สอน.เตรียมขอรัฐจัดสินเชื่อรถตัดอ้อยแก้ปัญหาไฟไหม้

กรุงเทพฯ 13 ก.พ. – สอน.ยืนยันเป้าหมายเดิมจะไม่มีการเผาไร่อ้อยส่งหีบปี 2564 พร้อมใส่มาตรการช่วยเหลือ เตรียมเสนอ ครม.อนุมัติสินเชื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ดอกเบี้ยร้อยละ 1 เท่ากับเอสเอ็มอี จากปัจจุบันคิดร้อยละ 2 โดยขอรัฐชดเชยเพิ่มผ่อน 7 ปี อาจเพิ่มเป็น 10 ปี 



นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า สอน.คงเป้าหมายไม่มีอ้อยไฟไหม้ปี 2564 ซึ่งเป้าหมายนี้ตั้งในช่วงที่ประเทศไทยมีผลผลิตอ้อยฤดูการผลิตละประมาณ 90 ล้านตันอ้อยเท่านั้น แม้ขณะนี้ผลผลิตอ้อยจะเพิ่มเป็นฤดูการผลิตปีละกว่า 120 ล้านตันแล้วก็ตาม ซึ่งสถานการณ์อ้อยไฟไหม้ ล่าสุดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 อยู่ที่ร้อยละ 57.05 ลดลงจากช่วงเดียวกันปี 2561 ที่อยู่ในระดับร้อยละ 60.45 ลดลงร้อยละ 3.4 


เลขาฯ สอน. กล่าวว่า เพื่อให้เป้าหมายไม่มีอ้อยไฟไหม้ปี 2564 เป็นไปได้ จึงเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือ โดยจะเสนอกระทรวงอุตสาหกรรมให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจรปี 2559-2561 ต่อเนื่องในปี 2562-2564 โดยจัดสรรวงเงินเพิ่มอีกปีละ 2,000 ล้านบาท รวม 6,000 ล้านบาท แต่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง จากเดิมเกษตรกรผู้กู้รับภาระร้อยละ 2 ต่อปี เหลือร้อยละ 1 ต่อปี โดยภาครัฐชดเชยเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาใช้เงินจากกองทุนสนับสนุนเอสเอ็มอีเข้ามาช่วยเหลือ เพราะถือเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเกษตรอุตสาหกรรม พร้อมพิจารณาขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสินเชื่อจากเดิม 7 ปี อาจขยายเป็น 10 ปี ควบคู่ไปกับการลดดอกเบี้ย ซึ่งสินเชื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เห็นชอบแล้ว

นางวรวรรณ กล่าวว่า หากไม่แก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้แล้ว เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาชุมชนรอบข้าง ขณะที่โรงงานน้ำตาลก็ไม่ต้องการอ้อยไฟไหม้เช่นกัน เพราะคุณภาพลดลง ชาวไร่อ้อยก็ถูกตัดราคาลงจากคุณภาพอ้อยที่ลดลงจากไฟไหม้ตันละ 30 บาท

นอกจากนี้ ในการประชุมร่วมกับชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลวันนี้ (13 ก.พ.) ทาง สอน.ยังเสนอมาตรการลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ โดยระยะสั้นขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยสดเข้าหีบในสัดส่วนร้อยละ 60 และอ้อยไฟไหม้ร้อยละ 40 ต่อวัน และให้มีมาตรการจูงใจ หรือส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลดอ้อยไหม้ , ขอความร่วมโรงงานน้ำตาล สมาคมชาวไร่อ้อย และหน่วยงานในท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด 


ส่วนมาตรการระยะยาว ขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลส่งเสริมชาวไร่คู่สัญญาทำแปลงอ้อยให้เหมาะสมกับการใช้เครื่องจักรอย่างครบวงจร หรือทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานหรือลดต้นทุนการผลิต, ขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาล ส่งเสริมโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร หรือจัดทำโครงการเงินช่วยเหลือดอกเบี้ยต่ำ การค้ำประกันแบบกลุ่ม สำหรับชาวไร่อ้อยคู่สัญญารายเล็ก หรือโครงการสนับสนุนเครื่องจักรสำหรับการเกษตรครบวงจรให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เช่น  รถตัดอ้อยขนาดเล็ก เป็นต้น เบื้องต้นเสนอเครื่องตัดอ้อยที่เรียกว่า RAPTOR เข้ามาใช้แทนรถตัดอ้อยสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีกำลังซื้อรถตัดอ้อย เพราะมีราคาถูกกว่ารถตัดอ้อยโดยมีราคาเพียงเครื่องละ 200,000-300,000 บาท และยังขอให้โรงงานน้ำตาลจัดทำแผนการลดไฟไหม้แต่ละฤดูกาลผลิตโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น

