fbpx

รัฐบาลทหารเมียนมาจัดพิธีสวนสนามในวันหยุดสำคัญ

รัฐบาลทหารเมียนมาแสดงความแข็งแกร่งทางทหารด้วยการจัดพิธีสวนสนามในกรุงเนปิดอว์ วันนี้ โดยพลเอกอาวุโสมินห์ อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารกล่าวปกป้องการก่อรัฐประหารเมื่อปีที่แล้วว่า มีความจำเป็นเพื่อปกป้องประเทศจากศัตรูทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ชาวเมียนมาไม่หวั่นถูกจับเคลื่อนไหวครบหนึ่งปีรัฐประหาร

ย่างกุ้ง 1 ก.พ.- กลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวเมียนมาจะเดินหน้าการผละงาน เนื่องในวันครบรอบ 1 ปีที่กองทัพรัฐประหารยึดอำนาจ แม้ว่ารัฐบาลทหารขู่จะจับกุมผู้เข้าร่วมการผละงานก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ชาวเมียนมา “ประท้วงเงียบ” ด้วยการหยุดอยู่บ้านและธุรกิจปิดทำการในวันนี้ นักเคลื่อนไหวคนหนึ่งประกาศว่า จะเคลื่อนไหวต่อไปแม้อาจถูกจับกุมและคุมขังตลอดชีวิต หรืออาจถูกทรมานและสังหาร ด้วยหวังว่าการผละงานจะส่งสารแสดงการต่อต้านไปถึงรัฐบาลทหาร เมืองมิตจีนาในรัฐกะฉิ่นทางเหนือของเมียนมาได้ติดป้ายประกาศลงนามโดยกองทัพ เตือนชาวเมืองอย่าเข้าร่วมการประท้วงเงียบ ไม่เช่นนั้นจะถูกจำคุกสูงสุด 20 ปี ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพบรรยากาศในเมืองดังกล่าวที่ถนนร้างผู้คน และภาพกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนไม่มากในนครย่างกุ้งราดสีแดงบนพื้นถนน หนังสือพิมพ์อิรวดีไทมส์รายงานว่า มีคนถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 4 คนในเมืองพะสิม ทางตอนกลางของประเทศ โทษฐานยุยงให้คนประท้วงเงียบ หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมาของทางการเมียนมารายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลตั้งแต่รัฐประหารได้ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 6 เดือนเพื่อปูทางให้มีการเลือกตั้งตามที่รับปากไว้ และรัฐบาลจะจัดการเลือกตั้งทันทีที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ แต่ไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน รายงานระบุว่า ผู้นำเมียนมากล่าวถึงภัยจากผู้ก่อวินาศกรรมทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงการก่อการร้ายและการบ่อนทำลายว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดเส้นทางที่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศมีระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคที่เป็นระเบียบและแท้จริง.-สำนักข่าวไทย

“อรรถวิชช์”ติงผู้นำฝ่ายค้านอย่าส่งสัญญาณกระทบศก.

“อรรถวิชช์” ย้ำผลเลือกตั้งไม่เปลี่ยนนายกฯ ขอปชช.ตัดสินใจเลือกพรรคกล้า การเมืองคุณภาพ เชื่อไม่มียึดอำนาจ ขอผู้นำฝ่ายค้านอย่าส่งสัญญาณกระทบศก.

บริษัทพลังงานใหญ่ออสเตรเลียถอนตัวจากเมียนมา

ซิดนีย์ 27 ม.ค.- วูดไซด์ บริษัทพลังงานรายใหญ่ของออสเตรเลียประกาศวันนี้เรื่องการถอนตัวจากเมียนมา ถือเป็นบริษัทรายล่าสุดที่ยกเลิกการทำธุรกิจในเมียนมานับจากกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว วูดไซด์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และดำเนินธุรกิจในเมียนมานาน 9 ปี มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ถือหุ้นว่า บริษัทตัดสินใจถอนผลประโยชน์ทุกอย่างออกจากเมียนมา เหตุผลหนึ่งคือ สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลง การถอนธุรกิจจากเมียนมาจะทำให้บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไม่ต่ำกว่า 6,638 ล้านบาท) เม็ก โอนีลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหญิงของวูดไซด์กล่าวว่า สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเมียนมาทำให้บริษัทไม่สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งก๊าซเอ-6 (A-6) หรือกิจกรรมอื่นในอนาคตได้อีก เอ-6 เป็นโครงการแหล่งก๊าซน้ำลึกอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของเมียนมาที่มีโททาลเอนเนอร์ยีส์ บริษัทพลังงานข้ามชาติของฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วน ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโททาลและเชฟรอน บริษัทพลังงานข้ามชาติของสหรัฐเพิ่งประกาศถอนตัวจากเมียนมาเช่นกัน เอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการหญิงของกลุ่มฮิวแมนไรทส์วอทช์ในออสเตรเลียมองว่า การถอนตัวของวูดไซด์ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการใช้มาตรการลงโทษเมียนมาแบบประสานกันพร้อม ๆ กันและมีความจำเพาะเจาะจง ด้วยการมุ่งเล่นงานอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตก๊าซที่ทำรายได้ให้เมียนมาปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,237 ล้านบาท).-สำนักข่าวไทย

ผู้นำคาซัคสถานระบุประเทศรอดพ้นรัฐประหาร

ประธานาธิบดีคาสซิม โจมาร์ท โตกาเยฟ ของคาซัคสถานกล่าววันนี้ว่า ประเทศคาซัคสถานเพิ่งรอดพ้นความพยายามในการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

ผู้นำทหารเมียนมาจะให้ผู้แทนอาเซียนพบทุกฝ่าย

เนปิดอว์ 8 ม.ค.- พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมารับปากว่า จะให้ผู้แทนพิเศษของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนพบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุไม่สงบทางการเมืองในขณะนี้ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายกล่าวระหว่างแถลงที่กรุงเนปิดอว์ร่วมกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชาที่ไปเยือนเมื่อวันศุกร์ว่า จะให้การรับรองว่าทูตพิเศษอาเซียนจะได้พบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุไม่สงบทางการเมืองในขณะนี้ รวมทั้งชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ และจะสนับสนุนให้ทูตพิเศษอาเซียนได้ทำตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติตามแผนสันติภาพฉันทามติ 5 ข้อที่เมียนมาตกลงกับอาเซียนเมื่อเดือนเมษายน หนึ่งในนั้นมีการเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในเมียนมาโดยทันที ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนวาระปัจจุบันแสดงความสนับสนุนผู้นำเมียนมาว่า สันติภาพที่สมบูรณ์และความปรองดองแห่งชาติไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้าร่วมและตกลงด้วย โดยอ้างถึงบทเรียนที่กัมพูชาเรียนรู้จากกระบวนการสันติภาพที่ใช้เวลาตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษหลังปี 1980 จนถึงต้นคริสต์ทศวรรรษหลังปี 1990 นายกรัฐมนตรีฮุน เซนเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่เยือนเมียนมา นับตั้งแต่กองทัพเมียนมารัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ฝ่ายต่อต้านในเมียนมาพากันประท้วงการเยือนครั้งนี้.-สำนักข่าวไทย

“ซู จี” จะฟังคำตัดสินคดีแรกวันอังคารนี้

นางออง ซาน ซู จี ผู้นำพลเรือนของเมียนมาที่ถูกยึดอำนาจจะฟังคำตัดสินคดีแรกจากที่ถูกรัฐบาลทหารเมียนมาตั้งข้อหาหลายคดีในวันอังคารที่ 30 พฤศจิกายนนี้

