สธ.ส่งทีมสอบสวนโรคสอบวัคซีนHPVด.ญ.เสียชีวิต

สำนักข่าวไทย 31ส.ค.- ผอ.กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค แจงผล ส่งทีมสอบสวนโรค ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา สอบเหตุเด็กหญิงวัย 11 ปี รับ วัคซีน HPVเสียชีวิตแล้ว พร้อมตรวจสอบคุณภาพวัคซีน เบื้องต้น พบการเก็บรักษาวัคซีนอยู่ในเกณฑ์มีคุณภาพ แต่ทั้งหมดต้องส่งเรื่องให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาประกอบ คาดทราบผล 2-3สัปดาห์


พญ.สุชาดา เจียมศิริ ผู้อำนวยการกองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงผลการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 11 ปี จากการรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ( HPV) ว่า ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคของกรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ทั้งสอบสวนซักประวัติผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่เสียชีวิต รวมถึงการติดตามประเมินคุณภาพของวัคซีนที่ให้ว่ามีห่วงโซ่ความเย็น และการเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เบื้องต้นพบวัคซีน มีประสิทธิภาพดี ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ จะถูกนำมาประกอบการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน ร่วมกับผลการชันสูตรศพ เพื่อพิจารณาว่าการรับวัคซีน HPV นี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ คาดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์ทราบผล

พญ.สุชาดา กล่าวว่า จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าวัคซีน HPV นี้ มีความปลอดภัยสูงและใช้กันทั่วโลก โดยประเทศไทย เริ่มมีการทดลองนำร่องฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในปี 2014 หรือ ปี2557 ในบางพื้นที่ จากนั้นเมื่อพบว่ามีความปลอดภัยจึงขยายฉีดทั่วประเทศในปี 2560 คาดว่ามีเด็กหญิงได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้ไปกว่า1.6 ล้านคนแล้ว และที่ผ่านม่าไม่พบการรายงานถึงการเสียชีวิตจากการรับวัคซีน มีแต่รายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการรับวัคซีนเท่านั้น ได้แก่ อาการไข้ ต่ำ เวียนศีรษะ หายใจไม่สะดวก แต่ทราบว่าสำหรับเด็กหญิงคนดังกล่าวที่เสียชีวิต มีอาการไข้ต่ำก่อนได้รับวัคซีน เมื่อฉีดไปจึงมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอการสอบสวนจากผู้เชี่ยวชาญ ถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาการไข้ ที่ปรากฎแสดงว่าน้องอาจมีอาการป่วยด้วยโรคอื่นอยู่ เมื่อได้รับวัคซีนเข้าไปอีก จึงต้องรอดูสาเหตุที่ชัดเจน ส่วนการสอบสวนโรค ยังได้ขยายคลุมไปในเพื่อนนักเรียนที่ได้รับวัคซีนด้วยกันอีก 4 คน เพราะวัคซีน 1 ขวดสามารถฉีดให้เด็กได้ถึง 5 คน ก็ไม่พบปัญหา และรอผลการตรวจสอบวัคซีนในลอตเดียวกัน ที่ฉีดให้ในแต่ละจังหวัดมาประกอบการสอบสวนโรคได้วย


พญ.สุชาดา กล่าวว่า สำหรับผู้ปกครองที่มีความกังวลไม่สบายใจ เกี่ยวกับการรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก สามารถให้เด็กชะลอการรับวัคซีนออกไปก่อนได้ เนื่องจากรอบระยะห่างการรับวัคซีนHPVแม้ต้องรับต่อเนื่อง 2 เข็ม แต่ระยะห่างเข็มที่1 และเข็มที่ 2 ห่างได้นานถึง 1 ปี ซึ่งการฉีดวัคซีนให้ในปัจจุบัน ระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน (กรณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี) เพื่อรอให้ผลการตรวจสอบวัคซีน ที่แน่ชัด .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย