กทม.ขอโทษคนกรุง น้ำท่วมขังเมื่อปลายสัปดาห์

กทม.5 ต.ค.-โฆษก กทม.โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษเหตุน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของ กทม.เมื่อวันศุกร์เสาร์ที่ผ่านมา น้อมรับทุกเสียงสะท้อน ขณะที่บ่ายนี้ ผู้ว่าฯกทม.เรียกประชุมด่วนติดตามสถานการณ์น้ำท่วม


ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร(โฆษกกทม.)โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง – Earth Pongsakorn Kwanmuang” ว่า ศุกร์ เสาร์ที่ผ่านมามีหลายคนที่พบปัญหาน้ำท่วมขังได้แชร์รูปและแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่างๆ นั้น

ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณทุกเสียงที่ร่วมบอกกันมานะครับ และต้องขอโทษทุกท่านๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังในครั้งนี้ กทม. ได้ติดตามทุกความคิดเห็นของทุกคนและนำข้อมูลทั้งหมดไปดำเนินการแก้ไขในทันทีแล้วครับ


เหตุที่มีฝนตกหนักมากเกินกว่า 100 มม. ในหลายจุด เนื่องมาจากฝนในพื้นที่ที่ถูกเติมด้วยฝนที่มาจากอ่าวไทย ลักษณะของฝนเคลื่อนตัวช้าคือตกหนักที่เดิมไม่ไปไหน

ประกอบกับเป็นการตกปริมาณมากติดต่อกัน 2 วัน และในวันพฤหัสบดี กทม. ก็ได้พร่องน้ำรับมือไว้ก่อนแล้ว แต่เมื่อฝนตกติดต่อกัน การระบายน้ำต้องใช้การระบายน้ำทันทีแบบไม่มีเวลาได้พร่องน้ำไว้รอก่อนครับ

กทม.ยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมยังคงอยู่ให้เห็นในหลายพื้นที่ ยังหลีกเลี่ยงน้ำท่วมขังไม่ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะปัญหาจากฝนตกหนักมากจริงๆ และกายภาพของพื้นที่ที่ใครก็รู้ว่าเราตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ลักษณะเหมือนแอ่งกระทะ พื้นผิวส่วนใหญ่เป็นคอนกรีต ท่อน้ำเก่าขนาดเล็กจะเพิ่มขนาดหรือสร้างเพิ่มก็ลำบากและพื้นดินเองก็มีการทรุดตัวทุกปี


ถึงแม้ กทม. จะพยายามอย่างเต็มที่ด้วยทรัพยากรทั้งแรงงานและเงินที่เรามี แต่จากความตั้งใจในการแก้ไขปัญหานี้ถ้าเทียบกับเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัด หากใครพอจะจำได้ว่าเมื่อก่อนฝนตกทีไรน้ำท่วมทุกที
*เมื่อก่อนน้ำท่วมเฉลี่ยสูงมากว่า 30 ซ.ม. แต่ตอนนี้น้ำเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 10 ซ.ม.ไม่เกิน 20 ซ.ม.

*เมื่อก่อนต้องใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมง กว่าน้ำจะแห้ง และก็มีบางจุดต้องรอเป็นวันก็มี แต่ปัจจุบันใช้เวลาเร่งระบายเพียง 2 ชั่วโมง สุดสุด 3 ชั่วโมง

จากข้อมูลสามารถตอบคำถามหลายคนที่ถามทุกครั้งที่ฝนตกว่า “กทม. จะไม่ทำอะไรเลยเหรอ ฝนตกทีไรน้ำก็ท่วมไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย”
กทม. ขอยืนยันนะครับ

*ก่อนที่ฝนตกไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนเราก็ไม่เคยหลับ พี่ๆ เจ้าหน้าที่เราพร้อมประจำจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม พี่ๆ คนงานกวาด ก็รอไม่ไปไหนคอยเคลียร์ขยะที่ลอยมากับน้ำไม่ให้ไปขวางทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำก็พร่องน้ำออกเตรียมรับน้ำฝนใหม่ทุกแห่ง

และที่สำคัญ กทม. ได้ขุดลอกคู คลอง และเปิดทางน้ำไหล ไปแล้ว 96.6% ของความยาวคลองทั้งหมดที่มี พร้อมทั้งล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำแล้วเสร็จก่อนหน้าฝนจะมาทุกปีครับ

*ช่วงเวลาที่ฝนตก พี่ๆ หน่วย BEST ของสำนักระบายน้ำ และ 50 เขต ก็จะคอยรอรับสัญญาณจุดไหนที่มีปัญหาก็จะฝ่าฝนออกไปทำหน้าที่แก้ปัญหาทันทีไม่ว่าน้ำจะท่วมขังนอกเหนือจุดที่เสี่ยง จุดเฝ้าระวัง ต้นไม้ล้ม เพราะปัญหาพวกนี้ต้องแก้ไขทันทีจะรีรอไม่ได้

*โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวเราก็มีอย่างต่อเนื่องและช่วยได้มากจริงๆ จากเดิมการระบายน้ำของเราก็เป็นไปตามธรรมชาติ ฝนตกลงมาก็ไหลลงท่อ น้ำไหลออกจากปลายท่อไปลงคลอง น้ำไหลจากคลองไปลงสู่แม่น้ำเมื่อ 5 ปีก่อนส่วนมากจะเป็นเช่นนี้ น้ำถึงต้องใช้ระยะเวลาเดินทางนานมากกว่าจะลดจนกว่าจะแห้ง แต่ปัจจุบัน กทม. ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น

*อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ 4 แห่ง ความยาวร่วม 19 37 กิโลเมตร ประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 195 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (1) โครงการระบบฝันน้ำเปรมประชากร (2) บึงมักกะสัน (3) คลองแสนแสบ (4) คลองบางซื่อ และที่เรากำลังจะสร้างเพิ่มอีก 5 เพื่อให้ครอบคลุมทั้งฝั่งธนและฝั่งพระนคร (1) บึงหนองบอนลงแม่น้ำเจ้าพระยา (2) คลองเปรมประชากรจากคลองบางบัว ลงเจ้าพระยา (3) คลองแสนแสบ ขยายความยาวเดิม (4) คลองทวีวัฒนา (5) คลองพระยาราชมนตรีครับ

*ระบบระบายน้ำในถนนสายหลัก(Pipe Jacking) ระบายน้ำท่วมขังจากบ้านเรือนประชาชนและจากผิวจราจรให้ระบายลงสู่คูคลองและลงไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 13 โครงการ ใช้งานได้แล้ว 5 โครงการ

*ธนาคารเก็บน้ำใต้ดิน (Water Bank) 4 แห่ง ใช้งานแล้ว 2 แห่ง และแก้มลิม บึงรับน้ำ 42 แห่ง รวมเก็บน้ำได้ทั้งหมดประมาณ 16 ล้าน.ลบ.ม.

*ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม เป็นศูนย์กลางควบคุม บริหารจัดการระบบระบายน้ำที่ทันสมัยเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและแก้ไขน้ำได้ทันที
*สถานีเรดาห์ตรวจอากาศ 2 แห่ง สถานีหนองแขม รัศมีคอบคลุม 150 ก.ม. และหนองจอก คอบคลุม 120 ก.ม. รวมทั้งสองสถานีครอบคลุมทั่วพื้นที่ กทม.

ช่วงท้ายนี้นะครับ เราขอขอบคุณทุกเสียงที่สะท้อนการทำงานในเรื่องนี้ และกำลังใจที่มีให้พี่ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ตลอดมา เราน้อมรับและก็ยอมรับเสมอมันเป็นเรื่องอยากที่จะให้วันนี้ วันพรุ่งนี้ปัญหาน้ำท่วมหมดไป แต่เราก็ยืนยันเสมอว่าเราไม่เคยหยุดนิ่งเฉย ในทุกๆ วัน ทั้งวันที่ฝนตกและวันฝนไม่ตก การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ กทม. เราจะทำตลอดไม่หยุด และจะทำให้ดีที่สุดครับ

ขณะที่ในช่วงบ่ายวันนี้ (5 ต.ค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. จะเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ กทม.2ภายหลังการประชุม โฆษก กทม.จะแถลงข่าวผลการประชุม .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย