fbpx

รัสเซียอ้างยึดลูฮันสก์ของยูเครนได้เกือบหมดแล้ว

รัสเซียเข้าใกล้เป้าหมายยึดครองภูมิภาคดอนบาสที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมโรงงานและเหมืองถ่านหิน ทางตะวันออกของยูเครน โดยอ้างว่ายึดแคว้นลูฮันสก์ที่เป็นหนึ่งในสองแคว้นใหญ่ของภูมิภาคนี้ได้เกือบหมดแล้ว

ยูเครนยืนกรานไม่หยุดยิงหรืออ่อนข้อให้รัสเซีย

เคียฟ 22 พ.ค.- ยูเครนยืนกรานไม่หยุดยิงหรือยอมอ่อนข้อให้แก่รัสเซียที่กำลังรุกคืบภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนอย่างหนัก ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวในคลิปที่บันทึกรายคืนว่า สถานการณ์ในดอนบาสกำลังยากลำบากอย่างยิ่ง กองทัพรัสเซียหาทางโจมตีเมืองสโลเวียนสก์และเมืองซีวีโรโดเนตสก์ ขณะที่กองกำลังยูเครนก็สกัดการรุกคืนอย่างเต็มกำลัง ก่อนหน้านี้เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า การต่อสู้แม้จะนองเลือด แต่จะยุติลงได้ด้วยวิถีทางการทูตเท่านั้น และการที่รัสเซียยึดครองดินแดนยูเครนจะเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น ด้านนายไมไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาของผู้นำยูเครนในฐานะหัวหน้าคณะเจรจายืนยันกับรอยเตอร์ในทำเนียบประธานาธิบดีที่มีการอารักขาอย่างแน่นหนาว่า ยูเครนจะไม่ตกลงหยุดยิงและจะไม่ยอมรับข้อตกลงใด ๆ กับรัสเซียเรื่องการยอมมอบดินแดน การอ่อนข้อจะยิ่งส่งผลย้อนกลับมายังยูเครนเพราะรัสเซียจะยิ่งโหมโจมตีหนักขึ้นและนองเลือดยิ่งขึ้น นายโปโดลยักยืนกรานเรื่องนี้หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน เรียกร้องให้หยุดยิงในยูเครนทันที ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากีของอิตาลีเรียกร้องให้หยุดยิงในยูเครนทันทีเพื่อเปิดทางให้แก่การเจรจายุติสงคราม รัสเซียยึดเมืองมารีอูปอล เมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นโดเนตสก์ในภูมิภาคดอนบาสได้เบ็ดเสร็จ หลังจากกองกำลังยูเครนชุดสุดท้ายที่ปักหลักอยู่ในโรงเหล็กยอมจำนนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของยูเครนที่รัสเซียยึดได้ตั้งแต่เปิดฉากโจมตีเมื่อ 3 เดือนก่อน และทำให้รัสเซียควบคุมเส้นทางทางบกที่เชื่อมคาบสมุทรไครเมีย ทางใต้ของยูเครนที่รัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งตั้งแต่ปี 2557 กับพื้นที่ส่วนใหญ่ของดอนบาสที่กลุ่มแยกดินแดนยูเครนฝักใฝ่รัสเซียยึดครองอยู่.-สำนักข่าวไทย

ยูเครนเผยรัสเซียยิงจรวดถล่มภาคใต้-ภาคตะวันออกตลอดวันเสาร์

เคียฟ 1 พ.ค.- ยูเครนเผยว่า รัสเซียระดมยิงจรวดถล่มพื้นที่ทางภาคใต้และภาคตะวันออกตลอดวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่เด็กและสตรีบางส่วนได้รับการอพยพออกจากโรงงานเหล็กในเมืองมารีอูปอลที่ใช้หลบภัยมานานกว่าสัปดาห์แล้ว ผู้ว่าการแคว้นออแดซา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนที่อยู่ริมทะเลดำเผยว่า รัสเซียยิงจรวดจากคาบสมุทรไครเมีย ทางใต้ของยูเครนมาทำลายท่าอากาศยานหลักของเมืองออแดซา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศและเป็นเมืองท่าสำคัญ ด้านกองทัพยูเครนเผยว่า ท่าอากาศยานเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้อีก ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนประกาศในคลิปที่บันทึกเมื่อกลางดึกวันเสาร์ว่า จะบูรณะเมืองนี้ ชาวเมืองออแดซาจะไม่มีวันลืมสิ่งที่รัสเซียทำไว้ และว่ารัสเซียกำลังรวบรวมกำลังพลเพิ่มเติมเพื่อโจมตีกองกำลังยูเครนทางภาคตะวันออกครั้งใหม่ หวังเพิ่มแรงกดดันในภูมิภาคดอนบาส รอยเตอร์อธิบายเพิ่มเติมว่า รัสเซียโหมโจมตีทางใต้ของยูเครนหวังยึดครองเพื่อเชื่อมกับคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งในปี 2557 และโหมโจมตีทางตะวันออกของยูเครนเพื่อให้สามารถควบคุมภูมิภาคดอนบาสได้อย่างเบ็ดเสร็จ เนื่องจากแคว้นโดเนตสก์และแคว้นลูฮันสก์ที่อยู่ในภูมิภาคนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังฝักใฝ่รัสเซียตั้งแต่รัสเซียยังไม่บุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ขณะนี้รัสเซียสามารถยึดเมืองเคอร์ซอนที่อยู่เหนือไครเมียขึ้นไปเพียง 100 กิโลเมตร และยึดเมืองมารีอูปอล เมืองท่าสำคัญทางตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดกับทะเลอาซอฟได้เกือบทั้งหมดแล้ว ขณะเดียวกันนักรบของยูเครนแจ้งว่า เด็กและผู้หญิงประมาณ 20 คนได้รับการอพยพออกจากโรงงานเหล็กอาซอฟตอลแล้วเมื่อวันเสาร์ตามข้อตกลงหยุดยิง หลังจากหลบภัยอยู่ในโรงงานมานานกว่าสัปดาห์ หวังว่าพลเรือนกลุ่มนี้จะถูกพาไปยังเมืองซาปอริชเชียที่อยู่เหนือเมืองมารีอูปอลขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือต่อไป.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียเตรียมยึดดอนบาสและทางใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จ

มอสโก 23 เม.ย.- สื่อรัสเซียอ้างการเปิดเผยของนายทหารรัสเซียว่า รัสเซียเตรียมการยึดภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน และพื้นที่ทางใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จในระยะที่ 2 ของการโจมตียูเครนที่รัสเซียเรียกว่าปฏิบัติการทางทหารพิเศษ สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์และสำนักข่าวทาสส์รายงานอ้างถ้อยแถลงที่ พล.ต.รุสตัม มินเนเกฟ รองผู้บัญชาการกองทัพภาคกลางของรัสเซียกล่าวในการประชุมแห่งหนึ่งว่า รัสเซียเตรียมสร้างเส้นทางทางบกเชื่อมคาบสมุทรไครเมีย ทางตอนใต้ของยูเครนที่รัสเซียผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งในปี 2557 กับภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน เพราะการควบคุมทางใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จจะช่วยให้รัสเซียเข้าถึงภูมิภาคทรานส์นีสเตรียที่มีหลักฐานว่าประชาชนพูดภาษารัสเซียกำลังถูกกดขี่ ถ้อยแถลงนี้เป็นการแจกแจงรายละเอียดแผนการของรัสเซียนครั้งล่าสุด และบ่งชี้ว่ารัสเซียไม่คิดจะลดปฏิบัติการต่อยูเครนในเร็ว ๆ นี้ ภูมิภาคทรานส์นีสเตรียตั้งอยู่ระหว่างยูเครนและมอลโดวา ได้ประกาศแยกตัวจากมอลโดวาที่เป็น 1 ใน 15 สาธารณรัฐของสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปี 2533 แต่มอลโดวาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศและประกาศสถานะให้เป็นเขตปกครองตนเอง ยูเครนเกรงว่ารัสเซียจะใช้ภูมิภาคนี้เป็นฐานโจมตียูเครนครั้งใหม่ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศมอลโดวาแถลงผ่านเว็บไซต์ว่า ได้เรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อถ้อยแถลงของนายทหารรัสเซียที่ไร้มูลและขัดต่อจุดยืนของรัสเซียที่สนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพทางดินแดนของมอลโดวา กระทรวงได้ย้ำเรื่องมอลโดวาเป็นรัฐที่เป็นกลาง ดังนั้นทุกฝ่ายรวมทั้งรัสเซียจะต้องเคารพหลักการนี้.-สำนักข่าวไทย

ชาวรัสเซียขาดแคลนยาตั้งแต่เริ่มสงครามยูเครน

มอสโก 4 เม.ย.- ชาวรัสเซียเผยว่า ยังคงขาดแคลนยารักษาโรคที่จำเป็น นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากถูกชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตร ข่าวเรื่องชาวรัสเซียไม่สามารถซื้อหายาบางชนิดจากร้านขายยาเริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม กลุ่มปกป้องสิทธิผู้ป่วยในสาธารณรัฐดาเกสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียเผยว่า เริ่มได้รับเสียงร้องเรียนเรื่องขาดแคลนยาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม และเมื่อตรวจสอบกับร้านขายยาของรัฐหลายแห่งก็พบว่า ยา 10 รายการแรกที่คนต้องการใช้มากที่สุดขณะนี้เหลือปริมาณไม่มาก และไม่รู้ว่าจะมียาลอตใหม่มาเมื่อใด ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรัสเซียระบุว่า การขาดแคลนยาเป็นสถานการณ์ชั่วคราว เพราะคนแห่ซื้อกักตุนและระบบโลจิติกส์มีปัญหาจากมาตรการคว่ำบาตร แต่ก็กังวลว่ายาคุณภาพสูงอาจหายไปจากตลาด นายมิคาอิล มูราชโก รัฐมนตรีสาธารณสุขรัสเซียยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่มีปัญหาขาดแคลนยา และโทษว่าการแห่ซื้อกักตุนทำให้ความต้องการยาบางชนิดเพิ่มขึ้น 10 เท่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ รัสเซียใช้นโยบายส่งเสริมการผลิตยาในประเทศทดแทนการนำเข้า ตั้งแต่ถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรในปี 2557 หลังจากผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครน ทำให้บริษัทต่างชาติไม่อยากนำเข้ายาคุณภาพสูงเพราะมีราคาแพง แต่ถูกควบคุมราคาจำหน่ายจนไม่มีกำไร.-สำนักข่าวไทย

ผู้นำยูเครนเผยรัสเซียต้องการยึดภาคตะวันออกและภาคใต้

เคียฟ 3 เม.ย.- ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุว่า รัสเซียต้องการยึดดินแดนทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครน ด้านหัวหน้าคณะเจรจาของยูเครนเผยว่า การเจรจามีความคืบหน้ามากพอที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะมีโอกาสได้พูดคุยกัน ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวในการบันทึกวิดีทัศน์เมื่อค่ำวันเสาร์ว่า เป้าหมายของกองทัพรัสเซียคือ การยึดทั้งภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกของยูเครน และดินแดนทางภาคใต้ของยูเครน ส่วนเป้าหมายของยูเครนคือ การปกป้องประเทศ เสรีภาพ ดินแดน และประชาชน เขาถือโอกาสนี้ยกย่องทหารยูเครนที่ปกป้องเมืองมารีอูปอล ทางใต้ของประเทศที่ถูกรัสเซียปิดล้อมและยิงถล่มตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนเหลือแต่ซากว่า การต้านทานในมารีอูปอลและเมืองอื่น ๆ ช่วยให้กรุงเคียฟมีเวลาอันมีค่าอย่างยิ่งในการบั่นทอนศักยภาพของกองทัพรัสเซีย ซึ่งหมายถึงเรื่องที่รัสเซียประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่า จะลดปฏิบัติการทางทหารรอบกรุงเคียฟและเมืองเชอร์นีฮิว ทางตอนเหนือของยูเครนลงอย่างมาก เพื่อมุ่งเน้นปฏิบัติการทางทหารทางตะวันออกของยูเครนแทน ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันนายดาวิด อาราคามิยา หัวหน้าคณะเจรจาของยูเครนกล่าวว่า การเจรจาจนถึงขณะนี้มีความคืบหน้ามากพอที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีจะมีโอกาสจะได้พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เพราะในการเจรจาผ่านระบบวิดีโอทางไกลเมื่อวันศุกร์ รัสเซียยอมรับข้อเสนอของยูเครนทุกประเด็น ยกเว้นเรื่องคาบสมุทรไครเมียของยูเครนที่ถูกรัสเซียผนวกไปในปี 2557 ขณะนี้กำลังมีการร่างเอกสารอยู่ และประธานาธิบดีของทั้ง 2 ประเทศอาจหารือกันได้โดยตรง ด้านนายวลาดิเมียร์ เมดินสกี หัวหน้าคณะเจรจาของรัสเซียกล่าวหลังเสร็จสิ้นการเจรจาเมื่อวันศุกร์ว่า รัสเซียไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนเรื่องไครเมียและดอนบาส ตามที่ต้องการให้ยูเครนรับรองไครเมียว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และรับรองดอนบาสว่าเป็นอิสระจากยูเครน.-สำนักข่าวไทย

“ปูติน” ปราศรัยที่สนามกีฬามอสโก

มอสโก 19 มี.ค.- ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียยกย่องทหารรัสเซียที่กำลังสู้รบในยูเครน ระหว่างปราศรัยต่อประชาชนที่เนืองแน่นอยู่ที่สนามกีฬาในกรุงมอสโกเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีปูตินซึ่งไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่าใดนัก นับตั้งแต่สั่งการให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารพิเศษในยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปรากฏตัวในสนามกีฬาลุจนีกีที่มีป้ายด้านหลังเวทีว่า “เพื่อโลกที่ปลอดจากลัทธินิยมนาซี” เขากล่าวกับฝูงชนที่โห่ร้องตอบรับเสียงกึกก้องว่า ทหารรัสเซียเคียงบ่าเคียงไหล่สู้รบและช่วยเหลือกัน เป็นความกลมเกลียวที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว พร้อมกับหยิบยกประโยคในคัมภีร์ไบเบิลมากล่าวถึงทหารรัสเซียว่า “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการสละจิตวิญญาณของตนเองเพื่อมิตร” ปูตินย้ำข้ออ้างเดิมว่า ศัตรูในยูเครนเป็นพวกนาซีใหม่ การกระทำของเขาจึงเป็นไปเพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เท่านั้น ตำรวจกรุงมอสโกอ้างว่า มีคนมาร่วมฟังประธานาธิบดีปูตินกล่าวปราศรัยนาน 5 นาทีมากกว่า 200,000 คน ทั้งในและนอกสนามกีฬา บางคนสวมเสื้อพิมพ์คำว่า ซี (Z) ที่เป็นสัญลักษณ์บนรถถังและยานยนต์ทางทหารของรัสเซียในยูเครนเพื่อแสดงความสนับสนุนสงคราม นอกจากนี้ยังมีการร้องเพลงปลุกใจและการแสดงชื่อ Made in the U.S.S.R. ซึ่งเป็นตัวย่อของสหภาพโซเวียต โดยมีประโยคเปิดการแสดงว่า “ยูเครนและไครเมีย เบลารุสและมอลโดวา ทั้งหมดคือประเทศของฉัน” ขณะที่ข้อมูลของวิกิพีเดียระบุว่า สนามกีฬาแห่งนี้จุคนดูได้ 81,000 ที่นั่ง เป็นสนามฟุตบอลใหญ่ที่สุดในรัสเซีย และใหญ่อันดับ 9 ของยุโรป ด้านกลุ่มวิจารณ์รัสเซียอ้างว่า นักศึกษาและลูกจ้างหน่วยงานรัฐในหลายพื้นที่ของรัสเซียถูกบังคับให้เข้าร่วมการชุมนุมและการแสดงดนตรีเมื่อวานนี้ เนื่องในวันครบรอบ 8 ปีที่รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครน.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียกำลังหารือจริงจังเรื่องความเป็นกลางของยูเครน

มอสโก 16 มี.ค.- นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเผยว่า รัสเซียกำลังหารืออย่างจริงจังเรื่องสถานะความเป็นกลางของยูเครน นายลาฟรอฟให้สัมภาษณ์อาร์บีซีนิวส์ (RBC News) ที่เป็นช่องข่าวดาวเทียมและเคเบิลของสหรัฐในวันนี้ว่า การเจรจาสันติภาพกับยูเครนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีความหวังที่จะประนีประนอมกันได้ เรื่องที่กำลังมีการเจรจาอย่างจริงจังคือ สถานะความเป็นกลางของยูเครนและการรับรองเรื่องความมั่นคง รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียระบุว่า ประเด็นสำคัญได้แก่ความปลอดภัยของประชาชนทางภาคตะวันออกของยูเครน การทำให้ยูเครนเป็นประเทศปลอดทหาร และสิทธิของผู้พูดภาษารัสเซียในยูเครน ด้านยูเครนแสดงความเห็นเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อการเจรจาสันติภาพ โดยระบุว่าพร้อมเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่จะไม่ยอมจำนนหรือยอมรับการยื่นคำขาดของรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียประกาศใช้ปฏิบัติการทางทหารพิเศษกับยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยกล่าวโทษสหรัฐว่า คุกคามรัสเซียด้วยการขยายองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการทหาร ให้มาทางฝั่งตะวันออกจนประชิดชายแดนรัสเซีย และว่าเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ปฏิบัติทางการทหาร เพราะผู้พูดภาษารัสเซียในยูเครนตกเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของกลุ่มชาตินิยมและนาซีใหม่ในยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนในปี 2557 ด้านยูเครนและชาติตะวันตกแย้งว่า ข้ออ้างของรัสเซียเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นเรื่องไม่มีมูลความจริง.-สำนักข่าวไทย

ทูตรัสเซียในไทยยืนยันรัสเซียไม่ได้เริ่มวิกฤติขัดแย้ง

กรุงเทพฯ 16 มี.ค.- เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยยืนยันว่า รัสเซียไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นวิกฤติความขัดแย้งกับยูเครน นายเยฟเกนี โตมีฮิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย แถลงชัดว่า รัสเซียเองต้องการให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้จบลงโดยเร็วที่สุด พร้อมกับย้ำว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนมุ่งเป้าโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพยูเครนเท่านั้น จริงอยู่ที่การสู้รบมักก่อให้เกิดการบาดเจ็บเสียชีวิต แต่รัสเซียไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะใช้ พลเรือนยูเครนเป็นเป้าโจมตี ทูตรัสเซียยังบอกว่า หากศึกษาจากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า จุดเริ่มต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 โดยที่รัสเซียไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทยได้กล่าวเท้าความถึงเหตุปฏิวัตินองเลือดทั่วยูเครนเมื่อ 8 ปีก่อนจนทำให้ชาวยูเครนในแคว้นไครเมียต้องลงประชามติขอแยกตัวเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย เหตุการณ์นั้นยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้ และจากหลักฐานที่รัสเซียพิสูจน์ได้ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้ปฏิบัติการอย่างทุกวันนี้ นอกจากนี้ ทูตรัสเซีย ยังกล่าวไปถึงคำสัญญาขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่เคยให้ คำมั่นเมื่อยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงว่า จะไม่ขยายกรอบมายังประเทศที่มีพรมแดนติดรัสเซียนั้นว่าเป็นเพียงคำโกหก ดังนั้นจึงอยากขอให้คนไทยที่ติดตามประเด็นนี้เข้าใจประวัติศาสตร์จึงจะเข้าใจที่มาที่ไป พร้อมทั้งย้ำว่า รัสเซียไม่ได้ ต้องการให้รัฐบาลแสดงจุดยืนเข้าข้าง เพียงแต่ขอให้มีความเป็นกลางเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย

แคว้นที่ถูกรัสเซียยึดลงประชามติอยู่กับยูเครนต่อไป

เคอร์ซอน 13 มี.ค.- แคว้นเคอร์ซอน ทางใต้ของยูเครนที่ถูกกองกำลังรัสเซียยึดครอง ลงประชามติเห็นชอบญัตติยืนยันขอเป็นส่วนหนึ่งของยูเครนต่อไป สมาชิกสภาคนหนึ่งของแคว้นเคอร์ซอนที่อยู่เหนือคาบสมุทรไครเมียเผยว่า สมาชิกสภาลงมติ 44 เสียงเห็นชอบญัตติดังกล่าว เพราะไม่สามารถให้การรับรองความพยายามที่จะสร้างสาธารณรัฐประชาชนในแคว้นเคอร์ซอนเพื่อฉกฉวยดินแดนของยูเครน แคว้นเคอร์ซอน “เคยเป็น เป็น และจะเป็น” ดินแดนส่วนหนึ่งของรัฐเดียวคือยูเครนต่อไป สมาชิกสภาอีกคนเผยว่า รัสเซียพยายามกดดันให้สภาจัดการลงประชามติเรื่องแยกตัวเป็นอิสระจากยูเครน โดยได้เรียกตัวสมาชิกสภาไปสอบถามว่า พร้อมให้ความร่วมมือหรือไม่ ข้อมูลตามวิกิพีเดียระบุว่า สภาแคว้นเคอร์ซอนมีสมาชิกทั้งหมด 64 คน ก่อนหน้านี้นายดมิโตร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนทวีตผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ว่า รัสเซียพยายามอย่างหนักที่จะจัดการลงประชามติหลอกลวงเพื่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนปลอม ๆ ขึ้นในเคอร์ซอน เมืองเคอร์ซอนที่เป็นศูนย์กลางของแคว้นนี้เป็นเมืองใหญ่เมืองแรก ๆ ของยูเครนที่ถูกกองกำลังรัสเซียยึดได้ในวันที่ 2 มีนาคม หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียสั่งให้ใช้ “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” กับยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ แคว้นเคอร์ซอนมีประชากรราว 1 ล้านคน ส่วนเมืองเคอร์ซอนมีประชากรราว 283,650 คน.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียบุกเข้าเมืองใหญ่อันดับสอง-ยึดเมืองทางใต้ของยูเครน