กองทัพซูดานตกลงให้นายกฯ ที่ถูกรัฐประหารกลับมา

คาร์ทูม 21 พ.ย.- กองทัพและแกนนำพลเรือนซูดานบรรลุข้อตกลงในวันนี้ เรื่องแต่งตั้งให้นายกรัฐมนตรีอับดัลลา ฮัมด็อกที่ถูกรัฐประหาร กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ซูดานเผยว่า กองทัพและพรรคการเมืองหลายพรรค ตกลงเรื่องให้นายกรัฐมนตรีฮัมด็อกกลับมาดำรงตำแหน่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญอิสระ และตกลงให้ปล่อยตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลรวมทั้งนักการเมืองที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่กองทัพรัฐประหาร เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่า สหประชาชาติ สหรัฐ และหลายฝ่ายมีบทบาทสำคัญในการร่างข้อตกลงนี้ ซึ่งมีขึ้นไม่กี่วันหลังจากแพทย์เผยว่า มีคนถูกกระสุนจริงยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน ระหว่างเดินขบวนต่อต้านรัฐประหาร นายฮัมด็อกวัย 65 ปี ได้รับแต่งตั้งจากสภาอธิปไตยในปี 2562 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างการเปลี่ยนถ่ายประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตย หลังจากประชาชนประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีโอมาร์ ฮัสซัน อัลบาชีร์ที่ผูกขาดปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2532 จนกระทั่งกองทัพยึดอำนาจนายอัลบาชีร์ในเดือนเมษายน 2562 ต่อมาพลเอกอับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ประธานสภาอธิปไตยได้ยุบสภาและรัฐประหารยึดอำนาจนายฮัมด็อกเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกักเขาไว้ในบ้านพัก ทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินขบวนต่อต้าน ขณะที่ชาติตะวันตกประณามและระงับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจบางอย่าง.-สำนักข่าวไทย

ประท้วงรุนแรงในซูดาน เสียชีวิตแล้ว 15 คน

เจ้าหน้าที่ซูดาน เปิดฉากยิงปืนและแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงหลายพันคนที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหารในกรุงคาร์ทูม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน

นักเคลื่อนไหวขอให้ยูเอ็นแทรกแซงในเมียนมา

กลุ่มปกป้องสิทธิพลเมืองมากกว่า 500 กลุ่ม เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดการประชุมหารือเพื่อหาทางยุติปฎิบัติการทางทหาร

ซูดานเตรียมประท้วงทั่วประเทศขอประชาธิปไตยคืน

คาร์ทูม 30 ต.ค.- ฝ่ายต่อต้านการรัฐประหารในซูดานขอให้ประชาชนแสดงพลังประท้วงทั่วประเทศในวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจแก่รัฐบาลพลเรือน และนำพาประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมาหลายทศวรรษ นักเคลื่อนไหวที่เตรียมเข้าร่วมการประท้วงเผยว่า กองทัพควรกลับกรมกอง และคืนอำนาจให้แก่นายกรัฐมนตรีอับดัลลา ฮัมดอคที่ถูกพลเอกอับเดล ฟัตตาห์ อัลบูร์ฮาน ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม สิ่งที่ประชาชนต้องการคือ ประเทศพลเรือนและประเทศประชาธิปไตยเท่านั้น ด้านฝ่ายต่อต้านระดมคนผ่านใบปลิว ภาพวาดตามกำแพง และชุมชน เนื่องจากถูกทางการจำกัดบริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต โดยมั่นใจว่าทุกคนทราบข่าวอย่างทั่วถึง และจะออกมาแสดงพลังอย่างเนืองแน่น นายแอนโทนี บลิงเคนรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐทวีตว่า กองกำลังความมั่นคงซูดานต้องเคารพสิทธิมนุษยชน การใช้ความรุนแรงใด ๆ กับผู้ชุมนุมอย่างสันติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ สหรัฐจะเคียงข้างชาวซูดานต่อไปในการต่อสู้แบบไร้ความรุนแรงเพื่อประชาธิปไตย มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 11 คน จากการปะทะกับกองกำลังความมั่นคงในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่า นายกรัฐมนตรีฮัมดอคถูกกักบริเวณในบ้านพักตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมและยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หนึ่งวันหลังจากทหารบุกจับกุมและนำตัวไปควบคุมที่บ้านพักของพลเอกบูร์ฮาน ขณะนี้สหรัฐและธนาคารโลกได้ระงับความช่วยเหลือซูดานที่ตกอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนขาดแคลนอาหารและยา คนเกือบ 1 ใน 3 ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน พลเอกบูร์ฮานอ้างว่า รัฐประหารเพื่อสกัดสงครามกลางเมือง หลังจากรัฐบาลนายฮัมดอคปลุกระดมให้คนเกลียดชังกองทัพ และรับปากจะนำประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยจะให้มีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2566 ซูดานมีการรัฐประหารหลายครั้งตั้งแต่รัฐบาลอังกฤษและอียิปต์ลงนามจะให้เอกราชตั้งแต่วันที่ 1 […]

1 2 3 4 19