นายกฯ เปิดตัวรถไฟรุ่นใหม่เที่ยวปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-นครปฐม

กรุงเทพฯ  29 ส.ค. – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (29 ส.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เดินทางร่วมพิธีเปิดขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-นครปฐม โดยกำหนดการนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเยี่ยมชมรถจักรใหม่พิกัดสูง และโบกี้บรรทุกคอนเทนเนอร์ บริเวณชานชาลาที่ 6 ก่อนที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะกล่าวรายงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งระบบรางและการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินชมนิทรรศการระบบราง ชมหัวรถจักรไอน้ำ บริเวณชานชาลาที่ 3


หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีลั่นระฆัง เพื่อปล่อยขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่เที่ยวปฐมฤกษ์ และร่วมโดยสารไปกับขบวนรถดังกล่าว โดยภายในขบวนมีการชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับรถรุ่นใหม่นี้ ก่อนที่จะเดินทางถึงสถานีบางบำหรุ เวลา 10.05 น. ถือเป็นการเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยม นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับโดยรถยนต์ และขบวนรถเดินทางถึงสถานีปลายทางนครปฐม เวลา 11.10 น.

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานโดยระบุถึงความตั้งใจของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางให้เกิดการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างภูมิภาคและระหว่างประเทศในอนาคต และขอทุกฝ่ายทั้งผู้บริหาร รฟท. สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. และพนักงานรถไฟทุกคน ร่วมมือกันพัฒนาองค์กรให้เดินไปข้างหน้า ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะมีการพัฒนาโครงการในอนาคต ไม่อยากให้ทุกฝ่ายมองแค่ประเด็นว่าโครงการจะมีปัญหาการทุจริต และส่งผลให้โครงการดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส และลงโทษผู้ที่ทำการทุจริตทุกโครงการอย่างเด็ดขาด


สำหรับรถโดยสารรุ่นใหม่บริการเชิงพาณิชย์ทั้ง 115 คัน รฟท.ได้รับมอบรถโดยสารจากคู่สัญญา บริษัท CNR (China CNR Corporation Limited) มีทั้งหมด 115 คัน แบ่งเป็นการจัดหารถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) 9 คัน, รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 2 (บนท.ป.) 88 คัน ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 9 คัน, รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 9 คัน และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) 9 คัน ทั้งหมดแบ่งเป็นรถสำหรับใช้งาน 104 คัน ส่วนอีก 11 คัน ใช้เป็นรถสำรอง รวมทั้งสิ้น 115 คัน โดย รฟท.จะรับมอบครบทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ซึ่ง รฟท.มีแผนนำรถโดยสารชุดใหม่ทั้งหมดไปให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษ 4 เส้นทาง ระหว่างสถานีกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, อุบลราชธานี, หนองคาย และหาดใหญ่ ไป-กลับ วันละ 2 ขบวน/เส้นทาง รวม 8 ขบวน ซึ่งจะเปิดให้บริการครบทั้ง 4 เส้นทาง ในปีงบประมาณ 2560 โดยวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากการก่อสร้างทางคู่เสร็จ สามารถถึงที่หมายปลายทางเร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณปีละ 1.073 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 1,250.9 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนร้อยละ 11.0.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น-ใต้ฝนลดลง

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า