ไทยพาณิชย์คาดเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวร้อยละ 3.3

กรุงเทพฯ  24 เม.ย. – ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ ไทยพาณิชย์ประเมินหลายปัจจัยหนุนเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวร้อยละ 3.3 ส่งออกร้อยละ 1.5 แต่ห่วงอัตราว่างงานฉุดการบริโภคภาคเอกชน


นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวร้อยละ 3.3 มีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้รายได้ภาคเกษตรและส่งออกดีขึ้น กำลังซื้อภาคครัวเรือนกลับมาหลังจากหมดภาระผ่อนรถยนต์คนแรก ประกอบกับมาตรการรัฐสนับสนุนกำลังซื้อครัวเรือน เช่น โอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เม็ดเงินลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐเพิ่มกว่า 2 เท่า และรัฐบาลอนุมัติงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก 190,000 ล้านบาท 

ขณะที่ภาคบริการขยายตัวดีจากภาคการก่อสร้างโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ  รวมถึงภาคการท่องเที่ยวคาดว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยว 35 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.4 โดยมีแนวโน้มออกไปขยายการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง


ด้านการส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.5 แม้ว่า 2 เดือนแรกมูลค่าส่งออกจะขยายตัวร้อยละ 2.5 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงขึ้น  แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่อาจจะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ส่วนค่าเงินบาทคาดว่าจะเคลื่อนไหว 36-37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  โดยเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในต่างประเทศและนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีน  ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก  นอกจากนี้  ยังห่วงอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.3 สูงกว่าปีที่ผ่านมาและอาจจะเป็นแรงฉุดการบริโภคภาคเอกชนของไทยให้ขยายตัวไม่เกินร้อยละ 3.1 

ทั้งนี้  มองว่าการเติบโตเศรษฐกิจเวียดนามจะสร้างโอกาสทางการค้าให้กับไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า เนื่องจากการส่งออกไทยไปเวียดนามเติบโตร้อยละ 13.3 ต่อปี ในกลุ่มหมวดรถยนต์ ส่วนประกอบรถยนต์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ ถ้าเวียดนามมีการพัฒนาสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีภายในปี 2568-2573 เวียดนามอาจจะกลายเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์รับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น  เนื่องจากเวียดนามได้เปรียบแรงงานอายุน้อย ค่าแรงถูก ตลาดในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นตามชนชั้นกลาง ขณะที่สินค้าส่งออกมีมากกว่าไทยและสินค้าบางประเภทได้สิทธิพิเศษทางการค้ามากกว่าไทย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม

“วันนอร์” ของขึ้น! ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่นปมญัตติใครขึ้นก่อน

สภาเดือด “วันนอร์” ของขึ้น! ลุกยืน ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่น เอาญัตติใครขึ้นก่อน เหตุ “อนุสรณ์” เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อน “เท้ง” เรื่องแผ่นดินไหว “ไอติม” ก็เดือด ทุบโต๊ะ แซะรัฐบาล ไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอา “กาสิโน” เข้าทันทีเลย ด้าน “ชัยชนะ” นั่งไม่ติดขอใช้สิทธิพาดพิง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำ “ปกรณ์วุฒิ” โต้กลับ เบรกอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะ “โรม” ลุกโวยปิดไมค์แต่ฝ่ายค้าน สุดท้ายแพ้ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน