เพิ่มโทษ 2 ป๋าเชียร์แขก อาบ อบ นวด “วิตตอเรียฯ”

กทม.19 พ.ย.-ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษ 2 ป๋าเชียร์แขก อาบ อบ นวด “วิตตอเรียฯ” เป็นคุก 122 ปี 6 เดือน รวมชดใช้สินไหมสาวเมียนมา 2 ราย 1.6 แสนบาท


ที่ห้องพิจารณา 716 ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์สถานบริการ อาบ อบ นวด วิคตอเรีย ซีเครท ที่อัยการยื่นฟ้องนายมนัสหรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 49 ปี และนายสมชายหรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยบังคับขู่เข็ญ , เป็นธุระจัดหา ชักพาไปหญิงสาวอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น 

คำฟ้องระบุว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2560 จนถึง 12 มกราคม 2561 จำเลยทั้ง 9 กับพวกสมคบกัน โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยตกลงวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ผู้เสียหายเป็นหญิงสาวรวม 9 ราย ทั้งคนไทยและคนเมียนมา ซึ่งอายุ15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี โดยร่วมกันให้ผู้เสียหาย ทำการค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ถนนพระรามเก้า เขตห้วยขวาง เพื่อให้ผู้เสียหาย กระทำการค้าประเวณี ยอมรับการกระทำชำเรา อันเป็นการสำส่อนประพฤติตนไม่สมควร เพื่อสินจ้างหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อที่จำเลยกับพวกจะได้แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้เสียหายที่เป็นเด็ก แม้ผู้เสียหายยินยอมก็ตาม 


เดิมทั้งสองถือฟ้องร่วมกับนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก แจ้งฉาย อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวดฯ กับพวกรวม 9 คน เมื่อเดือน เม.ย.61 แต่ชั้นพิจารณามีเฉพาะนายมนัส  และนายสมชาย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายศรัทธาธรรม  กับพวกที่เหลืออีก 7 รายให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดีจึงแยกสำนวนฟ้อง

คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 เห็นว่า นายมนัส และนายสมชาย มีความผิดฐานเป็นผู้ดูแลกิจการค้าประเวณี เป็นธุระจัดหาฯ และฐานสมคบทำผิดค้ามนุษย์แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีฯ จำคุก คนละ 46 ปี โดยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ 22 ปี 12 เดือน

คดีนี้ทั้งอัยการโจทก์และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษด้วย ศาลเบิกตัวจำเลยทั้ง 2 มาจากเรือนจำพิเศษกุรงเทพฯ


ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ในข้อหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้ง 2 ฐานเป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการ สถานค้าบริการประเวณีฯซึ่งมีบุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี จำคุก 2 ปี 6 เดือน นั้นความผิดในส่วนนี้คู่ความไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คดีส่วนนี้จึงถึงที่สุดแล้ว ส่วนที่จำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ว่าคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวพันคดีของนายศรัทธาธรรม  ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการวิคตอเรียซีเครท กับพวกรวม 7 คน โดยศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยทั้ง 7 ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดค้ามนุษย์ด้วยการค้าประเวณี โดยลงโทษเฉพาะข้อหาเป็นธุระจัดหาบุคคลฯเพื่อสนองความใคร่และค้าประเวณี คดีของจำเลยทั้ง 2 จึงต้องยกฟ้องในข้อหาดังกล่าวด้วย 

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การจะพิจารณาต้องดูรูปเรื่องทั้งหมดซึ่ง คดีของจำเลยทั้ง 2 อัยการโจทก์ก็ได้บรรยายพฤติการณ์ฟ้องและนำสืบพยานหลักฐานจนฟังได้ว่า ร่วมกันกระทำผิดฐานโดยสมคบตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหาบุคคลฯ สนองความใคร่ผู้อื่น และที่จำเลยทั้ง2 อุทธรณ์ขอให้พิจารณาลงโทษสถานเบาหรือรอลงโทษนั้นศาลอุทธรณ์ฯเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทั้ง2 ที่โจทก์ฟ้องนั้นได้กระทำผิดต่อบุคคลจำนวนมาก ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี จากการค้าประเวณีอีกทั้งยังเป็นการกระทำที่อุกอาจ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน อุทธรณ์ของจำเลยทั้ง 2 จึงฟังไม่ขึ้น โดยอุทธรณ์ของอัยการโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

ศาลจึงพิพากษาแก้ ให้เพิ่มโทษรายกระทงเป็น 2-10 ปี(จากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา กระทงละ 2-5 ปี) โดยข้อหาที่โทษหนักที่สุดคือสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหา บุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปีฯ จำคุก 7 กระทงๆละ 10 ปี เป็นจำคุก 70 ปี โดยรวมกับโทษ ฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลให้ค้าประเวณีโดยขู่เข็ญฯ และข้อหาอื่นอีกหลายกระทง รวม จำคุก นายมนัส หรือป๋านัสและนายสมชาย หรือ ป๋าต้น ทั้งสิ้น 120 ปี จำเลยรับสารภาพเหลือโทษจำคุก 60 ปี โดยรวมกับที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณีฯ 2 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 62 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วให้จำคุกสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91  เป็นจำคุกคนละ 50 ปี และพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายสองรายสัญชาติเมียนมาคนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง 21 เม.ย. 61 (เดินศาลชั้นต้นยกคำขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน)นอกจากที่แก้ให้เป็นตามศาลชั้นต้น 

บรรยากาศภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาที่โทษสูงขึ้น นายมนัสถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ หน้าตาเคร่งเครียด ญาติต่างแสดงความเสียใจ หมดเรี่ยวแรง

คดีวิคตอเรีย ซีเครท สำหรับ ป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการนั้นได้ถูกยื่นฟ้อง 2 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 จำคุก 2 สำนวนเป็นเวลาทั้งสิ้น 18 ปี 16 เดือน โดยยกฟ้องในข้อหาสมคบค้ามนุษย์ฯซึ่งคดีอยู่ระหว่างอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมกับจำเลยร่วมคนอื่น ส่วนนายกําพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการฯที่อัยการมีคำสั่งฟ้องว่าร่วมกระทำผิดด้วยนั้นปัจจุบันยังติดตามตัวมายื่นฟ้องไม่ได้ ซึ่งคาดว่าจะหลบหนีคดีโดยพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้ขอศาลออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งมีอายุความติดตามตัวมาฟ้องคดีภายใน 20ปี.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]