ก.เกษตรฯ ส่ง “นราพัฒน์ฯ” ย้ำชัดจุดยืน “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงตลาด”


กรุงเทพฯ 22 ม.ค.-นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วย รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตร ครั้งที่ 12 เพื่อร่วมกันหารือด้านนโยบายภายใต้หัวข้อหลัก “การค้าเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลาย และโภชนาการที่ยั่งยืน” 





เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตร ครั้งที่ 12 (12th Berlin Agriculture Minister’s Conference) ซึ่งเป็นการประชุมที่มีรัฐมนตรีเกษตรจาก 71 ประเทศเข้าร่วม เพื่อร่วมกันหารือด้านนโยบายภายใต้หัวข้อหลัก “การค้าเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลาย และโภชนาการที่ยั่งยืน” และร่วมกันหารือแนวทางที่จะทำให้การค้าสินค้าเกษตรและอาหารช่วยสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ในเป้าหมาย 1 คือ การขจัดความยากจน (No Poverty) และเป้าหมาย 2 คือ การขจัดความหิวโหย (Zero Hunger) ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 


ในแถลงการณ์ของรัฐมนตรีจาก 71 ประเทศ ได้เน้นย้ำสิ่งที่เป็นนโยบายของเกษตรของประเทศไทยว่า การพัฒนาภาคการเกษตรในเฉพาะในชนบท จะต้องมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ เพื่อเอื้ออำนวยให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม และเพื่อทำให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเข้มแข็ง การผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการค้าของประเทศไทยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยของไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยดังกล่าวยังมีส่วนช่วยสนับสนุนและสอดคล้องต่อการพัฒนาด้านอื่นด้วย เช่น สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพและโภชนาการของผู้บริโภค 

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบกรอบแนวทางขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (United nation Food and Agriculture Organization) เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นในภาคเกษตรและอาหาร เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มบทบาทของสตรีและเกษตรกรรุ่นใหม่ในภาคการเกษตร เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกของ FAO จะดำเนินการต่อยอดข้อเสนอโครงการในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคเกษตรและอาหารและเข้าถึงเทคโนโลยีและดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.-สำนักข่าวไทย 



ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม