ระเบียบ ศธ.ครูไม่มีสิทธิกล้อนผมนักเรียน

กทม. 6 ก.ค.-ปลัด สธ. ย้ำชัดระเบียบกระทรวงฯ ไม่สามารถลงโทษนักเรียนด้วยการกล้อนผมได้ หากต้องการให้เด็กตัดผมควรทำทัณฑ์บน-เชิญผู้ปกครอง 


เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทุกปีก็ว่าได้โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียน สำหรับเด็กนักเรียนที่ถูกครูทำโทษด้วยการกล้อน  ล่าสุดมีกรณีของเด็กนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ยางชุมน้อย จังหวัดศรีษะเกษ ที่ผู้ปกครองออกมาโพสต์เฟสบุ๊ค แสดงความไม่พอใจที่ลูกสาวซึ่งเรียนอยู่ถูกครูกล้อนผม แม้ต่อจะมีการออกมาชี้แจงจากครู นักเรียนและผู้ปกครองแล้ว แต่เรื่องของทรงผมมีการเคลื่อนไหวของเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เรียกร้อง ที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการไว้ทรงผมสำหรับนักเรียน และยังเชิญชวนนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย มาร่วมเป็นโจทก์ฟ้องศาลปกครอง ว่ากฎระเบียบทรงผมในปัจจุบัน ที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขัดรัฐธรรมนูญ


หากเปิดดูระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ พบว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมนักเรียน ปี 2563 ระบุชัดเจนว่า ข้อ 4 นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ แต่ด้านข้างและด้านหลังต้องยาวไม่เกินตีนผม ด้านหน้าและกลางศรีษะเป็นไปตามความเหมาะสมเรียบร้อย ส่วนนักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้เช่นกัน ถ้ายาวจะต้องรวบผมเพื่อความเหมาะสม เรียบร้อย  ซึ่งถือเป็นแนวทางปฎิบัติที่มีมานานแล้ว แต่ที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ทันต่อยุคสมัยคือ ข้อ 5 เป็นข้อห้ามสำหรับนักเรียนชายและหญิงต้องห้ามดัดผม ย้อมสีผม ตัดแต่งทรงเป็นลวดลาย และไว้หนวดเครา เนื่องจากเกรงว่าเด็กนักเรียนจะตัดหรือไว้ผมทรงเดียวกับบุคคลที่ชื่นชอบอย่างนักฟุตบอล ผมทรงโทมาฮอว์ค เป็นลวดลายต่างๆ หรือศิลปินหญิงต่างประเทศที่ต้องดัดและทำสีผม แต่ที่ถือเป็นปัญหาคือข้อ 7 ที่ให้อำนาจสถานศึกษาโดยความเห็นชอบคณะกรรมการสถานศึกษา ที่มีตัวแทนอาทิ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน หรือศิษเก่า วางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจง ที่มีความเหมาะสม โดยไม่ขัดแย้งกับระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาสามารถเข้มกว่าระเบียบกระทรวงศึกษาธิการได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ คือทรงผมของรักเรียนจะวางระเบียนความสั้นยาวตามระดับชั้นมัธยมต้น-ปลายได้ ให้ตัดสั้นได้ แต่ต้องไม่ยาวกว่าระเบียบของกระทรวง

นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้เมื่อระเบียบของกระทรวงประกาศใหม่แล้ว แต่โรงเรียนบางแห่งยังไม่ได้ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ออกระเบียบใหม่เป็นแนวทางปฎิบัติ หลักเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ไม่ใช่ออกโดยผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูเพียงฝ่ายเดียว 


ส่วนเรื่องของการลงโทษกล้อนผมนักเรียนที่เป็นปัญหา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการชี้แจงว่าการลงโทษเด็กจะต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่งในข้อ 5 เขียนไว้ชัดเจน โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำผิดมี 4 สถาน ดังนี้ 1. ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนประพฤติ และ4.ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

และ ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้งหรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท การลงโทษต้องคำนึงถึงอายุนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบด้วย เพื่อแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียน หรือให้เด็กสำนึกในความผิด ดังนั้นเรื่องของการกล้อนผมจึงไม่สามารถทำได้ หากต้องการให้เด็กตัดผมทางที่ดี คือควรทำทัณฑ์บน และเรียกผู้ปกครองมาให้รับทราบปัญหาและดำเนินการแก้ไข.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“ภูมิธรรม” เหน็บ “อนุทิน” ฝันกลางวัน เดินสายหวังพลิกขั้วตั้งรัฐบาล

ทำเนียบ 30 ส.ค.-“ภูมิธรรม” เหน็บ “อนุทิน” ฝันกลางวัน เดินสายหวังพลิกขั้วตั้งรัฐบาล งง เอาความมั่นใจจากไหน ถึงกล้าประกาศ เชื่อขั้วเดิมยังไม่ปล่อยมือ เย้ย “ส้ม-แดง” คุยกันง่ายกว่า ยันมีอำนาจยุบสภา แต่ยังไม่ใช่วันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นไร ให้พรรคภูมิใจไทยประกาศไปได้เลย แต่ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย มีสิ่งไหนที่มั่นใจได้ถึงขนาดกล้าประกาศเช่นนี้ ส่วนที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศว่ารวมเสียงได้กว่า 280 เสียงแล้วนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้สอบถามพรรคประชาชนแล้วหรือยัง ไม่ได้เคยบอกว่าจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีเพียงพรรคประชาชนเสนอเงื่อนไข ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าพรรคประชาชนจะรอดูพรรคร่วมทั้งหมดก่อนตัดสินใจ และเวลานี้อยากถามว่าหากพรรคประชาชนจะตัดสินใจ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ใครมีความเหมาะสมจะร่วมงานมากที่สุดสำหรับประชาชน และขอถามว่าพรรคภูมิใจไทยรวม 280 เสียงได้ เอาพรรคประชาชนไปรวมเสียงโดยที่เขาไม่ยืนยัน จะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ดังนั้นวันนี้ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคประชาชนต้องใช้เหตุผล ใช้การตัดสินใจอย่างเต็มที่ เพราะส่วนตัวไม่เชื่อว่าพรรคประชาชนจะรีบตัดสินใจอะไร เพราะข้อเสนอที่เสนอมา สำหรับพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีขัดข้อง แหนงใจกัน เพราะว่าเรื่องรัฐธรรมนูญ และเรื่องประชามติ ตนเองเคยเป็นประธานในการผลักดันเรื่องนี้มาตลอด ดังนั้นส่วนตัวเห็นว่าพรรคประชาชนคุยกับพรรคเพื่อไทยจะง่ายกว่าคุยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอยากให้ลองไปถามพรรคประชาชนดู […]

“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ

กทม. 30 ส.ค.-“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ ขอบคุณประชาชนให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเคลื่อนไหว แชร์โพสต์จาก Voice TV ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงยอมรับผลคำวินิจฉัยศาลและขอบคุณประชาชนเมื่อวานนี้ โดยเป็นช่วงที่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า “ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อประเทศอย่างภาคภูมิใจตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลต่อจากนี้จะนำโอกาสกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้“ จากนั้นได้มีการแชร์ภาพบรรยากาศภายในตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย จนถึงการแถลงข่าวเสร็จสิ้น.-316.-สำนักข่าวไทย

เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน-ตะวันออก

กทม. 30 ส.ค.-กรมอุตุฯ รายงานไทยฝนเพิ่มขึ้น เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน และตะวันออก โดยเฉพาะ จ.บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – […]

“อนุทิน” ยันเสียงพอตั้งรัฐบาล ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62

พรรคภูมิใจไทย 29 ส.ค. – “อนุทิน” ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62 มั่นใจเสียงเพียงพอตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ ขอทำงานเพื่อประเทศ 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย รับเงื่อนไขพรรคประชาชน ขณะที่ “เพื่อไทย” โผล่ พร้อมหนุน 10 เสียง ส่วน ”กลุ่มสุชาติ“ หนุน 16 เสียง ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังกลับจากเดินทางไปพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน และแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความพร้อมในการที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป เพื่อให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไข และคลี่คลายโดยเร็ว ทำให้การขับเคลื่อนประเทศไทยที่รักของเราได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการหยุดชะงัก […]