มหิดลเปิดตัว “เวสตี้-ฟู้ดดี้” หุ่นยนต์เก็บขยะติดเชื้อ-ส่งยาอาหาร

ม.มหิดล 14 พ.ค.-มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวหุ่นยนต์ “เวสตี้” เก็บขยะติดเชื้อในโรงพยาบาล และ “ฟู้ดดี้” หุ่นยนต์ส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วย คาดเริ่มใช้งานจริงประมาณกลางเดือน มิ.ย.นี้ 


รศ.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหิดล พร้อมด้วย นพ.สมชาย ดุษฎีเวทกุล ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว หุ่นยนต์เวสตี้(WASTIE) เก็บขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลภาคสนามและหุ่นยนต์ฟู้ดดี้(FOODIE) ช่วยส่งอาหารและยาในหอผู้ป่วย 


รศ.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างทีมวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาของโครงการนี้  สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ    ที่เกิดจากการสัมผัสและได้นำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ 


สำหรับหุ่นยนต์เวสตี้ เก็บขยะติดเชื้อ ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ AGV(Automatic Guide Vehicle) นำทางด้วยระบบเทปแม่เหล็กไว้ที่พื้นเป็นเส้นนำทาง เมื่อถึงจุดรับขยะจะอ่านบาร์โค้ดแล้วยกถังขยะติดเชื้อไปเก็บไว้ที่กระบะจัดเก็บ  โดยมีแขนกล (CoBot) สำหรับยกถังขยะ ซึ่งมีระบบ Machine Vision ในการจำแนกประเภทวัตถุและตำแหน่งการยก แต่ละครั้งยกได้สูงสุด 5 กิโลกรัม ส่วนตัวหุ่นยนต์สามารถรับบรรทุกน้ำหนักขยะได้มากถึง 500 กิโลกรัม ทำความเร็วเคลื่อนที่ได้ไม่ต่ำกว่า 8 เมตรต่อนาที  หุ่นยนต์ตัวนี้หากใช้ในโรงพยาบาลจะสามารถขนส่งขยะติดเชื้อได้ประมาณ 10 ตันต่อวัน ช่วยลดปัญหาการติดเชื้อของบุคลากรในโรงพยาบาล และลดความล่าช้าจากการขนส่งได้มากกว่า 50%

ส่วนหุนยนต์ “ฟู้ดดี้”ใช้ระบบนำทางอัจฉริยะด้วยข้อมูลแผนที่ในตัวหุ่นยนต์แบบQR-CODE  MAPPING โดยหุ่นยนต์จะเดินทางผ่าน QR-CODE  บนพื้น สามารถรับน้ำหนักได้ 30-50 กิโลกรัม  ทำความเร็วในการเคลื่อนที่ 8 เมตรต่อ 1 นาที สามารถนำส่งอาหาร 3 มื้อ ยาและอุปกรณ์การแพทย์ ไปยังหอผู้ป่วย ได้ประมาณ 200 คนต่อวัน

ทั้งนี้  คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้งานได้จริงอีก 1 เดือนข้างหน้า หรือกลางเดือนมิถุนายน โดยเริ่มแรกจะสร้างใช้งานชนิดละ 5 ตัว รวม 10 ตัว

ด้าน นพ.สมชาย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ได้รับผู้ป่วยโรคโควิด-19 เข้ามารักษาจำนวน 60  คน ขณะนี้ได้รักษาจนหายและกลับบ้านได้ทั้งหมดแล้ว  ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการ ที่จะพัฒนานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในหอผู้ป่วยโควิด เชื่อว่าในอนาคตมีโอกาสที่โรคนี้จะกลับมาระบาดได้อีกครั้ง จึงต้องเตรียมพร้อมรองรับ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับบุคลากรทางการแพทย์ 

ซึ่งผู้ป่วย 1 คน ทำให้เกิดความเสี่ยงแก่บุคลากรของศูนย์ได้อย่างน้อยถึง 7 คน แบ่งเป็นอาหารและยา 3 มื้อ โดย1มื้อต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไป 2 คน รวม 3 มื้อ 6 คน และแม่บ้านเข้าไปเก็บขยะติดเชื้ออีก 1 คน รวมทั้งลดจำนวนการใช้ชุด PPE ซึ่งทุกครั้งที่เข้าไปทุกคนต้องสวมชุด PPE ตรงนี้จะช่วยลดความเสี่ยง และลดความสิ้นเปลืองได้มาก ในอนาคตจะได้พัฒนาไปใช้กับผู้ป่วยในแผนกอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับ “นิวนอร์มัล” ที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อลดความแออัด และความเสี่ยงในโรงพยาบาล.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า