fbpx

โทรหาเตียง 1330 ไม่มีคนรับสาย จะมีระบบโทรกลับ

สปสช.28 เม.ย.-เลขาฯ สปสช. ให้ความมั่นใจประชาชนอยู่เกณฑ์เสี่ยงเข้ารับการรักษา ตรวจหาเชื้อโควิดได้ฟรี ไม่มีเรียกเก็บเพิ่ม เผยเตรียมติดต่อรับตัวผู้ตกค้างภายใน 1-2 วันนี้ หากระบบศูนย์แรกรับเสร็จสิ้น


นพ.จเด็จ ธรรมรัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า คนไทยที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 ล้วนได้รับการรักษาฟรีในทุกกรณี ไม่ว่าจะใช้สิทธิรักษาพยาบาลในระบบใดก็ตาม ครอบคลุมการเข้ารับบริการทั้งในหน่วยบริการภาครัฐและเอกชน ขณะเดียวกันยังรวมไปถึงบริการตรวจคัดกรอง ซึ่งประชาชนทุกคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงจะต้องเข้าเกณฑ์กติกาตามที่กรมควบ คุมโรคกำหนดหรือในอีกกรณีที่หากมีการประกาศให้ประชาชนกลุ่มใดเป็นกลุ่มเสี่ยงและต้องเข้ารับการตรวจ ประชาชนกลุ่มดังกล่าวก็สามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาล เพื่อหาเชื้อโควิด-19 ได้ฟรี ไม่ว่าผลออกมาจะเป็นบวกหรือลบก็ตาม นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา ยังได้กำหนดให้แพทย์สามารถใช้วิจารณญาณได้ว่าผู้ป่วยรายใดจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจ ซึ่งผู้ป่วยรายดังกล่าวก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

“ตอนนี้อาการของคนไข้โควิดนั้น เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย บางครั้งแม้ไม่มีอาการใด แต่ไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมา แพทย์ก็อาจสั่งให้ตรวจได้ ซึ่งถ้าแพทย์สั่งแล้วไม่ว่ายังไงประชาชนก็จะได้รับบริการฟรี ดังนั้นไม่ใช่ว่าใครก็ตามจะมาขอรับการตรวจได้ แต่แพทย์จะต้องเป็นผู้กรองให้อีกที” นพ.จเด็จ กล่าว


นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในส่วนของระบบการจ่ายนั้น ปัจจุบันครอบคลุมไปยังโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง แม้จะไม่ได้อยู่ในระบบใดๆ ของรัฐ โดยมีกติกาและอัตราการจ่ายซึ่งเป็นที่ยอมรับกัน อย่างไรก็ตามในส่วนปัญหาที่เคยมีข้อท้วงติงเรื่องการเบิกจ่ายช้านั้น ขณะนี้ สปสช.ได้ปรับระบบให้เบิกจ่ายได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อให้หน่วยบริการมีงบประมาณเพียงพอในการดูแลผู้ป่วยต่อไป และหากโรงพยาบาลใดพบยังปัญหาล่าช้า ติดขัด ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางโทรศัพท์ 6 เลขหมาย ประกอบด้วย 02-142-3100 ถึง 3, 061-402-6368 และ 090-197-5129 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานต่อไป ซึ่งเบอร์โทรศัพท์ทั้ง 6 เลขหมายนี้สำหรับให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทรมาสอบถามเรื่องการเบิกจ่ายต่างๆ เท่านั้น ส่วนกรณีประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องการใช้สิทธิบัตรทอง หรือประสานหาเตียงโควิด-19 โทรไปที่สายด่วน 1330 เหมือนเดิม

นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า กรณีของกติกาต่างๆ ที่อาจยังมีความไม่เข้าใจ เช่น การไปโรงพยาบาลสนามหรือโรงแรมที่เป็น Hospitel นั้น จะเบิกได้หรือไม่ ยืนยันว่าในทุกกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ภาครัฐล้วนมีกลไกการเบิกจ่ายอยู่แล้ว และไม่มีรายการใดที่จะเรียกเก็บจากประชาชนที่ป่วยเพิ่มเติม ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนที่คิดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงรีบหาโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจ เพราะหากพบว่าติดเชื้อจะได้สามารถเข้าสู่กระบวนการแยกตัวออกจากครอบครัวและชุมชนได้เร็ว ซึ่งจะเป็นวิธีป้องกันควบคุมโรคได้ดีที่สุด

สำหรับสายด่วน สปสช.1330 ที่ร่วมให้บริการประสานหาเตียงตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.เป็นต้นมา พบว่ามีจำนวนผู้โทรสอบถามข้อมูลเฉลี่ยวันละ 4,000 ราย เป็นผู้ป่วยติดเชื้อประมาณวันละกว่า 100 ราย โดยถึงขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่เกือบ 2,000 ราย เกือบครึ่งหนึ่งได้เข้าสู่ระบบแล้ว แต่ส่วนที่ยังค้างอยู่ในระบบกว่า 500 รายขณะนี้กำลังรอเตียง โดยมีระบบติดตามทุก 6 ชั่วโมงเพื่อคอยติดตามอาการและประสานกับทางโรงพยาบาลต่อไป


“เป้าหมายของเราคือจะต้องไม่มีสายค้างอยู่ในระบบ ฉะนั้นหากประชาชนโทรมาแล้วยังไม่มีคนรับสายก็ไม่ต้องกังวล เพราะจะมีคนโทรกลับไปอย่างแน่นอน และเรากำลังทำให้การโทรกลับเร็วขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนคน ซึ่งขณะนี้น่ายินดีว่ามีหลายหน่วยงานที่ติดต่อเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยในการโทรกลับ ซึ่งก็จะช่วยงานของเรารวดเร็วขึ้นได้” นพ.จเด็จ กล่าว .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุชา” สั่งตรวจสอบเมรุ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข

“อนุชา” สั่งการ พศ. ตรวจสอบเมรุวัดต่างๆ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ยืนยันวัดเป็นที่พึ่งของประชาชน

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม วันอาสาฬหบูชา

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันเสาร์ ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัปดาห์หน้า “แอสตราเซเนกา” ส่งมอบวัคซีนอีก 2.3 ล้านโดส

ประธาน บ.แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) ส่งจดหมายเปิดผนึกแจ้งกำหนดส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา อีก 2.3 ล้านโดส ในสัปดาห์หน้า รวมยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม

อุตุฯ เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ – ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร