รมว.ยธ.ยันย้ายปลัดไม่ใช่ปลดกลางอากาศ คุยกันก่อนแล้ว

จ.นนทบุรี 24 พ.ค.- สุวพันธุ์ ยันเปลี่ยนปลัดชาญเชาวน์ ไม่ใช่ปลดกลางอากาศ ย้ำพูดคุยเข้าใจกันก่อนแล้ว


นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) กล่าวถึงกรณี การโยกย้ายให้นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  มารับตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม แทนนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ที่ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการปลดกลางอากาศอย่างที่สื่อไปเขียนข่าว เพราะว่าตนเองได้พูดคุยในประเด็นนี้กับนายชาญเชาน์มาระยะนึงแล้วก่อนที่ท่านจะเดินทางไปต่างประเทศ และนายชาญเชาวน์ก็รับทราบในประเด็นนี้ดี รวมถึงกระทรวงยุติธรรม ก็ได้พูดคุยหารือกับสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายที่ต้องการทำร่วมกันใน 4 เรื่อง คือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม  การปฏิรูปกฎหมาย  การปฎิรูปหน่วยงานตำรวจ  และการขับเคลื่อนการอำนวยความยุติธรรมสู่ประชาชน ทั้งสองหน่วยงานเห็นตรงกัน โดยสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องการ นายชาญเชาวน์ เข้าไปร่วมในการขับเคลื่อนใน 3 ประเด็นแรก เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ครามสามารถ จึงนำมาซึ่งการสับเปลี่ยนตำแหน่งในครั้งนี้  ซึ่งท่านเองเข้าใจและยินดีเข้าไปช่วยงาน 

“ยืนยันไม่มีมีความขัดแย้ง ไม่มีปัญหา ทุกคนเข้าใจกันดี ส่วนกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่กระทรวงยุติธรรมถังแตก ต้องเลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างเหมาบริการ 2,000 อัตรา กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลนั้น ก็ไม่เกี่ยวข้องกับ หรือเป็นประเด็นที่นำมาสู่การโยกย้าย ตรงนั้นเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดหารที่เราสามารถจัดการได้อยู่แล้ว ประเด็นคือทำยังไงให้ขับเคลื่อนงานของกระทรวงได้” นายสุวพันธุ์ กล่าว


ส่วนการปฎิรูปตำรวจ ที่ให้เข้ามาอยู่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า วานนี้(24 พ.ค.) นายยกรัฐมนตรี สั่งการให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ ในการทำงานเรื่องนี้ โดยจะนำนายชาญเชาวน์เข้าไปเป็นคณะทำงานในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้สังคมมีความเห็นที่หลากหลายจากหลายภาคส่วน ซึ่งในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ก็จะได้ไปศึกษาปัญหา และความเป็นไปได้จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลการศึกษาไปเสนอต่อคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งการตัดสินใจจะออกมาในรูปแบบไหน คงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับกระทรวงฯต้องให้คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบในท้ายที่สุด.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สำนักสงฆ์หูตาทิพย์

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์”

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์” พระอ้างใช้สอนวิปัสสนากรรมฐาน เบื้องต้นอายัดไว้พิสูจน์ดีเอ็นเอ พร้อมเอาผิดหัวหน้าสำนักสงฆ์ ฐานนำศพเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่ใช่สุสานและฌาปนสถาน

“สนธิ” ยื่นถอด “ตั้ม-เดชา” ออกจากทนาย

“สนธิ ลิ้มทองกุล” หอบหลักฐานบุกสภาทนายความ ถอดทนายตั้ม-ทนายเดชา ออกจากทนาย ระบุ ได้รับมอบอำนาจจาก “มาดามอ้อย” แล้ว เดินหน้าเอาผิด ทนายตั้มแบบสุดซอย ไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อผู้รู้กฎหมายอีก

รัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงยืนยันว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มภาคตะวันออกยูเครนเมื่อวานนี้ ตอบโต้ที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธที่ได้รับมอบจากสหรัฐและอังกฤษ

ข่าวแนะนำ

“เหนือ-อีสาน-กลาง” อากาศเย็น ภาคใต้ฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ รายงานภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

โค้งสุดท้าย ศึกสองนารีชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นครฯ

เหลือไม่ถึง 2 วันแล้ว ที่ชาวนครศรีธรรมราชจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.นครฯ ศึกนี้เป็นการสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาฐานที่มั่นไว้ให้ได้ อีกฝ่ายต้องการเจาะฐานให้แตก เพื่อหวังครองที่นั่งการเมืองระดับชาติในสมัยหน้า

ร้อนระอุโค้งสุดท้าย ศึกชิงเก้าอี้ นายก อบจ.อุดรธานี

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ครั้งนี้ดุเดือดเกินคาด ผู้สมัครจาก 2 พรรคใหญ่ลงชิงชัย ต่างเร่งเครื่องเต็มที่ในโค้งสุดท้าย การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้จังหวัดอุดรธานี ไปติดตามจากรายงาน

ความเห็นนักวิชาการ คดีทักษิณ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ขณะที่นักวิชาการชี้ว่าไม่ได้พลิกไปจากความคาดหมาย และผลจากคดีนี้ ไม่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง