ขับเคลื่อนไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ

 


สบส. 14 ส.ค.-สบส.จับมือการบินไทย ให้ข้อมูล ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ  ชูความเชี่ยวชาญ และได้มาตรฐานระดับสากล

 


นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub and wellness tourism) โดยขยายความร่วมมือกับสายการบินไทย เพื่อประชาสัมพันธ์เมดิคัลฮับฯ สู่สายตาชาวโลกผ่านสายการบินไทยสายอินเตอร์ผ่านทางจอวีดิทัศน์อินไฟล์ท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (In-flight entertainment) และนิตยสารสวัสดี    ในเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านเมดิคัลฮับฯ ของไทยให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินไทยได้รับทราบข้อมูลในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ

 

ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพเหนือคู่แข่งทั้งในเอเชียหรือระดับโลก 4 ด้านหลัก  ได้แก่ มีสถานพยาบาลที่ผ่านมาตรฐานระดับสากลเจซีไอ (JCI) จำนวน 52 แห่ง มากที่สุดในอาเซียน มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละสาขาสูงทั้งการรักษาพยาบาลและบริการเสริมความงาม ต้อนรับอย่างเป็นมิตรคิวรอไม่นาน ราคาบริการไม่แพงและมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัยใช้เวลารักษาสั้น หายเร็ว   โดยบริการที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติได้แก่ การตรวจสุขภาพ การผ่าตัดโรคหัวใจ การผ่าตัดศัลยกรรมความงาม และทันตกรรม เป็นต้น และไทยยังได้เปรียบการมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกในระหว่างพักฟื้น ส่วนในด้านการบริการส่งเสริมสุขภาพไทยมีสถานบริการเพื่อสุขภาพ เช่น นวดเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อเสริมสวย ที่มีมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมายกว่า 1,600 แห่ง โดยเฉพาะนวดไทยซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น


 

สำหรับการทำประชาสัมพันธ์ศูนย์กลางสุขภาพผ่านทางสายการบินไทยนั้น ทำเป็นวีดิทัศน์ที่มีในเที่ยวบินหรืออินไฟล์ทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ระหว่างประเทศ  เพื่อเจาะและขยายตลาดเพิ่มขึ้นโดยจะเผยแพร่ข้อมูลศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ของไทย ชูความโดดเด่นมาตรฐานโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เทคโนโลยีนวัตกรรมที่นำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการรักษาพยาบาลและเผยแพร่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทย และการอำนวยความสะดวกในด้านการยกเว้นการตรวจลงตรา  ระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินและหมายเลขฉุกเฉิน 1669 โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม 15 จังหวัด บรรยายภาษาอังกฤษประมาณ 3 นาที ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถรับทราบข้อมูลได้ตลอดการเดินทาง

และจัดทำเอกสารแนะนำแนบในนิตยสารสวัสดีฉบับภาษาอังกฤษ มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น.-สำนักข่าวไทย

 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า