บล.เคจีไอ เตือนหุ้นการบินไทยเสี่ยงสูง อนาคตไม่แน่นอน

กรุงเทพฯ 26 พ.ค.-บล.เคจีไอ เตือน หุ้นการบินไทยเสี่ยงสูง อนาคตไม่แน่นอนว่าจะฟื้นฟูกิจการสำเร็จ ชี้หัวใจสำคัญคือคณะกรรมการที่จะเข้ามาบริหารแผนฟูฟื้น ต้องไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง


นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ต้องฟื้นฟูกิจการ เช่น บมจ.การบินไทย ในขณะที่ยังไม่มีความชัดในแผนฟื้นฟู  ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง  เพราะเป็นการดำเนินธุรกิจในภาวะที่ไม่ปกติ โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องระวัง คือ การลดทุน และการเพิ่มทุน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งหากมองกรณีเลวร้าย เช่น เดิมมูลค่าหุ้นอาจเคยอยู่ที่ 100 บาท ก็อาจจะลดลงเหลือเพียง 1 บาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์ของบริษัทการบินไทยขณะนี้ จะคล้ายกับสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ในอดีต แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน คือ วัฒนธรรม อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนไทยที่เคยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแต่ไม่ประสบความสำเร็จมีสูงถึง 30-40% ดังนั้น แม้แผนฟื้นฟูจะออกมาชัดเจน ก็อย่ามั่นใจว่าการฟื้นฟูกิจการจะประสบความสำเร็จ เพราะอาจเกิดอุปสรรคขึ้นในช่วงดำเนินการตามแผนฟื้นฟูได้  


ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เคจีไอ  ยอมรับว่า รายชื่อกรรมการคนใหม่ทั้ง 4 คนของการบินไทย ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ และมีประสบการณ์ แต่อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูความชัดเจนของแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการประเมินมูลค่าหุ้นในลำดับต่อไป รวมทั้งคณะกรรมการที่จะเข้ามาบริหารแผนฟูฟื้น เพราะถือเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จ ที่ต้องเป็นกลางและไม่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 

ดังนั้นจึงมองว่านักลงทุนที่เข้ามาเล่นหุ้นการบินไทยขณะนี้เป็นการเก็งกำไรระยะสั้น โดยคาดเดาสถานการณ์ในอนาคตกันเอง เนื่องจากขณะนี้แผนฟื้นฟูฯยังไม่มีความชัดเจน  ขณะที่นักลงทุนส่วนหนึ่งจะรอความชัดเจนของแผนฟื้นฟูฯ และแนวทางที่ชัดเจน เพื่อคาดการณ์ความสำเร็จในอนาคตว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะทำให้การประเมินมูลค่าของหุ้นมีความเหมาะสม และสามารถเปรียบเทียบได้ว่าควรเข้าลงทุนเพื่ออนาคตหรือไม่ พร้อมแนะนักลงทุนที่มีหุ้นการบินไทยอยู่ในมือและยังอยากถือเก็บไว้ จะต้องพิจารณาว่าสามารถรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลดทุนได้มากน้อยเพียงใด .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม