สมุทรสาคร 16 พ.ค. – แม่ค้าจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งชาวสมุทรสาคร โอนเงินผิดเกือบ 300,000 บาท เข้าบัญชีสาวบุรีรัมย์ ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามเองได้เงินคืน 160,000 บาท พบเจ้าของบัญชีปลายทางนำเงินไปซื้อทองและรถจักรยานยนต์
จากกรณีนางสาววิราวรรณ ชวดพงษ์ อายุ 40 ปี ชาว ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผู้ประกอบกิจการบริษัท SP Foods จำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็ง และวัตถุดิบหมูกระทะทุกชนิด โอนเงินผิดบัญชี จากต้องการโอนเงินจำนวน 293,439 บาท ไปยังบัญชีคู่ค้ากัน แต่กลับโอนผิดเข้าบัญชีของนางเสาวณีย์ หญิงสาวชาว จ.บุรีรัมย์ เหตุเพราะกดเลขผิดเพียงตัวเดียว พอมีการติดต่อขอเงินก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากสาวคนดังกล่าว โดยปลายทางบอกว่านำเงินไปใช้ส่วนตัวแล้ว และโอนคืนกลับมาให้เพียง 39,700 บาท และไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เป็นเจ้าของบัญชีของผู้เสียหาย จนการอายัดบัญชีล่าช้า ก่อนจะเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา
นางสาววิราวรรณ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเองใช้แอปพลิเคชันของธนาคารแห่งหนึ่งในการโอนเงินไปยังบัญชีต่างธนาคาร เพื่อจ่ายค่าเนื้อหมูให้กับคู่ค้าที่เพิ่งค้าขายกันเป็นครั้งแรก จำนวน 293,439 บาท พอโอนเงินเรียบร้อยแล้วได้แจ้งไปยังคู่ค้า พร้อมกับสลิป แต่ปรากฏว่าทางคู่ค้าบอกว่าตนโอนเงินผิดบัญชี เพราะที่โอนไปไม่ใช่บัญชีของคู่ค้า และชื่อบัญชีก็ไม่ใช่ด้วย จึงได้ตรวจสอบเลขบัญชีอีกครั้งพบว่าโอนเงินผิดบัญชีจริง เพียงแค่กดเลขผิดตัวเดียว
หลังจากทราบว่าโอนเงินผิดบัญชีก็รีบให้สามีซึ่งเป็นชื่อเจ้าของบัญชี เดินทางไปที่ธนาคารสาขาที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าทันที ส่วนตัวเองติดต่อไปยังคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร เพื่อขอให้ช่วยอายดเงินในบัญชีที่โอนผิดไปไว้ก่อน แต่ทางคอลเซ็นเตอร์กลับบอกว่าทำไม่ได้ ต้องติดต่อสาขาที่เปิดบัญชีไว้เท่านั้น
ขณะที่สามีได้โทรศัพท์กลับมาบอกว่าธนาคารสาขาให้ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ เพราะรวดเร็วกว่า และยังต้องไปแจ้งความเอาหลักฐานมายืนยันกับธนาคารอีกด้วย ซึ่งทุกอย่างที่ธนาคารบอกมา ไม่ว่าจะแจ้งเจ้าหน้าที่สาขา แจ้งคอลเซ็นเตอร์ และแจ้งความตำรวจ เพื่อขอเอกสารทางราชการนั้น ตนเองและสามีรีบดำเนินการอย่างทันทีเร็วที่สุด แต่สุดท้ายเมื่อนำหลักฐานตามที่ธนาคารบอกกลับมายื่นที่ธนาคารสาขาอีกครั้งกลับได้รับคำตอบว่าไม่สามารถอายัดได้ ต้องส่งเรื่องไปที่สำนักงานใหญ่ก่อนตามขั้นตอน
จากนั้นตนเองกับสามีไม่สามารถนั่งรอเฉยๆ ได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อติดต่อนางเสาวณีย์ เจ้าของบัญชีปลายทางที่โอนผิดไป หรือญาติพี่น้อง กระทั่งสุดท้ายสามารถติดต่อกับลูกสาวของนางเสาวณีย์ได้ พร้อมกับยอมรับว่าแม่โอนเงินมาให้จำนวน 50,000 บาท ทางลูกสาวจึงเอาไปปิดค่างวดรถ 20,000 บาท เหลือเงิน 30,000 บาท ขอโอนให้ก่อน ที่เหลือจะผ่อนชำระให้
ส่วนนางเสาวณีย์ บอกว่าใช้เงินหมดแล้ว ส่วนที่เหลือไม่มีให้ จึงยอมติดคุกแทน เนื่องจากนำเงินไปซื้อทองน้ำหนัก 1 บาท และซื้อรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินคืนมาได้รวม 150,000 บาท ทางตนจึงประสานขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจนร้านทองยอมโอนเงินคืนให้ 30,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำทองมาคืนร้าน สรุปตอนนี้ตนเองได้เงินกลับคืนมาทั้งหมด 160,000 บาท ยังคงค้างอีกจำนวน 133,439 บาท
นางสาววิราวรรณ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การเสียเงินจากความไวของระบบออนไลน์เท่านั้น แต่ยังทำให้เสียความรู้สึกจากการให้บริการของธนาคารที่ไว้ใจเลือกที่จะฝากเงินด้วย ต่างจากการโฆษณาของธนาคารว่าทันสมัย สะดวก รวดเร็ว แค่ใช้ปลายนิ้วเท่านั้น แต่เมื่อเกิดปัญหากลับไม่ไวเหมือนตอนที่ต้องโฆษณาไว้.-สำนักข่าวไทย