fbpx

นายกฯ หารือ รมว.กต.สหรัฐ เดินหน้าความร่วมมือระหว่างกัน

นายกฯ หารือ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ยืนยันความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน เดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ป้องกันการค้ามนุษย์ ทั้งในกรอบทวิภาคี และพหุภาคี

ทูตสหรัฐเผยรัสเซียไม่ควรสั่งปิดสถานทูตสหรัฐในรัสเซีย

เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำรัสเซียระบุว่า รัสเซียไม่ควรสั่งปิดสถานทูตสหรัฐในรัสเซีย แม้ทั้งสองประเทศมีปัญหาขัดแย้งจากวิกฤตสงครามในยูเครน เนื่องจากสหรัฐกับรัสเซีย ซึ่งเป็นสองประเทศมหาอำนาจด้านอาวุธนิวเคลียร์ของโลก จำเป็นต้องใช้วิถีทางการทูตต่อไปเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น

จีนว่า รมต. ต่างประเทศสหรัฐ ใส่ร้ายป้ายสีจีน

ปักกิ่ง 27 พ.ค. – กระทรวงต่างประเทศของจีนระบุวันนี้ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ จงใจใช้คำพูดใส่ร้ายป้ายสีจีน หลังนายบลิงเคนได้เรียกร้องเมื่อวันพฤหัสบดีให้ทั่วโลกถ่วงดุลอิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นของจีน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวในงานแถลงข่าวตามปกติว่า คำพูดของนายบลิงเคนเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ พูดเกินจริงเกี่ยวกับภัยคุกคาม แทรกกิจการภายใน และใส่ร้ายป้ายสีนโยบายในประเทศและต่างประเทศของจีน ทั้งยังระบุว่า จีนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อคำพูดของนายบลิงเคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐพยายามควบคุมและขัดขวางการพัฒนาของจีนเพื่อรักษาความเป็นชาติมหาอำนาจของตนเอง ก่อนหน้านี้ นายบลิงเคนเตือนว่า จีนตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบระหว่างประเทศ (international order) และเรียกร้องให้ทั่วโลกช่วยกันป้องกันเรื่องนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังกล่าวหารัฐบาลจีนว่าพยายามสร้างความตึงเครียดเรื่องไต้หวัน ซึ่งจีนอ้างว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน รวมถึงการปิดกั้นไม่ให้ไต้หวันสานสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก และขัดขวางไต้หวันในการเข้าร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ.- สำนักข่าวไทย

นายกฯ อิสราเอลติดโควิดหลังพบ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ

เยรูซาเลม 28 มี.ค. – นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ ของอิสราเอล มีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวกในวันนี้ หลังจากที่เพิ่งพบปะกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า นายกรัฐมนตรีเบนเน็ตต์ติดเชื้อโควิด มีอาการโดยรวมคงที่ และจะปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ตามเดิมจากที่บ้าน โดยที่ก่อนหน้านี้ผู้นำอิสราเอลได้พบกับนายบลิงเคนนอกรอบเวทีประชุมสุดยอดผู้นำด้านประวัติศาสตร์ระหว่างตัวแทนของอิสราเอลและกลุ่มชาติอาหรับ ซึ่งจัดขึ้นในนครเยรูซาเลมของอิสราเอล นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเบนเน็ตต์ยังได้เดินทางไปลงพื้นที่เมืองฮาเดรา ทางตอนเหนือของอิสราเอล หลังเกิดเหตุมือปืนยิงตำรวจเสียชีวิต 2 นายในเมืองนี้ โดยกลุ่มรัฐอิสลามญิฮาดอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังระบุในแถลงการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีเบนเน็ตต์จะจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้เพื่อประเมินสถานการณ์เหตุโจมตีดังกล่าวร่วมกับรัฐมนตรีจากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ รวมถึงเสนาธิการทหารบก และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สื่อท้องถิ่นของอิสราเอลได้เผยแพร่ภาพถ่ายการเดินทางลงพื้นที่เมืองฮาเดราของนายกรัฐมนตรีเบนเน็ตต์เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากตำรวจเกี่ยวกับเหตุโจมตีดังกล่าว โดยที่ผู้นำอิสราเอลได้สวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีเบนเน็ตต์กลับไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยในระหว่างการแถลงข่าวเคียงข้างนายบลิงเคนในวันเดียวกัน ทั้งนี้ นายบลิงเคนได้เดินทางเยือนอิสราเอลเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี บาห์เรน และโมร็อกโก ซึ่งเป็นชาติที่สานสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลมาตั้งแต่ปี 2563 โดยที่การประชุมดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่หลายฝ่ายรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับข่าวที่ว่าสหรัฐจะฟื้นฟูและบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านในปี 2558 อีกครั้ง.-สำนักข่าวไทย

ผู้นำยูเครนยันจะอยู่ในเมืองหลวงแม้รัสเซียรุกเข้าใกล้

เคียฟ 25 ก.พ. – ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้คำมั่นในวันนี้ว่า เขาจะยังคงอยู่ในกรุงเคียฟต่อไป แม้ศัตรูต้องการทำลายระบอบการปกครองของยูเครนด้วยการทำลายผู้นำประเทศ ในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังต่อสู้กับกองทัพรัสเซียที่เคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟในการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ประธานาธิบดีเซเลนสกีระบุผ่านคลิปวิดีโอว่า ศัตรูหมายหัวเขาเป็นลำดับแรก และครอบครัวเขาเป็นลำดับที่สอง รวมถึงต้องการทำลายระบอบการปกครองของยูเครนด้วยการทำลายผู้นำประเทศ แต่เขาจะยังคงอยู่ในกรุงเคียฟต่อไป และครอบครัวของเขาก็ยังอยู่ในยูเครนเช่นกัน ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ เผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐว่า เขารู้มาว่าประธานาธิบดีเซเลนสกียังคงอยู่ในยูเครน และสหรัฐรู้สึกวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของยูเครนทุกคน เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและยูเครนระบุตรงกันว่า รัสเซียตั้งเป้าบุกยึดกรุงเคียฟของยูเครนและโค่นล้มรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่กองทัพรัสเซียได้ยึดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ‘เชอร์โนบิล’ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเคียฟไว้ได้แล้ว ส่วนการอนุมัติคำสั่งปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบในยูเครนของรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดีทำให้มีประชาชนราว 100,000 คนไร้ที่อยู่ เนื่องจากเกิดเหตุระเบิดและยิงกระสุนจำนวนมากในหลายเมืองใหญ่ของยูเครน โดยที่ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 130 คนแล้ว.-สำนักข่าวไทย

กลุ่มควอดเตรียมหารือประเด็นอิทธิพลจีน-โลกร้อน-โควิด

เมลเบิร์น 11 ก.พ. – รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของประเทศสมาชิกในกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง 4 ฝ่าย หรือควอด (QUAD) ที่ประกอบด้วยออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐ จะประชุมร่วมกันที่นครเมลเบิร์นของออสเตรเลียในวันนี้ เพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การรับมือกับโรคโควิด-19 การขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียจากปัญหาวิกฤตการณ์ในยูเครน นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มควอดและนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียว่า การเผชิญหน้ากับจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ เพราะเขาเชื่อว่าไม่มีอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาคิดว่ากลุ่มควอดได้แบ่งปันข้อวิตกกังวลในช่วงไม่กี่ที่ผ่านมาร่วมกันเกี่ยวกับการที่จีนเริ่มแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นทั้งในประเทศของตนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ในขณะเดียวกัน นางมาริส เพย์น รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของออสเตรเลีย กล่าวก่อนเข้าร่วมการประชุมระดับทวิภาคีร่วมกับนายบลิงเคนว่า กลุ่มควอดจะหารือร่วมกันเกี่ยวกับความท้าทายของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ประเด็นเกี่ยวกับเกาหลีเหนือและจีน รวมถึงสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ทั้งนี้ ออสเตรเลียจะให้การสนับสนุนสหรัฐในการเป็นผู้นำเพื่อแก้ปัญหาท้าทายเหล่านี้.-สำนักข่าวไทย

สหรัฐ-อังกฤษ-แคนาดา คว่ำบาตร จนท. เมียนมา

วอชิงตัน 1 ก.พ. – สหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมของเมียนมา ในขณะที่วันนี้เป็นวันเกิดเหตุรัฐประหารเมียนมาครบ 1 ปี และสถานการณ์ในเมียนมายังคงตกอยู่ในสภาพโกลาหล กระทรวงการคลังสหรัฐระบุเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรรายบุคคลต่อเจ้าหน้าที่ในทางศาลเพิ่มอีก 7 คน เช่น ธิดา อู อัยการสูงสุดของเมียนมาที่จงใจตั้งข้อหานางออง ซาน ซู จี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อหวังผลทางการเมือง หัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกาของเมียนมา และประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตของเมียนมา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีของนางซู จี และแกนนำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐยังได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอีก 2 บริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนรัฐบาลทหารเช่นกัน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวทำให้ทรัพย์สินในสหรัฐของบุคคลและบริษัทเหล่านั้นถูกอายัด และทำให้ชาวอเมริกันถูกห้ามติดต่อกับคนกลุ่มนี้ ในขณะเดียวกัน แคนาดาก็ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรายบุคคลต่อเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม 3 คนของเมียนมาเช่นเดียวกับสหรัฐ ส่วนอังกฤษได้ประกาศคว่ำบาตรต่ออัยการสูงสุด ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตของเมียนมา และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมาที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารเมียนมา นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรร่วมกันของสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา สะท้อนให้เห็นถึงแรงสนับสนุนจากต่างประเทศที่มีต่อชาวเมียนมา และส่งเสริมการลงโทษผู้ก่อเหตุรัฐประหารและใช้ความรุนแรงโดยผิดกฎหมาย ทั้งยังระบุว่า […]

“บลิงเคน” เผยสหรัฐจะใช้มาตรการเพิ่มกดดันเมียนมา

กัวลาลัมเปอร์ 15 ธ.ค. – นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ เผยวันนี้ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมเชิญผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำร่วมกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ในเดือนมกราคมปีหน้า นายบลิงเคนกล่าวในระหว่างเดินทางเยือนมาเลเซียว่า สหรัฐตั้งตารออย่างยิ่งต่อการจัดประชุมสุดยอดผู้นำนัดพิเศษร่วมกับอาเซียนในวันที่ 19 มกราคมปีหน้า สหรัฐจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงการประชุมดังกล่าวเพื่อพิจารณาใช้ขั้นตอนและมาตรการเพิ่มเติมในการกดดันให้เมียนมาหวนคืนสู่ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอีกครั้ง และกำลังทบทวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการกระทำของรัฐบาลทหารเมียนมาว่าเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่ นายบลิงเคนยังระบุว่า นอกจากประเด็นสถานการณ์วิกฤตในเมียนมาแล้ว คาดว่าการประชุมสุดยอดดังกล่าวจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุน และระบบโครงสร้างพื้นฐาน ขณะนี้ นายบลิงเคน ซึ่งเคยระบุว่า 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กำลังปฏิบัติภารกิจเยือนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้เดินทางเยือนมาเลเซียเป็นประเทศที่สองในวันนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนอินโดนีเซียเมื่อวันอังคาร โดยเขาระบุในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียว่า สหรัฐได้ดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในสนธิสัญญาไมตรีกับทวีปเอเชียด้วยข้อเสนอเพื่อส่งเสริมการทำงานด้านข่าวกรองและการป้องกันร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีความวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลของจีน.-สำนักข่าวไทย

สหรัฐให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนอาเซียน

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ให้คำมั่นในระหว่างการประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ว่าจะสนับสนุนอาเซียน

สหรัฐว่าแผนเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมาแค่ถ่วงเวลา

วอชิงตัน 3 ส.ค. – สหรัฐระบุว่า แผนจัดการเลือกตั้งภายใน 2 ปีของรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นเพียงแค่การถ่วงเวลา และประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน จำเป็นต้องเร่งกดดันเมียนมาให้ปฏิบัติตามหลักฉันทามติ 5 ประการ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนถึงการประชุมออนไลน์ระหว่างนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกับรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกอาเซียน ซึ่งรวมถึงเมียนมาในสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลทหารเมียนมาแค่ถ่วงเวลาและต้องการยึดครองอำนาจต่อไปเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อาเซียนจึงต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยการเร่งรัดให้เมียนมาปฏิบัติตามข้อตกลงตามหลักฉันทามติ 5 ประการที่ได้ลงนามร่วมกันเพื่อยุติปัญหาวุ่นวายในเมียนมา ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐกับประเทศสมาชิกอาเซียนมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ไม่ได้เปิดเผยถึงประเด็นอื่น ๆ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวคาดว่า นายบลิงเคนจะให้ข้อมูลแก่รัฐมนตรีอาเซียนเกี่ยวกับการสนับสนุนของสหรัฐเพื่อยับยั้งการระบาดรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงปัญหาที่สหรัฐมองว่าจีนได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ฮ่องกง และทิเบต รอยเตอร์มองว่า สหรัฐกำลังสื่อผ่านการเข้าร่วมประชุมระดับภูมิภาคติดต่อกัน 5 วันของนายบลิงเคนว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐจริงจังในการมีส่วนร่วมกับชาติพันธมิตรเพื่อต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน โดยที่นายบลิงเคนจะมีกำหนดเข้าร่วมประชุมทางไกลในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) กรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ และกลุ่มมิตรประเทศลุ่มน้ำโขงในสัปดาห์นี้อีกด้วย. -สำนักข่าวไทย

สหรัฐหนุนอนามัยโลกเดินหน้าแผนสืบที่มาโควิดระยะสอง

คูเวต ซิตี 29 ก.ค. – สหรัฐกล่าวสนับสนุนแผนการสืบสวนที่มาของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระยะที่สองในจีนขององค์การอนามัยโลก (WHO) กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐระบุว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้ยืนยันว่า สหรัฐสนับสนุนแผนการสืบสวนที่มาของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงในจีน เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ระบาดในปัจจุบันและป้องกันการระบาดในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เขายังได้เน้นย้ำว่า การสืบสวนที่มาของโรคโควิด-19 ระยะที่สองจะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมกับเวลา อ้างอิงหลักฐาน โปร่งใส นำทีมโดยผู้เชี่ยวชาญ และปราศจากการแทรกแซง ทั้งนี้ นายบลิงเคนได้พบกับ ดร. ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกในกรุงคูเวต ซิตีของคูเวตเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่รายงานการสืบสวนที่มาของโรคโควิด-19 ในจีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ระบุว่า เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่เชื้อไวรัสโคโรนาจะหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองในเมืองอู่ฮั่นของจีนตามคำกล่าวอ้างของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลกได้ประกาศแผนสืบสวนที่มาของโรคโควิด-19 ระยะที่สองในจีนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่รัฐบาลจีนกลับปฏิเสธเข้าร่วมแผนงานดังกล่าว ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐได้สั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐสืบสวนที่มาของโรคโควิด-19 อีกครั้ง พร้อมทั้งเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

สหรัฐเรียกร้องอาเซียนจัดการปัญหาในเมียนมา

ฮานอย 14 ก.ค. – นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐรู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในเมียนมา และเรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ดำเนินการเพื่อยุติความรุนแรงและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยในเมียนมา ในระหว่างการประชุมทางไกลร่วมกับคณะรัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน นายเนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า นายบลิงเคนเรียกร้องให้อาเซียนเร่งดำเนินการตามหลักฉันทามติ 5 ประการในทันทีและแต่งตั้งทูตพิเศษเพื่อประสานงานแก้ปัญหาวิกฤตในเมียนมา ทั้งยังขอให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังอย่างไม่ยุติธรรมทั้งหมดในเมียนมา และเร่งฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยในเมียนมาด้วย นอกจากนี้ นายบลิงเคนยังเน้นย้ำว่า สหรัฐปฏิเสธข้ออ้างสิทธิทางทะเลโดยมิชอบด้วยกฎหมายในทะเลจีนใต้ และระบุว่า สหรัฐขอยืนเคียงข้างกลุ่มผู้อ้างสิทธิในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องเผชิญกับการบีบบังคับจากจีน นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซียกล่าวว่า เขาหวังว่าการประชุมในวันนี้จะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงพันธสัญญาที่สดใสจากความร่วมมือระดับพหุภาคีของสหรัฐในภูมิภาคนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าใจดีว่ารัฐบาลสหรัฐชุดก่อนไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบพหุภาคีมากนัก แต่เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับยอมรับความร่วมมือในระดับพหุภาคี ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า หนทางดังกล่าวเป็นทางเดียวที่จะสร้างความมั่นคง สันติภาพ ความมั่งคั่ง และเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่จีนระบุวันนี้ว่า จีนไม่เห็นด้วยอย่างมากกับจุดยืนที่ผิดของสหรัฐจากกรณีที่นายบลิงเคนระบุว่า สหรัฐปฏิเสธข้ออ้างสิทธิทางทะเลโดยมิชอบด้วยกฎหมายในทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ นายบลิงเคนได้เข้าร่วมการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์กับคณะรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีไบเดนเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐในเดือนมกราคม และมีขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลในกลุ่มนักการทูตและกลุ่มอื่น ๆ ว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้ให้ความสำคัญมากพอกับภูมิภาคที่สำคัญต่อยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของตนเพื่อตอบโต้จีนที่กำลังแผ่ขยายอำนาจมากขึ้น.-สำนักข่าวไทย

1 2