คับข่าวมีของ โปรแกรมระบุอัตลักษณ์บุคคลผ่านกล้องวงจรปิด

กทม. 12 เม.ย.-คับข่าวมีของ พาไปดูผลงานนักวิจัย ม.มหิดล กับโปรแกรมระบุอัตลักษณ์และจดจำบุคคลโดยใช้รูปแบบการเดิน ซึ่งใช้งานได้โดยไม่จำกัดเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมของการเดิน นำไปปรับใช้กับกล้องวงจรปิดและสามารถป้องกันการก่ออาชญากรรมได้


อาจารย์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.มหิดล สาธิตท่าทางพฤติกรรมการเดิน หนึ่งในท่าที่ใช้เป็นโมเดลในการพัฒนาโปรแกรมการระบุอัตลักษณ์บุคคล โดยใช้รูปแบบการเดิน ผ่านกล้องวงจรปิด โดย ศึกษาจากลักษณะการเดิน ประมวลผลของภาพและวิดิโอแบบอัตโนมัติ ซึ่งพบว่าใน 1 รูปแบบการเดินของมนุษย์ที่นำมาประมวลผลได้ ใช้ระยะเวลา 2 วินาที  ประมวลผลได้ภาพออกมาประมาณ 50 เฟรม โปรแกรมจะดึงข้อมูลภาพและวิดีโอนั้นที่มีความคงที่ในรูปแบบ ก่อนใช้เทคนิคการคำนวนขั้นสูง สร้างเป็นภาพโครงสร้างทางกายภาพจากการเชื่อมต่อระหว่างข้อต่อที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยยึดการขยับของข้อต่อ  ผู้พัฒนาโปรแกรมยังได้ทดสอบกับข้อมูลในสภาพแวดล้อมจริงที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของการเดินทั้งความเร็วและทิศทาง ทำให้มีความแม่นยำในการระบุตัวบุคคลได้กว่า 90%


อาจารย์ผู้พัฒนาโปรแกรม เล่าว่า ใช้เวลากว่า 10 ปี พัฒนาจนสมบูรณ์ เนื่องจากเห็นว่า ในการแยกอัตลักษณ์ตัวบุคคล หรือไบโอแมทริกซ์ ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะใช้ลักษณะทางชีวภาพในการจำแนกเป็นหลัก เช่น ภาพลายพิมพ์นิ้วมือ ภาพถ่ายดวงตา และภาพใบหน้า แม้มีข้อดีคือได้ผลแม่นยำ แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ลายนิ้วมือ ต้องผ่านการสัมผัสกับอุปกรณ์อ่านค่าเท่านั้น หรือดวงตาก็ไม่สามารถถูกอ่านค่าได้ในระยะไกลหรือผ่านกล้องคุณภาพต่ำ แต่โปรแกรมระบุอัตลักษณ์บุคคลโดยใช้รูปแบบการเดิน สามารถนำมาใช้กับกล้องวงจรปิด ตรวจหาบุคคลในพื้นที่บริเวณกว้างและเพื่อการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ต้องการ

ในออสเตรเลีย มีการนำโปรแกรมระบุอัตลักษณ์บุคคลจากรูปแบบการเดินมาใช้จริงในสนามบิน ส่วนในไทยมีอาจารย์ผู้พัฒนาโปรแกรมลักษณะดังกล่าว ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยใช้โปรแกรมร่วมกับกล้องวงจรปิด เช่นที่สนามบิน เพื่อการรักษาความปลอดภัย หรือในพื้นที่ที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมาก นอกจากนี้ตัวโปรแกรมยังออกแบบเพื่อให้จดจำท่าทางของผู้ต้องสงสัย ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวังคนร้ายก่อนก่อเหตุอาชญากรรม และจะส่งสัญญาณเตือนหากค้นพบพฤติกรรมที่โปรแกรมสามารถตั้งไว้ว่าต้องดูแลเป็นพิเศษ


ซึ่งนักวิจัยไทยยังได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้โปรแกรมสามารถประมวลผลให้เห็นเป็นภาพ 3 มิติได้อีกในอนาคต โดยนอกจากโปรแกรมจะสามารถนำไปใช้เพื่อการรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ หรือการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อีกด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า