fbpx

เร่งลดก๊าซเรือนกระจก


มูลนิธิป่ารอยต่อ 16 มี.ค. – “บิ๊กป้อม” ประชุม คกก.นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เร่งลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อประโยชน์ประชาชน



พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อม นาย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้ง ที่ 1/65 ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ที่ มูลนิธิป่ารอยต่อฯ
โดยที่ประชุมรับทราบ การแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 ท่าน และรับทราบรายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยปี 59 -73 ในการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 14 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายขั้นต่ำที่ร้อยละ 20 จากกรณีปกติ


นอกจากนี้ที่ประชุม เห็นชอบ เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย การเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในความร่วมมือหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดิน การสร้างสมดุลของก็าซเรือนกระจก ภายในปี 2573 ซึ่งขยายผลจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม COP 26 ที่ผ่านมา และเห็นชอบ ร่าง แนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนของทุกภาคส่วนของสังคม



พร้อมเห็นชอบ ร่างข้อตกลงการดำเนินงานภายใต้ความตกลงปารีส ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับ สมาพันธรัฐสวิส เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ , ร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอาศัยระบบนิเวศน์ในบริบทความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นประโยชน์กับภูมิภาคและอาเซียน และ โครงการเสริมสร้างศักยภาพเชิงสถาบันและเชิงเทคนิค เพื่อดำเนินการตามกรอบความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส


พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อมิให้สภาพภูมิอากาศโลกและประเทศไทยเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ โดยกำชับขอให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ให้ความสำคัญกับการลดความท้าทายและข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคเอกชนและการจัดเก็บข้อมูลที่ยังไม่เป็นระบบ รวมทั้งพิจารณาความเสี่ยงและความรุนแรงที่แตกต่างของผลกระทบจากภัยพิบัติที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยขอให้เพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคส่วนอื่นๆ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มการมีส่วนร่วมกับชุมชนและการสื่อสารกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและการเตรียมรับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่ที่ยังมีข้อจำกัด พร้อมกับขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้งคณะทำงานและเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามเป้าหมายที่กำหนด และขอให้เสนอ ครม.ทราบผลการประชุม .-สำนักข่าวไทย.


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้รอดชีวิตเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิต ไฟไหม้ผับสัตหีบ

ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เล่าเหตุการณ์นาทีชีวิเห็นไฟลุกไหม้จึงพยายามตะโกนบอกกลุ่มเพื่อนแต่ไม่มีใครได้ยิน จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกทางด้านประตูหน้า ปกติมาเที่ยวบ่อยครั้งแต่ไม่เคยสังเกตว่ามีประตูหนีไฟ

ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางไปดูศพ ยายร่ำไห้หลานวัย 17 ดับ

ญาติของผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ผับดังกลางเมืองสัตหีบ เดินทางไปดูศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายแล้ว

ลุงเลือดเดือดพิพาทปาดหน้า ซัลโว 8 นัดดับคู่กรณี

ลุงวัย 61 ปี เมาขับรถหวาดเสียว มีปากเสียงกับคู่กรณี ก่อนฟิวส์ขาดขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงไปกระหน่ำยิง 8 นัด ดับคู่กรณี ตำรวจตามรวบตัวได้คาบ้าน

ข่าวแนะนำ

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้