fbpx

นายกฯ เร่ง พม.พัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย

ทำเนียบฯ 1 ก.ค. – นายกรัฐมนตรีมอบกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หารือหน่วยงานครอบครองที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำที่ดินมาพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย สานต่อนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ หลังส่งมอบโครงการใหม่และปรับปรุงที่อยู่เดิมให้ประชาชนแล้วกว่า 82,00 หน่วย


น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อยผ่านหลายมาตรการ รวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานที่ดีขึ้น คณะกรรมการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (กตน.) ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการคลัง ได้ดำเนินโครงการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ถึงมีนาคม 2565 ทั้งในส่วนของการพัฒนาโครงการใหม่ แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ทำกิน ตลอดจนการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ได้มาตรฐานรวมแล้ว 82,193 หน่วย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีรับทราบปัญหาและข้อจำกัดในส่วนของที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการ เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้น เพื่อให้การสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยเดินหน้าต่อไปได้ต่อเนื่อง จึงมอบหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ไปหารือกับหน่วยงานที่ครอบครองที่ดินแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อนำมาพัฒนาโครงการ โดยอาจตกลงกันเป็นสัญญาเช่าระยะยาว โดยให้ดูแลทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย


“การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างมาก ท่านติดตามความก้าวหน้าของแต่ละโครงการ ให้คำแนะนำสนับสนุนแก้ไขในกรณีที่เกิดปัญหา เพราะเห็นว่าที่อยู่อาศัยคือความมั่นคงของชีวิตประชาชน เป็นรากฐานที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมในด้านอื่น ๆ” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ทั้งนี้ กตน. รายงานว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2563 ถึงมีนาคม 2565 กคช. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม 82,193 หน่วย ประกอบด้วย (1) สร้างโอกาสให้กับประชาชนมีที่อยู่อาศัยในทุกระดับรายได้ โดยส่งมอบที่อยู่อาศัยให้ประชาชนรวม 14,703 หน่วย ประชาชนได้รับประโยชน์ 44,109 คน

(2) แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และสร้างชุมชนน่าอยู่ ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ก่อสร้างแล้วเสร็จ ทั้งในส่วนของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1-2 โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ระยะที่ 1-2 รวม 4,460 หน่วย ประชาชนได้รับประโยชน์ 13,380 คน


(3) พัฒนาและสนับสนุนให้มีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน รวม 63,030 หน่วย ประกอบด้วย 1) การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย แยกเป็นโครงการของการเคหะแห่งชาติ 28,102 หน่วย และโครงการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 28,015 หลัง อาทิ โครงการบ้านมั่นคง บ้านพอเพียง ที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากร ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้า ไฟไหม้ ไล่รื้อ ภัยพิบัติ 2) การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ 1,362 หลัง 3) การปรับปรุงที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความยากจนและมีที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย 5,304 หลัง และ 4) การปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับคนยากจนและผู้ด้อยโอกาส 247 หลัง .- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

อาลัย “น้องไอซ์” สังเวยเพลิงไหม้ “Mountain B” รายที่ 19

แม่โพสต์เศร้า “น้องไอซ์” แฟนสาวนักร้องผับ Mountain B คืนเกิดเหตุ เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 19 ชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดมาเป็นลูกแม่เหมือนเดิม

รวบสองพี่น้องชิงทรัพย์-ยิงผู้เสียหายเสียชีวิต พบมีคดีติดตัวเพียบ

ตำรวจตามรวบตัวสองพี่น้องจี้ชิงทรัพย์สามีภรรยาที่ชลบุรี ก่อนยิงฝ่ายชายเสียชีวิต พบประวัติก่อคดีโชกโชนและมีคดีติดตัวเพียบ

ข่าวแนะนำ

“เสี่ยยศ” ปัดเป็นเจ้าของตัวจริง Mountain B

มีรายงานว่า “เสี่ยยศ” เจ้าของ Mountain B ตัวจริง เข้ามอบตัวแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ด้านทนายความเตรียมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ไว้ยื่นขอประกันตัว

นักวิชาการชี้ไม่ต้องกังวลปี 65 น้ำจะท่วมเหมือนปี 54

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในช่วงนี้ นักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มองว่า สถานการณ์น้ำฤดูฝน 65 ต่างจากปี 54 โดยปี 54 น้ำท่วมจากมีน้ำเหนือไหลหลากทั้งลุ่มเจ้าพระยาและท่าจีน แต่ปัจจุบันมีฝนตกกระจายทุกพื้นที่ แล้วมีการระบายน้ำลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ เป็นปกติ

ซีอีโอไฟเซอร์ แจ้งติดโควิด

นายอัลเบิร์ต บูร์ลา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอ (CEO) ของไฟเซอร์ บริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐ แจ้งว่า มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นบวก โดยได้รับการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคแล้ว 4 เข็ม

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 5 แบรนด์ ทวงถามขึ้นราคา 6 บาท เป็น 8 บาท/ซอง

5 ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าขึ้นราคาจาก 6บาทเป็น 8บาท/ซอง หากไม่ได้ก็จะขออีก