รวมพลฮีโร่อีกครั้ง! ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ฮีโร่ถ้ำหลวง

กรุงเทพฯ 6 ก.ย.-หลังหมูป่าคนสุดท้ายออกจากถ้ำหลวงเมื่อ 10 ก.ค. ถึงวันนี้เกือบ 2 เดือนเต็ม เหล่าฮีโร่ถ้ำหลวงทั่วทั้งโลกกว่า 5,000 คน กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2 ซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข หลังจบสิ้นภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่าอะคาเดมี แม่สาย


พระลานพระราชวังดุสิตอันกว้างขวาง กลับคับแคบไปในทันที เมื่อบรรดาผู้ที่เคยร่วมภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่าอะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้มาพบปะกันเป็นครั้งแรก หลังจบสิ้นภารกิจนำทุกชีวิตออกมาได้สำเร็จเมื่อ 10 กรกฎาคม หรือ 2 เดือนที่แล้ว


บรรยากาศการพบเจอกันที่นี่ช่างแตกต่างจากวันที่พวกเขาต้องคร่ำเคร่งแข่งกับเวลาและธรรมชาติที่ถ้ำหลวง รวมถึงความคาดหวังจากผู้คนทั่วโลกในช่วงเวลานั้น


ชาวต่างชาติกลุ่มนี้กำลังพูดคุยถึงบรรยากาศเก่าที่ต่างร่วมแรงร่วมใจออกค้นหา และคิดหาวิธีนำ 13 ชีวิตออกจากถ้ำ แม้ต้องสูญเสียความสุขส่วนตัวและเสี่ยงต่อชีวิตตัวเอง เมื่อทางการไทยส่งหนังสือเชิญร่วมงานเลี้ยงขอบคุณในวันนี้ พวกเขาไม่รีรอตอบรับ และเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์

กำนันตำบลเกาะลิบง หนึ่งในอาสาสมัครทีมรังนก ระบุว่า ชีวิตพวกเขายังคงเหมือนเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ แม้วันนี้จะมีผู้คนรู้จักมากขึ้น เมื่อคนเรียกเขาว่า “ฮีโร่ถ้ำหลวง” ยิ่งภูมิใจ แต่ตนไม่คิดเช่นนั้น การไปถ้ำหลวงเพื่อช่วยเหลือลูกหลาน ไม่ใช่ไปเพื่อจะมีชื่อเสียงหรือเป็นฮีโร่

ภรรยา “จ่าแซม” ยอมรับว่า ชีวิตตนเปลี่ยนแปลงมาก หลังจากจ่าแซม เสียชีวิตจากภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่า แต่ภูมิใจในตัวสามีมาก ยังคิดถึงอยู่ทุกวัน แต่ได้กำลังใจที่ดีจากครอบครัวและคนรอบข้างรวมถึงประชาชนทั่วไปที่รักจ่าแซม

“รวมใจเป็นหนึ่ง” หรือ United as One เป็นงานที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อขอบคุณทีมผู้ให้การช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่า ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยถ้ำครั้งแรกในไทย และยากมากที่สุดในโลก เป็นภารกิจรวมพลคนเก่งจากทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย