ร้านเครื่องเสียงโวยโดนรีดทรัพย์ครั้งที่สอง กว่า 70,000 บาท

อ่างทอง 17 พ.ค.-โผล่อีกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็น เจ้าหน้าที่ สคบ. รีดทรัพย์ร้านเครื่องเสียงดังอ่างทองเกือบแสนบาท เจ้าของร้านถึงกับท้อปีนี้โดนไปแล้ว 2 ครั้ง 


กล้องวงจรปิดภายในร้านรุ่งเรืองการค้าอ่างทองริมถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ที่ 4 ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทองเมื่อวันที 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา จับภาพกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปภายในร้านดังกล่าวพร้อมทั้งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 โดยเข้าไปยึดสินค้าภายในร้านกว่า 100 ชิ้นพร้อมแจ้งว่าสินค้าเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย ไม่มีตรามาตรฐานหรือ มอก.พร้อมทั้งข่มขู่ตนว่าต้องเสียค่าปรับกว่า 1 แสนบาท ก่อนที่จะเชิญตัว นายกัมปนาท พัวโสภิติ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านไปพูดคุยที่บริเวณด้านข้างกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง 


ก่อนที่จะพูดจาหว่านล้อมให้เคลียร์โดยไม่ต้องดำเนินคดีซึ่งมีค่าปรับเป็นแสน โดยเรียกเงินครั้งแรกจำนวน 55,000 บาท  ซึ่งตนก็พยายามเจรจาต่อรอง พอกับน้าสาวซึ่งอยู่อีกร้านหนึ่งเดินทางมาพูดคุยด้วย ทางกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจึงเจรจาต่อรองโดยเรียกร้านของตน 45,000 บาท และหันไปขู่พร้อมกับเรียกเงินให้น้าสาวซึ่งเปิดร้านแบบเดียวกันอีก 25,000 บาท ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดี ด้วยความกลัวตนเองจึงยอมจ่ายไปทั้งหมด 70,000 บาท ซึ่งหลังจากจ่ายเงินไปแล้วกลุ่มคนทั้งหมดก็นำใบบันทึกมาให้ตนเซ็นต์ว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมายภายในร้าน พอตนกลับมาที่ร้านและมานั่งนึกก็รู้สึกว่าหากปล่อยเป็นอย่างนี้ก็จะมีครั้งหน้าอีกเนื่องจากเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาก็เพิ่งจะโดนไป

ตนเองก็ซื้อสินค้ามาจากบริษัทซึ่งมีหลักฐานการซื้อขายถูกต้องแต่กลับถูกทำอย่างนี้ รู้สึกน้อยใจและเสียใจที่ไม่ได้ค้ายาหรือทำกฎหมายแต่กลับถูกกระทำเช่นนี้ ซึ่งตนได้สอบถามไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้รับแจ้งว่าไม่มีนโยบายในการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปจับกุมร้านค้าหรือผู้ประกอบการ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวก่อเหตุในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางโดยแต่ละรายโดนรีดทรัพย์ไปกว่ารายละ 30,000-50,000 บาท ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับผู้ประกอบการว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบก่อนร่วมดำเนินการจับกุมหรือไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการรังแกผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า