นายกฯ เหน็บฝ่ายค้านรู้ตอนจบทศกัณฐ์

รัฐสภา 17 ก.พ.-นายกฯ ยันรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลเดิมจากปี 57 มีคนเดิมแค่ 4 คน 32 คนเป็นคนใหม่ นโยบายใหม่ รมต.พร้อมแจงรายละเอียดทุกประเด็น ลั่น ไม่มีทุจริต ระบุฝ่ายค้านให้เป็นพระรามพระลักษณ์ แล้วออกตัวจะเป็นทศกัณฐ์ รู้อยู่แล้วตอนจบเป็นอย่างไร ชี้ประเทศไทยใหญ่กว่ารามเกียรติ์


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงทันทีภายหลัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดญัตติอภิปราย ทั่วไปแบบไม่ลงมติตาม มาตรา 152 เป็นคนแรก ว่า พร้อมรับฟังด้วยเหตุด้วยผล อะไรที่เป็นประโยชน์ อะไรที่จะนำไปสู่การแก้ไข พร้อมจะรับไปดำเนินการ ขณะนี้มีหลายสถานการณ์เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน รัฐบาลพยายามจะแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ซึ่งไม่ใช่ตนทำเพียงคนเดียว แต่ร่วมมือกับคณะทำงานต่าง ๆ รัฐบาล รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล และข้าราชการทั้งประเทศหลายแสนคน ที่ช่วยกันทำงานในช่วงที่ผ่านมา

“ถ้าท่านกล่าวว่าเป็นข้อบกพร่องและเป็นปัญหาอยู่ จากข้อมูลที่นพ.ชลน่าน กล่าวมาทั้งหมด หลายอย่างยังไม่ได้ลงในรายละเอียด ซึ่งเวลาที่เหลือต่อจากนี้คณะรัฐมนตรีมีคำชี้แจงที่จะลงรายละเอียดให้กับนพ.ชลน่าน เพื่อไม่ให้ประชาชนรับฟังด้านเดียว แต่จะได้รับฟังเรื่องของการแก้ไขปัญหา ความก้าวหน้า และหลักคิดแนวคิดต่าง ๆ ซึ่งหลายคนในที่นี้อาจมองว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ไม่มีความสามารถ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ” นายกรัฐมนตรี กล่าว


ส่วนที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีเข้าสภาฯ ควรวางบทบาทให้เหมือนกับรามเกียรติ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคงเล่นบทพระรามพระลักษณ์ แต่อีกฝ่ายคงต้องเล่นเป็นบททศกัณฐ์ แต่คิดว่าประเทศชาติคงไม่ใช่แบบรามเกียรติ์ แต่ท้ายที่สุดก็รู้อยู่แล้วว่าทศกัณฐ์เป็นอย่างไรในตอนท้าย อันนั้นคือข้อเท็จจริง ตนจะไม่กล่าวอะไรอีกที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ให้เกิดความทะเลาะเบาะแว้ง หรือไม่พอใจกันอีก พยายามจะระมัดระวังอย่างที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่นพ.ชลน่านกล่าวมานั้นประมาณ 15 ประเด็น สิ่งแรกที่นพ.ชลน่านกล่าวไม่ใช่ข้อเท็จจริง คล้ายกับว่ารัฐบาลนี้ใช้อำนาจ เป็นกลไกเข้าสู่อำนาจ รวมถึงรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ ไม่ใช่รัฐบาลเดิมจากปี 2557 ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นั่งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 คนที่อยู่ในอำนาจเดิมมาทำหน้าที่ใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ตามกฎหมายใหม่ ตัวบุคคลไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีมีอยู่ 4 คนที่ซ้ำกับเดิม ส่วนอีก 32 คนเป็นคนใหม่ทั้งหมด ซึ่งนโยบายก็ต่างกันแน่นอน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การก่อหนี้สาธารณะ การขยายเพดานหนี้ ครัวเรือน น้ำมันแพง ข้าวของแพง ค่าแรงถูก ยืนยันว่าชี้แจงได้ทั้งหมด เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ อัตราการตกงานของนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่มขึ้น การเปิดปิดกิจการเพิ่มขึ้นหรือลดลงโรงงานต่าง ๆ ก็แก้ไขปัญหาจนมีผลสัมฤทธิ์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่เป็นสถานการณ์ที่เป็นวิกฤติการณ์ของโลก ของภูมิภาค ของทุกประเทศอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าการแก้ไขปัญหานั้นยุ่งยาก มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก รัฐบาลต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาทั้งหมด ในเชิงโครงสร้างกลไกและวิธีการ ทางกฎหมาย หลายอย่างคงพูดง่าย ๆ ไม่ได้ ซึ่งต้องชี้แจงรายละเอียดให้เข้าใจ


“การแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 ที่ฝ่ายค้านระบุว่า กลับไปกลับมา วัคซีนล่าช้า ยืนยันว่าชี้แจงได้ทั้งหมด และเหตุผลคืออะไร วันนี้จัดหาได้เพียงพอ วันแรกมีปัญหาของความไม่พร้อมวัคซีน ข้อตกลงต่าง ๆ ก็ยังไม่เกิดขึ้น เกิดขึ้นไม่ได้ ความไม่แน่นอนในวัคซีนแต่ละประเภท แต่ละชนิด แต่วันนี้ปรากฏออกมาแล้วว่าพัฒนาวิเคราะห์วิจัยจนเป็นผลสัมฤทธิ์ สามารถจัดทำวัคซีนได้ครบถ้วน ส่วนประเทศไทยอยู่ในฐานะที่เป็นประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการยอมรับ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนที่การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ ไม่มีการเยียวยาที่เหมาะสม ถามกลับไปยังฝ่ายค้านว่าการเยียวยาที่เหมาะสมของท่านคืออะไร คือการช่วยเหลือด้วยการให้เงินสนับสนุนงบประมาณ มองในแง่ของงบประมาณว่าโครงสร้างที่ผ่านมาทั้งหมดก่อนหน้าที่ตนเข้ามาทำโครงสร้างอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้ประเทศไทยมี GDP สูงขึ้นบ้างหรือไม่

“ตอบได้หรือไม่ หากตอบได้กรุณาตอบด้วย ท่านถามผม ผมถามกลับท่าน ก่อนหน้านี้นอกจากการขอใช้เงิน ขอใช้งบประมาณให้มากขึ้น เวลาเอาเงินกู้มาก็บอกว่าไม่ทั่วถึง กู้แล้วเพิ่มหนี้สาธารณะ ไม่มีใครทำโดยไม่รู้กฎหมาย เพราะฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาต์ในสุกร ส่งผลกับราคาเนื้อสุกรที่สูงขึ้น ว่า วันนี้ราคาเนื้อสุกรสูงขึ้นหรือไม่ ไม่แพงเพราะอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีเข้าไปแก้ไขอย่างไร เกิดปัญหาขึ้นจากตรงไหน การช่วยเหลือเรื่องการเกิดโรคระบาด แล้วโรคระบาดเกิดจากอะไรเกิดเป็นพื้นที่หรือทั้งประเทศ เดี๋ยวจะมีผู้ชี้แจงให้ทั้งหมด ตนจะ ปกปิดเพื่ออะไร

“แต่สิ่งที่ท่านปกปิดผม ทำไมถึงมีการกักเก็บเนื้อสุกรไว้ในห้องเย็นจำนวนมาก มีคดีอยู่ในศาล ยืนยันว่าจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายทุกประการ ผมไม่ได้รังแกใคร ไม่ได้สนับสนุนลูกค้ารายใหญ่ แต่ต้องการให้ประชาชนคนไทยระดับล่างเข้มแข็งให้มากที่สุด ประเทศไทยตั้งอยู่ด้วยเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจทุกระดับจะต้องเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ขอว่าต้องอยู่ในกติกากฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดองค์ความรู้เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีแนวโน้มที่ตัวสูงขึ้น​ นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า สมัยก่อนปรับตัวสูงขึ้นและต่ำลง ตามความต้องการของตลาดและฤดูกาล เรื่องนี้ตนสั่งการให้ไปตรวจสอบว่ามีราคาสูงขึ้นเพราะอะไร แล้ววันนี้ราคาหมูลงเท่าไหร่​ โดยการลักลอบนำเข้าการปกปิด การเลี้ยงที่ไม่มีคุณภาพก็ต้องไปแก้ไข​ ซึ่งไม่โทษใคร เพียงแต่ให้ทุกคนมาร่วมมือกันทำงาน ปัญหาติดตรงไหนก็แก้ตรงนั้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จะมีหน่วยงานมาชี้แจง ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าไปถึงไหนอย่างไร อย่าพูดลอย ๆ หลายคนพูดว่าจะมาแก้ไข PM 2.5 ขอให้แก้เรื่องปัญหาการจราจรให้ได้เสียก่อน ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือการใช้รถใช้ถนน ห้ามเขาได้หรือไม่ ห้ามรถเก่ามาวิ่งได้หรือไม่ คนเรามีรายได้แตกต่างกัน แต่ทำอย่างไรจะปรับตัวเองได้ทุกอย่างต้องเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป

“ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้ ก่อนที่เขาจะเจริญร่ำรวยมาถึงทุกวันนี้ เอาทุกอย่างมาประยุกต์ใช้​ มาปรับตัว​ มาปรับในความคิดของตน ไม่ได้ทำงานแบบสุกเอาเผากิน เพื่อตอบสนองความพอใจของคนบางคน คนบางกลุ่มตนไม่ทำแบบนั้น แต่ต้องทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข และเป็นความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่ความสุขจอมปลอม พูดให้คนเขาเชื่อ​ พูดให้คนเขารัก มันไม่ใช่ผม พูดด้วยความจริงใจของผมว่าจะพูดจะทำอะไร” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี​ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาประมงว่า ที่ผ่านมาทำให้ทุกอย่างถูกกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมกับประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบกับการค้า การประมงในต่างประเทศ ขอถามว่าแบบนี้เรียกว่าล้มเหลวตรงไหน ล้มเหลวอย่างไร เรื่องการทำลายเรือ เรื่องเหล่านี้เกิดมาเมื่อไหร่ แล้วตนแก้หรือไม่ รัฐบาลก่อน ​ๆ​ เคย​ตอบหรือไม่ ตนไม่ได้พูดถึงรัฐทั่วไป​ แต่ตนพูดถึงรัฐบาลของคนที่พูดเมื่อสักครู่ หากทำมาแล้ว ตนจะยอมรับ หากทำมาดี ตนก็คงไม่ต้องมาทำ ไม่ได้ว่าใคร

“ การแก้ไขรัฐธรรมนูญและบริหารราชการท้องถิ่นพร้อมกระจายอยู่แล้ว แต่ถามว่างบประมาณของท้องถิ่นเก็บได้มากน้อยเพียงใด พยายามจะทำอย่างไรให้ท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้น​ เพราะการเก็บภาษีเป็นส่วนหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้ท้องถิ่นมีขีดความสามารถที่จะมีรายได้ให้เพียงพอ ให้สามารถจัดงบประมาณให้กับท้องถิ่นให้รัฐบาลไม่เคยหวง มีแต่สนับสนุน มีแต่หาเงินมาเติมให้ ขอให้ไปย้อนดูงบประมาณแต่ละปีสนับสนุนเพิ่มเติมไปเท่าไร เก็บภาษีได้เท่าไหร่ เรื่องนี้ได้รายละเอียดเยอะ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายก​รัฐมนตรี​ ชี้แจงถึงการบริหารงานของรัฐบาลส่อไปทางทุจริต ส่งผลต่องบประมาณ ว่า อย่าพูดคำนี้กับตน หากว่าไม่มีหลักฐาน ไม่มีคดีความที่ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ยืนยันว่าเข้ามาตรงนี้ จากวันนั้นถึงวันนี้ถึงวันต่อ ๆ ไป ถ้าตนยังอยู่จะไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ทั้งนโยบาย เจตนารมณ์ และให้ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ มีหลายเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดและจะมีผู้ชี้แจงทั้งหมด ไม่ได้โกรธอะไร​ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ จะแพง​ จะจน​ จะพัง​ ทั้งแผ่นดิน ก็ว่าไปเถอะ

“จากที่ได้ฟังญัตติขอให้ย้อนไปในปี 2564 หากจำกันได้ ทำกันมาได้ดีจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 โควิดก็เข้ากันมาอีกรอบ รัฐบาลเป็นคนเอาเข้ามาหรือไม่ รัฐบาลไม่ได้เป็นคนเอาเข้ามา แต่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ ซึ่งประชาชนทุกคนร่วมมือ แล้ววันนี้ก็มาอีกหลายระลอกไม่ได้ฉลองปีใหม่ แล้วเจอโควิคสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งทุกประเทศเจอปัญหาเหมือนกันหมด เกิดการแย่งชิงวัคซีน รัฐบาลพยายามทำงานเพื่อให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี สามารถฉีดวัคซีนได้ 100 ล้านโดส วัคซีนที่ทุกชนิดที่เข้ามาในประเทศไทยต้องได้รับการอนุมัติอนุญาตจากกลไกของรัฐทั้งสิ้น ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ตาม หากไม่ได้ตรวจสอบคัดกรองให้ดีเข้ามามีอันตราย รัฐบาลต้องรับผิดชอบอีก ทุกยี่ห้อเข้ามาโดยการอนุมัติของรัฐบาล” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิดหลายรอบ​ ว่า การกู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท มีการฟื้นฟูเยียวยาต่อเนื่องหลายโครงการ บรรเทาความเดือดร้อน แล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยส.ส.ระบุว่า การบริหารประเทศ รัฐบาลนี้บอบช้ำทุกด้าน​ ล้มเหลว ขอให้ไปตามว่าประเทศรอบบ้านเขาเป็นอย่างไรบ้าง อันไหนที่เราแย่กว่า​ อันไหนที่เราดีกว่า คำพูดเหมือนว่าเราแย่ไปเสียทั้งหมด ตนว่าไม่ใช่ ฝากครม.​ ส.ส.แต่รัฐมนตรีที่ทราบดีชี้แจงด้วย เพราะต่อเนื่องเชื่อมโยงกับประชาชนอยู่แล้ว รัฐบาลทำงานเข้าเป้าหมายหลายเรื่อง

“ส่วนการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ จะเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ คิดว่ารัฐบาลใช้เงินอย่างเดียวหรือ รัฐบาลต้องคิดสองด้านเสมอ เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้แย่อย่างที่พูด หากล้มเหลวคงไม่มีใครมาลงทุนแน่นอน ไม่มีใครอยากจะมาเที่ยว หรือปรับโทนสีของประเทศให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ ยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์หรือขายทรัพยากรธรรมชาติ ผมเข้ามา ผมรักเรื่องนี้ รักทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่น้อยอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ก็ต้องให้เกิดความเป็นธรรมกับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เนื่องจากมีจำนวนจำกัด ผมไม่สามารถเอาไปแลกอะไรกับใครได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายตามข้อตกลง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า ต้องคิดทั้งระบบ เอาทุกอย่างมาบริหารร่วมกันมีศูนย์กลางในการบริหารสั่งการตามสถานการณ์ จะมาบอกว่าตนใช้แต่อำนาจจนเคยตัว ขอถามว่ากฎหมายพวกนี้เกิดมาในสมัยใคร แล้วใครเคยใช้บ้างหรือไม่ ตนใช้คนเดียวหรือไม่ ก็ออกมาแล้ว ออกมาก่อนที่ตนใช้อีก พวก พ.ร.ก. วัตถุประสงค์เพื่ออะไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมีเสถียรภาพ ตนคงไม่ใช้ในเรื่องของการเอาประโยชน์เข้าใส่ตัวเอง เพราะตนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้

“ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปค่อยแก้ไขค่อยปรับแก้ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทุกวัน รัฐบาล ครม. ทุกคนไม่เคยนิ่งนอนใจ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น มองในสิ่งที่ดี ๆ แล้วขยายสิ่งที่ดี ๆ ทำต่อกันไป สิ่งใดที่ยังไม่เรียบร้อยก็ขอให้เสนอมา ผมยินดีดีปรับแก้ไขในสิ่งที่เป็นไปได้ ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนทุกกลุ่ม รัฐบาลไหนจะนั่งสบายได้ในสถานการณ์แบบนี้ รัฐบาลนี้ไม่มีความสุข ตราบใดที่ประชาชนยังไม่มีความสุข แต่ความสุขความพอใจจะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการบริหารกับงบประมาณที่มีอยู่ สถานการณ์ต้องมีความสงบเรียบร้อย ควบคู่กันไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนโครงการต่าง ๆ รัฐบาล พยายามทำทุกโครงการ หากโครงการใดประชาชนไม่ชอบก็ขอให้บอกมา ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชน โครงการใดควรยกเลิก 3 เฟส 4 เฟสอะไร ตนไม่ได้ต้องการทำเพื่อคะแนนเสียงอะไรทั้งสิ้น แต่ต้องการให้เงินเหล่านี้ไปถึงประชาชนโดยตรง โอนเข้าบัญชีโดยตรง ครที่โกงใครที่ทุจริต ออนไลน์บิดเบือน ติดคุกให้หมด ตนไม่ต้องการให้เขาได้ประโยชน์ ยืนยันว่าทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าต้องทำงานตามแผนเผชิญเหตุ แผนอนาคต ไม่ใช่ทำงานวันต่อวัน ปรับแก้มาตรการดำเนินการว่ามีอะไรที่ยังต้องแก้ไขเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ขอให้ทำไป นี่คือการทำงานร่วมกัน ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ วันนี้ดำเนินการไปแล้ว ต้องแก้ตั้งแต่ต้นเหตุ จะทำอย่างไรที่จะเจรจาไกล่เกลี่ย เพราะเงินไม่ใช่เงินของเรา เป็นเงินของประชาชนทั้งหมด เอาเงินมาใช้ จะต้องทำอย่างไรให้สังคมเข้มแข็งในเวลานี้ ให้ตอบสนองกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในวันนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สังคมเราอ่อนแอ ความรักความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญ หากดูในต่างประเทศเขาเอาคำว่าชาติ  ศาสนา พหุวัฒนธรรม สถาบันมีแต่แตกต่างกัน เขาเอาสถาบันเหล่านี้มาเชิดชูความเป็นหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่เอามาสร้างความแตกแยก ผมได้รับความชื่นชมจากกลุ่มประเทศรายกลุ่ม แต่แน่นอนหากมองในแง่มุมของประชาธิปไตยมีปัญหาหมด แต่ต้องถามว่าอยู่ในกรอบหรือไม่ แล้วควรต้องอยู่ไหม หากไม่ควรต้องอยู่ก็ขอให้ร่างอะไรมาก็ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้

“สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือความรุนแรงในสังคม ชินแล้วกับการใช้คำพูดวาจาหยาบคาย หรือแสดงกิริยาหยาบคาย เคยชินกับความรุนแรงของปืน ท้ายสุดกลับมาด่าเจ้าหน้าที่ แล้วจะอยู่กันแบบนี้ต่อไปหรือ หากจะอยู่แบบนี้กันต่อไปก็แล้วแต่ เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ขอให้สภาฯ แก้กฎหมายโดยเร็ว มีอยู่จำนวนมากที่ค้างอยู่  ต่างคนต่างเล่นกันคนละบทบาท ท่านให้ผมเป็นพระลักษณ์พระรามก็แล้วแต่ ท่านอยากเป็นทศกัณฐ์ก็แล้วแต่ ดูหนังดูละคร ก็ขอให้ย้อนดูตัวคนเล่นละครด้วย ประเทศไทยใหญ่กว่ารามเกียรติ์เยอะ” นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการลุกขึ้นชี้แจงของนายกรัฐมนตรี  ช่วงหนึ่งนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านได้ทำท่าหลับตาพิงเก้าอี้คล้ายจะหลับ หลังนั่งฟังนายกรัฐมนตรีชี้แจงนานร่วมครึ่งชั่วโมง.-สำนักข่าวไทย  

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]