เคียฟ 27 ก.พ.- ทางการท้องถิ่นยูเครนแจ้งว่า กองกำลังรัสเซียกำลังบุกเข้าเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนเมืองทางใต้ใกล้คาบสมุทรไครเมียถูกรัสเซียยึดได้แล้ว ทางการเมืองคาร์คิฟแจ้งว่า ยานยนต์ทางทหารขนาดเบาของรัสเซียได้บุกเข้ามาในเมือง รวมถึงเขตใจกลางเมืองแล้ว กองกำลังยูเครนกำลังบดขยี้ศัตรูอยู่ ขอให้พลเรือนอยู่แต่ในที่กำบัง ด้านที่ปรึกษารัฐมนตรีมหาดไทยยูเครนและสำนักงานสารสนเทศพิเศษเพื่อการปกป้องยูเครน ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองของยูเครน เผยแพร่คลิปภาพขบวนยานยนต์ทางทหารขนาดเบาของรัสเซียกำลังเคลื่อนไปตามถนน ขณะที่สำนักงานเหตุฉุกเฉินของยูเครนยืนยันว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธใส่อาคารพักอาศัยสูง 9 ชั้นในเมืองคาร์คิฟ ทำให้มีสตรีเสียชีวิต 1 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายคน ขณะเดียวกันสื่อยูเครนรายงานว่า เมืองโนวา คาคอฟกา เมืองขนาดเล็กทางตอนใต้ของประเทศที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนีเปอร์ ถูกกองกำลังรัสเซียยึดครองแล้ว แม่น้ำสายนี้เป็นต้นน้ำของลำน้ำสาขาต่าง ๆ บนคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งตั้งแต่ปี 2557 นายกเทศมนตรีเมืองโนวา คาคอฟกาเผยว่า ทหารรัสเซียได้ยึดที่ทำการและปลดธงชาติยูเครนออกจากอาคารทั้งหมดแล้ว.-สำนักข่าวไทย

สำรวจเส้นทางที่รัสเซียอาจใช้บุกยูเครน

ลอนดอน 24 ก.พ.- เว็บไซต์บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) สำรวจเส้นทางที่รัสเซียอาจใช้บุกยูเครน หลังจากรัสเซียสั่งทหารเข้าไปประจำการทางตะวันออกของยูเครน แต่ชาติตะวันตกเชื่อว่า รัสเซียอาจกำลังวางแผนยึดยูเครนทั้งประเทศ บีบีซีอ้างนักวิเคราะห์ทางทหารว่า กำลังพลที่รัสเซียประจำการใกล้ยูเครนรวมมากถึง 190,000 นาย ทำให้รัสเซียมีทางเลือกหลายทางหากคิดจะรุกรานยูเครน ทางเลือกแรกคือ การโจมตีจากทางฝั่งตะวันออก นายเซธ โจนส์ จากศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษาชี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียได้รับรองแคว้นโดเนตสก์และแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครนว่าเป็นรัฐอิสระ และได้สั่งให้ส่งทหารรัสเซียเข้าไปรักษาสันติภาพ หากปูตินคิดจะรุกคืบเข้าไปมากกว่านั้น อาจมุ่งหน้าไปยังเมืองดนิโปรและเมืองซาโปริชเชีย ควบคู่ไปกับการเคลื่อนกำลังพลจากเมืองรอสตอฟออนดอนของรัสเซียเข้าไปยังเมืองเมลิโตโปลของยูเครน เพื่อเชื่อมเส้นทางทางบกกับคาบสมุทรไครเมียของยูเครนที่รัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งในปี 2557 นอกจากนี้รัสเซียยังอาจให้ทหารที่ประจำการอยู่ที่เมืองเบลโกรอดมาหลายเดือนเข้าไปยึดเมืองคาร์คิฟและเมืองเครเมนชุกของยูเครน การบุกจากฝั่งตะวันออกอาจได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียในโดเนตสก์และลูฮันก์ที่คาดว่ามีประมาณมีกำลังคน 15,000 คน ทางเลือกที่ 2 คือ การบุกจากเบลารุสที่อยู่ทางเหนือของยูเครน นายไมเคิล คอฟแมน จากศูนย์วิเคราะห์ทางทะเลในสหรัฐคาดว่า รัสเซียจะเลือกทางนี้หากต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบในยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ รัสเซียได้ส่งทหาร 30,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ไปซ้อมรบร่วมกับเบลารุส และได้ขยายระยะการซ้อมออกไปอย่างไม่มีกำหนด หากกองกำลังนี้จะมุ่งหน้าเข้ายึดกรุงเคียฟอาจหลีกเลี่ยงเขตหวงห้ามรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ระเบิดใหญ่ในปี 2529 ทางเลือกที่ 3 คือ การรุกจากคาบสมุทรไครเมีย นายเบน แบร์รี จากสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษามองว่า เป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด […]

1 2