นายมนตรี คำพล ประธานสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีตผลผลิตอ้อยแต่ละฤดูกาลผลิตมีน้อยกว่า 100 ล้านตันอ้อย แต่ฤดูกาลผลิตปี 2560/2561 เพิ่มขึ้นถึง 134.5 ล้านตันอ้อย ชาวไร่อ้อยต้องประสบกับภาวะขาดแคลนแรงงานที่ใช้ในการตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาล จากอดีตใช้แรงงานจากภาคอีสานตัดอ้อยภาคกลาง ต่อมาแรงงานเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมก็หันไปใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และลาว  แต่ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านมีการลงทุนภาคอุตสาหกรรมแรงงานบางส่วนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเช่นกัน แรงงานที่เข้ามาทำงานในไร่อ้อยจึงลดน้อยลง จึงจำเป็นต้องเผาไร่อ้อย เพื่อช่วยกระบวนการเก็บเกี่ยวอ้อย เนื่องจากมีเงื่อนเวลาเก็บเกี่ยวส่งเข้าโรงงานน้ำตาลเพื่อหีบในระยะเวลา 120 วัน ซึ่งปีที่ผ่านมาประสบปัญหาฝนตกตัดอ้อยไม่ทันมีอ้อยตกค้างในไร่ถึง 5 ล้านตันอ้อย อีกทั้งการตัดอ้อยสดแรงงานทำได้เพียง 100 กว่ามัดใน 1 วัน แต่ถ้าหากเผาด้วยไฟจะทำได้ต่อคนเพิ่มเป็นประมาณ 300 มัดต่อวัน มากกว่า 3 เท่าตัว ทั้งนี้ เกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้เช่นกัน โดยต้องการเครื่องจักรเข้ามาใช้ ต้องการสินเชื่อสนับสนุนปีละประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาทเป็นต้น 

นายเลียบ บุญเชื่อง ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ด้วยระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยแต่ละฤดูกาลที่มีระยะเวลาจำกัดและปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อช่วยลดอ้อยไฟไหม้ เกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องการเครื่องจักรเข้ามาเสริมในกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย แต่ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่ปลูกอ้อย ต่างจากต่างประเทศที่มีรางรถไฟเข้าถึงไร่อ้อยขนส่งสะดวก ทั้งนี้ ชาวไร่อ้อยไม่ต้องการให้อ้อยไฟไหม้แต่มีความจำเป็น แต่ปัจจุบันอ้อยไฟไหม้ลดลงจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

นายถนอม โพธิกุล นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ชาวไร่อ้อยพยายามไม่ใช้วิธีการเผาไร่อ้อยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย แต่ด้วยข้อจำกัดแรงงานและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่จำกัด และชาวไร่อ้อยที่นำอ้อยไฟไหม้ส่งโรงงานยังถูกตัดราคาลงตันละ 30 บาทด้วย  จาก 700 บาทต่อตันอ้อยเหลือ 670 บาทต่อตันอ้อย ดังนั้น แนวทางแก้ไข คือ การนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในกระบวนการเก็บเกี่ยวอ้อย แต่ราคาสูงคันละ 8-12 ล้านบาท ซึ่งเกษตรกรมีความสามารถจำกัดในการเป็นเจ้าของได้ จึงต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับแล้ว “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง

กทม. 30 ส.ค.-ไม่รอด “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง ผู้ต้องหา 8 หมายจับ ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล บุกจับกุม นายอำนวย หรือ “ป๋านวย” อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการลักลอบเปิดสถานที่มั่วสุมเล่นการพนัน ถูกตำรวจรวบสืบสวนนครบาล นำหมายศาลฯ ไปติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวพระราม 4 ก่อนถูกคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูกลางทุ่งนา ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่กบดานตัว แล้วพาตัวกลับมาสอบสวนขยายผลที่ สน.ทุ่งสองห้อง สำหรับ นายอำนวย มีหมายจับของศาลแขวงดอนเมืองในคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน 6 หมาย หมายจับของศาลอาญา 1 หมาย ในความผิดฐานให้พักพิงบุคคลต่างด้าว จัดให้มีการเล่นการพนันไพ่เสือมังกร และทำกิจกรรมมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และคดีล่าสุดที่ กรมการปกครอง บุกค้นบ่อนพนันย่านสรงประภา คืนวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นคดีเกี่ยวกับการพนัน ศาลฯ พิพากษาแล้ว 9 คดี รวมโทษจำคุก 13 ปี นอกจากนี้ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์สู้คดี […]

เจอร่างผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 1 ราย

เชียงใหม่ 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่เจอร่างผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงชาวไทใหญ่ อายุ 25 ปี รวมพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย สูญหาย 2 ราย ทีมช่วยเหลือมนุษย์และสัตว์ HART ร่วมกับทีมสุนัขกู้ภัย K9 USAR ประกอบด้วย นารี, สีนวล, ลิลลี่, และ ซาฮารา ที่ได้รับการฝึกและมีประสบการณ์จากภารกิจสำคัญตึก สตง. ถล่ม มาร่วมในภารกิจช่วยค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุการณ์น้ำป่า และดินโลนถล่มในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ อีก 3 คน ซึ่งมีรายงานว่า ล่าสุดเจอผู้เสียชีวิตจากดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง เพิ่มอีก 1 คนแล้ว เป็นหญิงชาวไทใหญ่ อายุ 25 ปี รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดตอนนี้ 7 คน สูญหายอีก 2 คน.-สำนักข่าวไทย

จนท.คุมเข้มบ้านหนองจาน หลังเป็นพื้นที่ควบคุม

สระแก้ว 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มพื้นที่บ้านหนองจาน หลังกองกำลังบูรพาประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง ด้านเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้าพื้นที่พิสูจน์สิทธิ์ บรรยากาศวันที่ 2 หลังผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย คุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” โดยกำหนดให้ ถ.ศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ-ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ทำให้วันนี้ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง ไม่มีการชุมนุม เหมือนหลายวันที่ผ่านมา แต่ยังมีประชาชนในพื้นที่แวะมาดูเหตุการณ์และเมื่อเห็นว่าไม่มีการปราศรัยรวมตัว บางส่วนจึงเดินทางกลับ นอกจากนี้ยังมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์ ถือธงชาติถ่ายรูปกับป้ายและแนวถนนศรีเพ็ญ ส่วนหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่บริเวณด้านในซึ่งเคยมีชาวกัมพูชาปลูกบ้านและถูกผลักดันออกไปแล้ว วันนี้เจ้าหน้าที่ที่ดินจะเข้าจังหวัดพื้นที่เพื่อพิสูจน์สิทธิ์หลังมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยื่นเอกสาร สค.1 และนส.3 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วไปก่อนหน้านี้.-สำนักข่าวไทย

คุมผู้ต้องหาทำแผนงัดกุฏิเจ้าอาวาส ลักทอง-เงิน 10 ล้าน

ชลบุรี 30 ส.ค.-ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาบุกงัดตู้เซฟกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ฉกเงินสดและทองคำ มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ทำแผน หลังถูกรวบตัวได้ที่สุรินทร์ รับมีผู้ร่วมขบวนการอีก ด้านเจ้าอาวาส เผยทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของญาติโยมร่วมกันทำบุญเททองหล่อพระ ไม่ใช่ของเจ้าอาวาส ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือ บอย อายุ 32 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในวัดนามะตูม หมู่ 6 ตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลังเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ก่อเหตุบุกเข้าไปที่กุฏิพระครูวิจิตรธรรมรัตน์ หรือ พระอาจารย์ขวัญชัย เจ้าอาวาสวัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี งัดตู้เซฟเอาทรัพย์สินของมีค่า ได้เงินสดและทองคำจากการทำบุญของญาติโยม มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ระหว่างทำแผน มีเจ้าอาวาสและชาวบ้านมารอดู เมื่อนายบอย เจอกับเจ้าอาวาสวัด ได้ก้มกราบเท้า และกล่าวคำว่าขอโทษ โดย เจ้าอาวาสได้ลูบหัว และบอกว่าทุกคนให้อภัย […]