EIC คาดจีดีพีไทย Q2 ร่วงต่ำสุด -12% และ หั่นทั้งปี -7.3%

กรุงเทพฯ 5 มิ.ย.63 – EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ หั่นจีดีพีไทยปี 63 ติดลบมากขึ้น เป็นลบ 7.3% โดยมองจีดีพีไทยไตรมาส 2 เป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐไทยในปีนี้ โดยคาด -12% และจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวแบบตัว U ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ก่อนจะกลับมาเป็นบวกได้ 4-5% ในอีก 2 ปี ขณะที่จีดีพีโลกปีนี้คาดติดลบ 4% ซึ่งเป็นการติดลบหนักสุดในรอบ 90 ปี


นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า EIC ปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ติดลบมากขึ้น จากเดิมติดลบ 5.6% เป็น ติดลบ 7.3% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปีนี้คาดว่าจะติดลบ 75% หรือมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพียง 9.8 ล้านคน จากปีก่อนที่ 40 ล้านคน และส่งออกติดลบ 10.4% ขณะที่ไตรมาส 2 จะเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทย หรือติดลบถึง 12% จากการใช้มาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มงวด ทั้งนี้หลังคลายล็อคดาวน์จะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวแบบช้าๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี  โดยเป็นการฟื้นตัวแบบ U –Shape ตามอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศที่ยังมีความเปราะบางจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้ 4-5% หรือในระดับเดียวกับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ในช่วงปี 2565 


พร้อมคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.)  จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% ตลอดทั้งปี และพร้อมใช้เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงมาตรการ Unconventional เพิ่มเติมหากมีความจำเป็น  ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มติดลบ และความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนบาทคาดว่า ณ สิ้นปี 2563 จะอยู่ในช่วง 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากไทยจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงมาก จากดุลบริการที่หายไปตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัวในระดับสูง ประกอบกับแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ตามภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ จะเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า 

ขณะที่เศรษฐกิจโลก EIC ปรับลดประมาณการณ์ลงจากเดิมจากติดลบ 3% เป็นติดลบ 4% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 90 ปี และจะเป็นการฟื้นตัวแบบตัว U เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อัตราว่างงานอยู่ในระดับสูง ทำให้การบริโภคและการลงทุนไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็ว 

สำหรับความเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม คือ โอกาสในการกลับมาระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลกต้องหยุดชะงักอีกครั้ง ,สงครามการค้าโลก ที่อาจรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และยุโรป , ความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเพิ่มขึ้นทั้งในระดับประเทศและระดับธุรกิจที่มีภาระหนี้ต่อรายได้สูงขึ้นมาก อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นำไปสู่ความผันผวนของตลาดการเงินโลกได้ และความเสี่ยงในประเทศด้านความเปราะบางทางการเงินของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของไทยที่อาจทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพภาคการเงิน รวมถึงความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวมในระยะต่อไป.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์