สถาบันบำราศฯแจงขั้นตอนจัดการศพผู้ป่วยโควิด-19

สธ.24 มี.ค.-ผอ.สถาบันบำราศนราดูร แจงมาตรฐานการจัดการงานศพ ย้ำ ใส่ถุงซิปมากถึง 3 ชั้น ไม่แพร่เชื้อ การเผาศพใช้ความร้อนมากกว่า 800-1,000 องศาเซลเซียส เชื้อตายหมด ไม่หลุดออกมา 


นพ.อภิชาต  วชิรพันธ์  ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร  กล่าวว่า  กรณีมีการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19  มีผู้เสียชีวิต จัดการกับศพอย่างไรว่า ปัจจุบันสถาบันบำราศนราดูรรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว 117 คน ขณะนี้มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ 74 คน เสียชีวิต 3  คน โดยผู้ป่วยทุกราย ทางสถาบันฯให้การรักษาพยาบาลเต็มที่  ใช้วิธีรักษาแบบประคับประคอง และรักษาเฉพาะราย ให้ยาเฉพาะบุคคลแบบแตกต่างกัน โดยมีคณะแพทย์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นที่ปรึกษาอยู่ตลอด พร้อมกันนี้ยังขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต   


นพ.อภิชาติ ย้ำว่าการจัดการศพมีมาตรฐาน  เมื่อเสียชีวิตมีการบรรจุในถุงซิป 3 ชั้น และมีการพ่นแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซนต์  พร้อมใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์อุดตามอวัยวะและด้านหลังของศพ ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์   ฆ่าเชื้อรอบทั้งด้านหน้าและหลัง ทั้ง 3 ชั้น และปิดซิป ไม่มีโอกาสที่เชื้อจะหลุดรอดออกมา อีกทั้งเชื้อได้ตายไปแล้ว พร้อมห้ามญาติเปิดออกอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องกลัวศพผิดเพราะเรียกญาติมายืนยันศพก่อนปิดซิป จากนั้นเคลื่อนย้ายบรรลุโลง เพื่อไปยังสถานที่ฌาปนกิจ 

ทั้งนี้ การเผาศพยังใช้อุณหภูมิความร้อนสูงมากถึง 800-1,000 องศาเซลเซียส ปกติเชื้อโควิด -19 ถูกความร้อนทำลายในอุณหภูมิที่ 60-70 องศาเซลเซียส ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ที่เชื้อจะหลุดรอดออกมากระจายในอากาศ  .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

นายกฯ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ ยันไทยไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ในระยะยาว

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น