วอชิงตัน 6 เม.ย.- ชาวอเมริกันจำนวนมากออกมารวมตัวชุมนุมในหลายเมืองทั่วสหรัฐเมื่อวานนี้ เพื่อต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายประเด็น ขณะที่คนในหลายประเทศก็ชุมนุมต้านเขาเช่นกัน การชุมนุมเมื่อวานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมประท้วงต่อต้านนายทรัมป์ใน 1,200 เมืองครบทั้ง 50 รัฐทั่วสหรัฐ ถือเป็นการชุมนุมของชาวอเมริกันต่อต้านนายทรัมป์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เขาเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยสอง การชุมนุมประท้วงจุดใหญ่ ๆ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่มีผู้เข้าร่วมชุมนุมที่อุทยาน เนชั่นแนล มอลล์ มากกว่า 20,000 คน รวมถึงที่นครนิวยอร์ก แอตแลนตา ดัลลัส ชิคาโก เดนเวอร์ ลอสแอนเจลิส และบอสตัน ผู้ชุมนุมหลายคนเปิดเผยว่า ตั้งใจมาแสดงพลังต่อต้านนโยบายต่าง ๆ ของนายทรัมป์ เริ่มตั้งแต่การปราบปรามผู้อพยพ การตั้งกระทรวงประสิทธิภาพหรือโดจ (DOGE) ที่มีนายอีลอน มัสก์เป็นผู้นำการยุบกระทรวงและหน่วยงานหลายแห่ง ไปจนถึงการรีดภาษีสินค้านำเข้าต่างประเทศ หลายคนใช้โอกาสนี้แสดงการประท้วงต่อต้านนายมัสก์ การสนับสนุนยูเครนและปาเลสไตน์ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมในหลายเมืองยังแสดงป้ายที่มีข้อความห้ามนายทรัมป์แตะต้องแคนาดาและกรีนแลนด์ หลังจากที่เขาแสดงออกชัดเจนว่า ต้องการให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ และอยากได้เกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กมาเป็นของอเมริกา ขณะเดียวกันยังมีผู้คนออกมารวมตัวชุมนุมประท้วงต่อต้านทรัมป์ในหลายประเทศ ทั้งในเยอรมนี […]