ครม.เศรษฐกิจออก 18 มาตรการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทำเนียบรัฐบาล 11 ต.ค. – ครม.เศรษฐกิจปลดล็อก 18 มาตรการ หนุนท่องเที่ยวปี 62 ทำได้ตามเป้า ด้วยยอดนักท่องเที่ยว 39.8 ล้านคน รายได้ 2.04 ล้านล้านบาท เพื่อให้เศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3


นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ว่า ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในวันนี้รวม 18 มาตรการ นับเป็นการปลดล็อคครั้งใหญ่เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การท่องเที่ยวไทยจะเดินหน้าได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ คือ มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 39.8 ล้านคน  มีรายได้ 2.04 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย(จีดีพี) ปีนี้ให้โตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 นอกจากนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Event สำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแบบ Thailand Plus One มาไทยแล้วไปเที่ยวต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เป็นต้น ท่ามกลางผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวที่เติบโตรวดเร็วอย่างเวียดนาม

สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยยังเติบโตดี แม้เงินบาทแข็งค่า แต่ละเดือนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 3.5 ล้านคน ขณะที่คนไทยก็ท่องเที่ยวและจัดสัมมนาในประเทศด้วยเช่นกัน โดยรัฐบาลออกมาตรการต่าง ๆ เข้ามาช่วยเช่น มาตรการ ชิม ช้อป ใช้ “เที่ยววันธรรมดา ราคาช็อคโลก”   และ“100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” และการกระตุ้นให้มีการจัดประชุมสัมมนาของหน่วยภาครัฐและเอกชน เป็นต้น


“ในอนาคตเมื่อปลดล็อคทุกอย่างได้ มีการจูงใจมี Event ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนในปีต่อไปได้ และเป็นภาคที่สดใสที่สร้างรายได้เข้าประเทศ” นายกอบศักดิ์ กล่าว

นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-ส.ค.62) มียอดรวม 26.56 ล้านคน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 2.83 สร้างรายได้สะสม 1.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 2.91เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ดังนั้น ในช่วง 4 เดือนที่เหลือปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.62) จะต้องดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกรวม 13.3 ล้านคน แบ่งเป็นเดือน ก.ย. 3.04 ล้านคน ต.ค. 3.22 ล้านคน พ.ย. 3.24 ล้านคน และเดือนธ.ค. 3.94 ล้านคน ด้าน รายได้จะต้องทำให้ได้อีกรวม 7.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเดือน ก.ย.  0.18 ล้านล้านบาท ต.ค. 0.17 ล้านล้านบาท พ.ย. 0.18 ล้านล้านบาท และเดือนธ.ค. 0.23 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ จึงออกมาตรการ 2 กลุ่ม คือ  กลุ่มมาตรการอำนวยความสะดวก เช่น E-Visa E-VOA และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เช่น การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” โดยได้หารือกับสมาคมการค้าปลีกเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปีที่ผ่านมา มีร้านค้าร่วมโครงการ 261 แห่ง ปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 400 แห่ง  และหากซื้อสินค้ามาก ขนกลับไม่สะดวก ปีนี้มีบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เข้ามาร่วมอำนวยความสะดวกลดค่าบริการทันที 500 บาท โดยมีการเปิดให้บริการตามห้างสรรพสินค้า พร้อมกันนี้จะดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพโดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE เข้ามาให้มากขึ้น โดยดึงบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั่วโลกมาจัดกิจกรรมในประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจัดงานกิจกรรมมหกรรมระดับโลกหรือกิจกรรมขนาดใหญ่ ระดับ World Event และ Mega Event ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย เป็นต้น


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเห็นชอบ  18 มาตรการของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจอุนมัติล่าสุดนี้ จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยบรรลุเป้าหมายปีนี้ ส่วนปี 2536 ตั้งเป้าหมายจะมียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 41.8 ล้านคน สร้างรายได้เพิ่มเป็น 2.2 ล้านล้านบาท เพราะปัจจุบันไทยมีปัจจัยลบเช่น ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ในขณะที่สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของไทย ที่ WEF จัดลดอันดับลง ปัจจุบันอยู่ลำดับที่ 130 จาก 140 กว่าประเทศ ดังนั้นจุดขายเดิมคือ ธรรมชาติที่สวยงามอาจไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกต่อไปได้ ประกอบ การชะลอตัวของเศรษฐกิจของหลายประเทศและค่าเงินที่ผันผวน อีกทั้งการแข่งขันดึงดูดนักท่องเที่ยวที่รุนแรงของประเทศต่าง ๆ เช่น เวียดนามมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงที่สุดในโลก เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี คศ.2010 ถึง 3 เท่า ปัจจุบันมียอดนักท่องเที่ยวปีละกว่า 15 ล้านคน รวมทั้งยังมีมาเลเซียและอินโดนีเซียเข้ามาแข่งขันกับไทยด้วย

สำหรับมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทย ประมาณร้อยละ 5-10 ด้วยระบบการลงทะเบียนใช้เงินนอกจากหวัดภูมิลำเนา ด้านรายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10-20 ดังนั้น ททท.จึงคาดว่า รายได้ในประเทศน่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1.05 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 1.12 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากมาตรการอื่น ๆ ด้วย เช่น  “เที่ยววันธรรมดา ราคาช็อคโลก”   และ“100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” ที่จะออกกลางเดือนหน้า(พ.ย.) ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจยังสั่งการให้มีการกระตุ้นการจัดสัมมนาในประเทศภายในสิ้นปีด้วย ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย สถานการณ์คนไทยเที่ยวในประเทศในช่วง  8 เดือนแรก มียอดรวมรวม 103.5 ล้านคนครั้ง จากปีที่ผ่านมามียอด 160 ล้านคนครั้ง ปีนี้ททท.ต้องการผลักดันให้ได้ 180 ล้านคนครั้ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวหรือโลซีซั่น ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจวันนี้(11 ต.ค.) อนุมัติเบื้องต้นให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดงานใหญ่ เช่น Moto Gp คอนเสร์ต Tomorrow Land งาน EDC เป็นต้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหาพื้นที่ที่ต้องการใช้ไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เชื่อว่า จะช่วยสร้างรายได้แต่ละครั้งกว่า 10,000 ล้านบาท มีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่าครั้งละ 400,000 คน และนักท่องเที่ยวยังเดินทางท่องเที่ยวต่อในประเทศอีกด้วย นโยบายเปิดสถานบริการจนถึง 4.00 น.ยังอยู่ระหว่างศึกษาสิ้นปีน่าจะเสร็จสินปีนี้ และนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจต่อไป

สำหรับ 18 มาตรการที่ได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในวันนี้(11 ต.ค.) เช่น มาตรการระยะสั้นภายในปี 2562 มาตรการด้านการเงินการคลังและกฎหมาย ประกอบด้วย การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเพิ่มจุดคืนภาษีในพื้นที่เมืองและคืนภาษีในรูปแบบเงินสด ณ จุดขาย การทบทวนข้อกฎหมาย ระเบียบ มาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย  และมาตรการหักรายจ่าย 2 เท่าของบริษัทหรือห้าหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ 

มาตรการอำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวด้านวีซ่า เช่น Double Entries Visa และ Re-entry Permit การขยายระยะเวลาการเปิดด่านชายแดนจาก 8.30-16.30 น. เป็น 24 ชั่วโมงจำนวน 2 ด่าน ได้แก่ ด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย และด่านชายแดนไทย-ลาว เป็นระยะเวลา 6 เดือน ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศในการเร่งรัดการใช้ระบบ E-Visa ให้ครอบคลุมกับนักท่องเที่ยวชาวจีนทั่วประเทศ ขอความร่วมมือเร่งประชาสัมพันธ์ระบบ E-VoA ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น

มาตรการกระตุ้นตลาดและเพิ่มการใช้จ่าย เช่น โครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” โครงการ ประชุมเมืองไทยภูมิใจช่วยชาติ ส่งเสริมการจัดประชุมภาครัฐนอกสถานที่  

ส่วนมาตรการระยะยาว ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป เช่น มาตรการด้านการเงิน การส่งเสริมขึ้นทะเบียนสถานพักแรมและให้สินเชื่อพิเศษสำหรับปรับปรุงสถานประกอบการให้มีมาตรฐาน โดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)ค้ำประกัน มาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น ด้านความปลอดภัยและลดจำนวนการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของนักท่องเที่ยว การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวัฒนธรรมโดยเพิ่มจำนวนแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก 

มาตรการกระตุ้นตลาดและเพิ่มค่าใช้จ่าย โดย การจัดกิจกรรม มหกรรมระดับโลก หรือกิจกรรมขนาดใหญ่ World Event /Mega Event เช่น การจัดงาน วิ่ง Trail/Ultra Trail, Amazing Thailand Marathon Series, Moto GP,Super GT, เป็นต้น การดึงงานประชุมองค์กรจากต่างประเทศมาจัดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการจัดงานขนาดใหญ่หรืองานที่มีผลกระทบสูง รวมถึงการกระจายพื้นที่จัดงานสู่ภูมิภาค.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ลุ้นวันนี้! ศาล รธน.ลงมติคดี “คลิปเสียง “แพทองธาร” คุย “ฮุน เซน”

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – ลุ้นวันนี้ (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คุย “ฮุน เซน” วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน เพื่อส่งให้ประธานศาลศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง และในเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม ส่วนความเคลื่อนไหววันนี้ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ถูกศาลสั่งพักงาน” จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตนเอง และเตรียมแถลงข่าวหลังศาลมีคำตัดสิน โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอย เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าให้กำลังใจนายกฯ ไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธาร […]

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

อุตุฯ เตือนเหนือ-อีสาน-ใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40% กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง […]

แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ชาวบ้าน-พระ เดือดร้อน

สุโขทัย 28 ส.ค. – หลายพื้นที่เมืองสุโขทัย จมอยู่ใต้น้ำและขยายวงกว้าง แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ด้านหลังวัดปากแคว พระและชาวบ้าน ช่วยกันขนสิ่งของหนีน้ำ ภาพมุมสูง เผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมสูงภายในวัดปากแคว และบริเวณโดยรอบ ทหารนำกำลังพล 22 นาย ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พระวัดปากแคว ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว 4 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง รถยนต์จมน้ำหลายคัน ด้านหลังวัดปากแคว อำเภอเมือง แม่น้ำยมผนังกั้นน้ำล้นตลิ่ง มวลน้ำมหาศาล ทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำสูงรอบวัดเกือบ 2 เมตร ทะลักเข้าท่วม ไหลข้ามถนนจรดวิถีถ่อง ระยะทางกว่า 500 เมตร ต้องปิดกั้นถนนห้ามสัญจรไปมา พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ (พระอาจารย์นาค) เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย เจ้าอาวาสวัดพายชุมพล หลังทราบข่าว ระดับน้ำท่วม ในวัดปากแคว รีบนำอาหารกล่องพร้อมทั้งถุงยังชีพ เข้าไปถวายพระสงฆ์ 18 รูป ที่จำพรรษาอยู่ในวัดปากแคว เร่งหาผู้สูญหายที่แม่ฮ่องสอน […]