บอร์ดอีอีซีตีตกคำอุทธรณ์สนามบินอู่ตะเภา

กรุงเทพฯ 1 ก.ค. – คณะอนุกรรมการอุทธรณ์อีอีซีมีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพราะยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด


นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือคณะกรรมการอีอีซี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการอีอีซี ครั้งที่ 7/2562 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอีอีซี ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตอีอีซี รวม 3 โครงการ โดย 1 ใน 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก คณะกรรมการอีอีซีรับทราบและเห็นด้วยกับความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ เนื่องจากยื่นหลังกำหนดเวลาตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน โดยจะทำการแจ้งผลการพิจารณาต่อกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ต่อไป  

นายคณิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานอีอีซีอยู่ในช่วงรอการพิจารณาของศาลปกครองพิจารณาคำร้องของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง ฯ ว่า การยื่นข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มฯ ไม่ได้ล่าช้า แม้จะยื่นล่าช้าไป 9 นาที จากกำหนดเวลาสิ้นสุด 15.00 น. โดยกลุ่มธนโฮลดิ้งฯ ยื่นเมื่อเวลา 15.09 น. หากศาลปกครองมีคำตัดสินใด ๆ ออกมาทางสำนักงานอีอีซี จะเดินหน้าต่อไป หากพิจารณาว่าการยื่นข้อเสนอไม่ยื่นล่าช้าก็จะเปิดข้อเสนอ และนำไปสู่การประกาศผู้ชนะการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออกต่อไป


ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมลงนามสัญญาร่วมทุนภายในเดือนกรกฎาคม 2562 หลังจากรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว และขณะนี้ รฟท.เดินหน้าจัดทำแผนส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนผู้ร่วมทุน ขณะที่โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ล่าสุดคณะกรรมการอีอีซีได้รับทราบความเห็นของกรรมการ กพอ.แต่ละคนต่อร่างสัญญาร่วมลงทุน และคำชี้แจงของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ และจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

สำหรับผลการทำงานของคณะกรรมการอีอีซีในรอบ 2  ปีที่ผ่านมา พิจารณา 17 ครั้ง อนุมัติเรื่องสำคัญรวม 52 เรื่อง  เช่น  มีการประชุมปี 2560 (ชื่อเดิม) คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) 3 ครั้ง, ปี 2561 การประชุม แบ่งเป็น กนศ. 3 ครั้ง และ กพอ. 5 ครั้ง, ปี 2562 การประชุม กพอ.  6 ครั้ง สาระสำคัญ เช่น  เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ซึ่งมี 8 แผนงาน เห็นชอบหลักการจัดทำข้อเสนอกรอบขั้นตอนการเร่งรัดอนุมัติโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี (PPP EEC Track) เป็นต้น (การประชุม กนศ ครั้งที่ 1/2560 วันที่ 5 เม.ย. 2560), เห็นชอบหลักการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยพื้นที่ตลอดแนวโครงการตั้งแต่สนามบินดอนเมืองถึงสนามบินอู่ตะเภา เป็นเขตส่งเสริม (การประชุมกนศ.ครั้งที่ 2/2561 วันที่ 26 ก.พ. 2561) เห็นชอบแนวทางพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ แผนการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะตัวอย่าง (การประชุมครั้งที่ 3/2561 วันที่ 18 เมษายน 2561, เห็นชอบแผนภาพรวมการพัฒนาอีอีซี รับทราบความก้าวหน้าโครงการของอีอีซี เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (การประชุม กพอ.ครั้งที่ 2/2561 วันที่ 10 ส.ค. 2561) และรับทราบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ผ่านความเห็นชอบการประเมินผล EIA และรับทราบผลการประชุม ครม.เห็นชอบการคัดเลือก ผลการเจรจาและร่างสัญญาโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (การประชุมกพอ. ครั้งที่ 6 วันที่ 24 มิ.ย. 2562).-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า