ไทย-ตุรกีเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอรอบ 3

นนทบุรี  20 เม.ย. – พาณิชย์นำทัพเจรจาเอฟทีเอไทย-ตุรกี เร่งหาข้อสรุปแนวทางการลดและอุปสรรคการค้าโดยเร็ว หวังขยายโอกาสการค้าและการลงทุนไทยสู่ยุโรป


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  เปิดเผยว่า จะเป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ตุรกี ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 24 – 26 เมษายน 2561 ณ กรุงอังการา โดยการเจรจารอบนี้จะเป็นการหารือต่อเนื่องจากการเจรจารอบที่แล้ว ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนธันวาคม 2560 ซึ่งมีประเด็นคงค้างในส่วนของการยกร่างข้อบทเอฟทีเอ เรื่องต่าง ๆ เช่น มาตรการเยียวยาทางการค้ากฎถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากร มาตรฐานสุขอนามัย เป็นต้น รวมทั้งในการประชุมครั้งนี้จะมีการหารือในเรื่องรูปแบบการลดภาษีด้วย โดยทั้ง 2 ฝ่ายตั้งเป้าจะสรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ไทย-ตุรกี ให้เสร็จโดยเร็ว

นางอรมน กล่าวว่า เอฟทีเอไทย – ตุรกี จะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน โดยเริ่มแรกจะมุ่งเน้นการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ทั้งนี้ ตุรกีเป็นประเทศที่มีศักยภาพ เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรมากกว่า 80 ล้านคน และตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรป อีกทั้งตุรกียังมีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง จึงสามารถเป็นประตูสู่ภูมิภาคยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกาตอนเหนือ สำหรับรายการสินค้าศักยภาพของไทยที่มีโอกาสในการเข้าตลาดตุรกี เช่น ยานพาหนะและส่วนประกอบ ตู้เย็น พลาสติกชนิดโพลิสไตรีน ผ้าทอ เมล็ดพืช อาหารฮาลาล เคมีภัณฑ์อินทรีย์ ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น


ทั้งนี้  ในปี 2560 ตุรกีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 36 ของไทยในตลาดโลก และเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยการค้า 2 ฝ่ายมีมูลค่า 1,517.39 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.33 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย และไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 1,015.52 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกมูลค่า 1,266.46 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 250.94 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2561 การค้า 2 ฝ่ายมีมูลค่า 261.23 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 11.4 และไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 154.30 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกมูลค่า 207.69 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 8 และนำเข้ามูลค่า 53.47 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าร้อยละ 26.8

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปตุรกี ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ยางพารา เส้นใยประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ยาง ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด เม็ดพลาสติก ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ เคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากตุรกี ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับอัญมณี เคมีภัณฑ์ ลวดและสายเคเบิล เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช กระจก แก้ว และผลิตภัณฑ์ แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ ผ้าผืน.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

“กริพเพน” ครั้งแรกในไทย เครื่องบินวิ่งบนถนน

วันนี้กองทัพอากาศได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยการใช้ถนนเป็นรันเวย์สำหรับเครื่องบินรบ

รัฐบาลแจงส่ง 45 อุยกูร์ให้จีน กลับคืนสู่ครอบครัวปลอดภัย

รัฐบาลแจงเหตุส่งชาวอุยกูร์ 45 คนให้จีน ยืนยันกลับคืนสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย แสดงให้เห็นว่าจีนเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน

เปิดใจผู้รอดชีวิตจากรถบัสมรณะ 18 ศพ

โศกนาฏกรรมรถบัสมรณะ 18 ศพ สร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ให้กับชาว อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ วันนี้ทีมข่าวสำนักข่าวได้สัมภาษณ์เปิดใจผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ราวกับปาฏิหาริย์

“อนุทิน” สั่งยกระดับเข้มงวดเข้าออกจุดผ่านแดนไทย

“อนุทิน” สั่งยกระดับความเข้มงวดในการเข้าออกจุดผ่านแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ป้องกัน ปราบปราม ยาเสพติด อาชญากรรมทุกประเภท ภายใต้ปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี