ลุงอายุ 71 โร่แจ้งเอาผิดเรืออากาศตรี ชกกลางถนน


กทม.21 ส.ค.- ลุงวัย 71 ปี โร่แจ้งความเอาผิดเรืออากาศตรี ฐานทำร้ายร่างกาย หลังขับรถชนท้ายกันแล้วคู่กรณีไม่พอใจ ลงรถมาชกต่อยกลางถนน

หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Buri  Sutherat” แชร์คลิปวิดีและภาพถ่ายของผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อยืดสีน้ำตาล จอดรถแล้วลงมาชกต่อยคนขับรถเบนซ์ ขับตามมาเนื่องจากไม่พอใจที่รถตัวเองโดนชนท้าย ซึ่งเหตุเกิดกลางถนนในช่วงกลางวันแสก ๆ และมีรถยนต์ขับผ่านจำนวนมาก ซึ่งผู้โพสต์คลิประบุว่า คนที่ถูกทำร้ายเป็นบิดาของตนเอง   อายุ 71 ปี และไม่ได้ตอบโต้อะไรเลย  ส่วนคู่กรณีเป็นถึงเรืออากาศตรี   ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงการกระทำของเรืออากาศตรีคนดังกล่าว ว่าทำเกินกว่าเหตุ 


จากเหตุการณ์ดังกล่าว  ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์  สุธีรัตน์ อายุ 71 ปี เปิดเผยกับสำนักข่าวไทยว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วานนี้ (20 ส.ค.) ขณะกำลังขับรถเบนซ์  ทะเบียน 2ฐ 1188  ไปรับหลานสาวที่ห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้า แต่เมื่อมาถึงจุดเหตุตรงข้ามสายใต้เก่า ไม่ทันสังเกตว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจึงเบรกรถไม่ทัน ทำให้พุ่งชนท้ายรถเก๋งโตโยต้าของคู่กรณี จากนั้นเห็นคู่กรณีเดินมาหาตน พร้อมทั้งชกต่อยที่ใบหน้าและลำตัวเกือบ 10 หมัด แบบไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ได้รับบาดเจ็บ  

นายพงษ์ศักดิ์  กล่าวอีกว่าตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องได้ไปเจรจาที่ สน. บางยี่ขัน ซึ่งคู่กรณีขอยอมความและขอลดค่าปรับข้อหาทำร้ายร่างกายจาก 2,000 บาทลงมาเหลือ 500 บาท  ซึ่งตนยอมให้อภัยแต่มีข้อแม้ต้องมาขอโทษ แต่คู่กรณีก็ขอโทษแบบเสียไม่ได้ทำให้ตนเสียความรู้สึก จากนั้นกลับมาบ้านเล่าให้ลูกฟัง ซึ่งลูก ๆ ไม่ยอม  วันนี้ (21 ส.ค.) จึงเดินทางไปตรวจร่างกาย และแจ้งความที่ สน.บางยี่ขัน เอาผิดในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทราบภายหลังว่าคือ เรืออากาศตรี 

ด้านนายสัตวแพทย์บุรพงษ์ สุธีรัตน์ บุตรชาย กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นรู้สึกแย่จริง ๆ  และยิ่งมาทราบว่าคู่กรณีเป็นข้าราชการแต่กลับใช้กำลังทำร้ายคนชรา ทั้งที่เป็นแค่เหตุการณ์ขับรถชนท้าย เป็นอุบัติเหตุที่มีประกันภัยสามารถเจรจายอมความกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังตัดสินปัญหา ดังนั้นเมื่อทำผิดก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย  ไม่ใช่การอะลุ่มอล่วยขอยอมความเพื่อไม่ต้องรับโทษ ส่วนจะถูกลงโทษทางวินัยหรือไม่เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

“ก้อง ห้วยไร่” ร้องเพลงให้กำลังใจญาติผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม

ใช้ดนตรีฮีลใจ “ก้อง ห้วยไร่” ร้องเพลงคลายเครียดให้กับญาติผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม ที่ศูนย์พักคอยฯ ทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เผยเข้าใจความรู้สึกแรงงานดี เพราะตนเคยทำมาก่อน