดขึ้นอย่างล้นหลามจนมีการนำไอ้ไข่ไปสร้างวัดที่วัดต่างๆ หลายแห่ง เป็นกระแสดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องการไลฟ์ที่วัดโดยไม่ได้รับอนุญาตของดาราคู่แฝด จนทำให้มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่วัดต้องถูกพักงานถึง 16 คน วันนี้ดาราคู่แฝก ได้เดินทางไปที่วัดเพื่อเข้าพบเจ้าอาวาสแล้ว ติดตามจากรายงาน

ข่าวแนะนำ


พื้นที่โฆษณา