สมศ.เปิดแอปพลิเคชันใหม่ แม่นยำ-รวดเร็ว-ลดภาระ

หนองคาย 7 ต.ค.- สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เริ่มนำร่องทดลองใช้แอปพลิเคชัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินรูปแบบใหม่ใหม่ปี 2564 ด้วยแนวคิดในการนำแพลตฟอร์มเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการประเมินทั้งระบบ ช่วยให้การประเมินรวดเร็ว สถานศึกษาทั่วประเทศได้รับการประเมินอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการลงพื้นที่ ไม่สร้างภาระแก่สถานศึกษา ด้านสถานศึกษาหนุน สมศ. ให้นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการประเมิน และการปรับรูปแบบ ปรับเกณฑ์ และระบบการประเมินลดความซ้ำซ้อน ลดจำนวนวันลงพื้นที่ ลดภาระงานของสถานศึกษา เน้นการประเมินที่สถานศึกษาสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์ และเป็นการเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินรูปแบบใหม่ที่จะมาถึง


ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า สมศ.ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นการทดลองใช้แอปพลิเคชันสำหรับผู้ประเมินภายนอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการประเมิน และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้หน่วยงานในกำกับ หันมาใช้ระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลในกระบวนการทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินรูปแบบใหม่ปี 2564

สมศ.จึงนำร่องทดลองใช้แอปพลิเคชัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนธันวาคม 2563 โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวจะช่วยให้การลงพื้นที่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การบันทึกข้อมูลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดระยะเวลาในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเหลือเพียงแค่ 1 วัน สำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก และช่วยลดปัญหาการร้องเรียนในกรณีต่างๆ เช่น ผู้ประเมินมาสาย หรือกลับก่อนเวลา อีกทั้งในกรณีที่เกิดการร้องเรียน ก็สามารถตรวจสอบประวัติการดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันได้เลย ซึ่งระบบแอปพลิเคชันจะทำให้ สมศ. และหน่วยประเมิน รู้สถานะของผู้ประเมินพร้อมกัน


ดร.นันทา กล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดการทำงานของระบบแอปพลิเคชัน สมศ.จะมีการเปิดให้ผู้ประเมิน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หลังจากนั้นผู้ประเมินสามารถล็อคอินเข้าระบบด้วยเลขที่บัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และจะได้รับรหัส OTP ที่ได้รับผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หลังจากล็อกอินเสร็จเรียบร้อยในระบบจะมีข้อมูลเบื้องต้นของผู้ประเมิน และข้อมูลของสถานศึกษาที่ผู้ประเมินจะต้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ว่าจะต้องไปในวันเวลาใดบ้าง ส่วนขั้นตอนในการใช้แอปพลิเคชันเพื่อการบันทึกข้อมูลนั้นสามารถทำได้ทั้งแบบพิมพ์ข้อความ และบันทึกผ่านเสียง จากนั้นระบบจะแปลงเสียงมาเป็นไฟล์ข้อความ และผู้ประเมินสามารถส่งรายละเอียดไปยังอีเมล เพื่อแก้ไขรายงานสรุปได้เลยทันที ส่งผลให้งานประเมินสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และยังช่วยลดจำนวนวันในการลงพื้นที่ และลดภาระงานของสถานศึกษาอีกด้วย

โดยในขณะนี้ระบบแอปพลิเคชันมีความสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้ว 90% ซึ่ง สมศ.จะเริ่มให้ผู้ประเมินใช้แอปพลิเคชันในกระบวนการประเมินอย่างเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2563 เนื่องจากเป็นเดือนแรกที่จะเริ่มการประเมินในรูปแบบใหม่ นอกจากการนำแอปพลิเคชันมาใช้ระบบการประเมินแล้ว สมศ.ยังมีการพิจารณาปรับเกณฑ์ การประเมินรูปแบบใหม่ เพื่อให้การประเมินเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา สามารถนำผลประเมินไปใช้พัฒนาสถานศึกษาได้จริง

“การลงพื้นที่เพื่อทดลองใช้ระบบแอปพลิเคชันครั้งนี้ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งภายหลังจากลงพื้นที่ทดลองเสร็จเรียบร้อย  สมศ.จะนำข้อมูลที่ได้ไปปรับให้ระบบแอปพลิเคชันมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น รองรับการประเมินรูปแบบใหม่ที่จะมาถึง และเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ประเมินใช้แอปพลิเคชันในช่วงที่มีการประเมินจริง ทั้งนี้ สมศ.ยังคาดหวังว่าระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้จะช่วยให้กระบวนการประเมินมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และไม่สร้างภาระให้แก่สถานศึกษาและผู้ประเมินภายนอก อีกทั้งแอปพลิเคชัน และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ สมศ.อยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำ จะช่วยให้การประเมินสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว สถานศึกษาทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 60,000 แห่ง ได้รับการประเมินอย่างทั่วถึง ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ม.49 ทั้งนี้ การนำระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาใช้จะทำให้ สมศ.สามารถประเมินสถานศึกษาได้ในปริมาณเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา” ดร.นันทา กล่าวสรุป


ด้านนางสาวพวงแก้ว สกุลทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์ปอลหนองคาย กล่าวว่า ทางโรงเรียนเห็นด้วยที่ทาง สมศ.มีการปรับรูปแบบ  ปรับเกณฑ์ และระบบการประเมินโดยการลดความซ้ำซ้อน ลดจำนวนวันลงพื้นที่ ลดภาระงานของโรงเรียน เน้นการประเมินที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน ดังนั้น สำหรับการประเมินรูปแบบใหม่ปี 2564 โรงเรียนจึงมีการประชุม วางแผน ทุกสัปดาห์ และดำเนินงานตามแผน ตามขั้นตอนของระบบการประกันคุณภาพภายใน พร้อมทั้งปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอน เพิ่มทักษะความชำนาญทางเทคโนโลยีให้ให้แก่ครู เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเข้ารับการประเมินรูปแบบใหม่ด้วย

สำหรับสถานศึกษาแห่งอื่น ที่จะเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก สถานศึกษาต้องสำรวจบริบทของตัวเองก่อนว่าอะไรคือจุดเด่น หรือจุดที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม หลังจากนั้นให้กำหนดเป้าหมายการประกันคุณภาพภายในให้สอดคล้องกับสิ่งที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะหากสถานศึกษาทำประกันคุณภาพภายในได้ดี ก็จะส่งผลให้การประเมินภายนอกดีตามไปด้วย โดยที่สถานศึกษาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม เพราะการประเมินของ สมศ.รูปแบบใหม่ไม่ได้เพิ่มภาระให้แก่สถานศึกษาอีกต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ใบประกอบวิชาชีพครู

เตือนคุณครูเปิดเทอมนี้ ต้องมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”

เตือนคุณครูเปิดเทอมนี้ ต้องมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” แนะรีบต่ออายุใบอนุญาต หลังคุรุสภาออกมาตรการ 5 ต. คุมเข้มทุกโรงเรียนทั่วไทย

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นักท่องเที่ยวเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตร ตม.6 แบบดิจิทัล

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตร ตม.6 แบบดิจิทัล หรือ TDAC ล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วันก่อนเดินทาง ตามกฎใหม่ ตม.

พีชเรียกอาต่าย

ผบ.ตร.ไม่ปลื้ม “พีช” โอ้อวดเรียก “อาต่าย” ลั่นไม่ใช่ญาติ

ผบ.ตร.ไม่ปลื้ม “พีช” คู่กรณีรถกระบะ โอ้อวดเรียก “อาต่าย” รู้จักคนในรัฐบาล หวังผลคดี ลั่นไม่ใช่ญาติ สอนลูกเสมออย่าทำตัวเป็นขยะสังคม บอกประชาชนใช้วิจารณญาณเลือกตั้ง

“นายกเบี้ยว” ยอมรับลูกขับรถหวาดเสียว พร้อมชดใช้-ดูแลลุงคู่กรณี

“นายกเบี้ยว” รับจบแทนลูก ยอมรับลูกขับรถหวาดเสียว พร้อมชดใช้ ดูแลลุงคู่กรณี ระบุสอนลูกไม่ดี ไม่มีเวลาให้ลูก ปฏิเสธไม่สนิทกับ ผบ.ตร. อย่าเอาท่านมาแปดเปื้อน ส่วนที่ลูกชายยังไม่ไปเยี่ยมลุงคู่กรณี เนื่องจากกลัวโดนถูกโวยวาย

ข่าวแนะนำ

ก.อุตฯ เตรียมส่งตรวจเหล็กตึก สตง. เพิ่ม 21 เม.ย.

ก.อุตสาหกรรม กางผลตรวจเหล็กตึก สตง.ถล่ม รอบแรก ก่อนส่งตรวจเพิ่มอีก 40 ท่อน 21 เม.ย. ย้ำผิดคือผิด! ผู้ผลิต-จนท.มีเอี่ยว เตรียมปิดเทอม

พายุฝนพัดต้นยางอายุร่วม 100 ปี ทับโรงครัววัดพังราบ

พายุฝนลมกระโชกแรง ซัดต้นยางอายุร่วม 100 ปี วัดนางเหลียว ล้มทับโรงครัวพังเสียหาย ชาวบ้านในงานศพตื่นตระหนก วิ่งหนีกระเจิง

ลุยรื้อถอนต่อเนื่องเข้าวันที่ 24 จนท.ทำงานหนักตลอด 24 ชม.

เดินหน้ารื้อถอนอาคาร สตง.ถล่ม เข้าสู่วันที่ 24 เจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชม. เพื่อให้เสร็จตามแผน ขณะที่ภารกิจค้นหาผู้ติดค้างยังคงดำเนินต่อเนื่อง