fbpx

นายกฯ หารือผู้บริหาร รพ.เอกชน – Hospitel รับมือโควิด

ทำเนียบ 30 ก.ค.-นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับผู้บริหารหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ และรพ. เอกชน วางแนวทางดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันพยายามลดจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือร่วมกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน ที่ดูแลหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) โรงพยาบาลสนาม ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณโรงพยาบาลเอกชนที่ร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันว่า รัฐบาลและศบค. ทำงานทุกวันต่อเนื่อง มีการปรับปรุงมาตรการเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยยึดหลักการสำคัญ คือ การร่วมมือร่วมใจภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประเทศของเราปลอดภัยจากโรคโควิด-19โดยเร็ว ซึ่งผลการหารือวันนี้ทั้งข้อมูลและข้อสังเกตจากโรงพยาบาลเอกชน จะได้นำเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค. )


นายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลและศบค. ทำงานแบบบูรณาการ เพราะวันนี้ประเทศกำลังอยู่ในภาวะสงครามโรค โดยมีความพยายามลดจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด ยืนยันว่ารัฐบาลจัดเตรียมงบประมาณ จาก พ.ร.ก. เงินกู้ฯ 5 แสนล้านไว้รองรับแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมพร้อมจัดหาเวชภัณฑ์ไว้เพียงพอ ทั้งยาฟาวิฟิราเวียร์ ตอนนี้ไทยสามารถผลิตได้ 200,000 เม็ดเดือนหน้าผลิตได้ 3,000,000 เม็ด ที่เหลือจะนำเข้าจนครบ 60,000,000 เม็ดในเดือนกันยายน ในส่วนของการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เป็นไปตามแผนการจัดหาและการกระจายวัคซีนโควิด-19 คือมีการจัดหาวัคซีนโดยรัฐเพื่อให้บริการประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย วัคซีนทางเลือก และวัคซีนที่ได้รับบริจาค ขอยืนยันว่า ทุกจังหวัดจะต้องได้รับวัคซีนตามสัดส่วนประชากรและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ขอยืนยันว่า วัคซีนของรัฐ ไม่มีตกหล่นหรือหายไป ที่สำคัญขอให้มั่นใจว่าทุกยี่ห้อที่นำเข้าโดยรัฐบาลมีความปลอดภัย สามารถช่วยลดอาการรุนแรงของโรคได้ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถจัดหาได้เองเพื่อเป็นวัคซีนทางเลือก ขอยืนยันนายกรัฐมนตรีและ ศบค. ไม่มีการรวบอำนาจ แต่เป็นทำงานโดยรับฟังข้อเสนอแนะจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ไขให้ตอบสนองกับสถานการณ์ให้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรี ยังรับทราบข้อห่วงใยของโรงพยาบาลเอกชนในเรื่องต่าง ๆ อาทิ เรื่องการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายและการคุ้มครองการทำงานของแพทย์ การตรวจคัดกรอง การจัดส่งผู้ป่วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขทำงานทุกวัน เพื่อให้กระบวนการอนุมัติสำหรับ Hospitel เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อสามารถดึงบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล จากโรงพยาบาลเอกชนและเครือข่ายให้มาร่วมดูแลผู้ป่วยให้มากยิ่งขึ้นได้ ขณะเดียวกันมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สปสช. เข้ามาดูแลกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น ให้ความมั่นใจกับบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วย เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลคนไข้ให้มากที่สุด


นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า รัฐบาลทำงานทั้งเชิงรุก คือ การเตรียมขยาย รพ. บูรณาการร่วมกันของโรงพยาบาลเอกชนทั้งในเครือและนอกเครือ ภายใต้กรอบอันเดียวกัน ได้แก่ การบริหารข้อมูล การส่งต่อ การคัดกรอง มีการรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีความแตกต่างคือ ในส่วนโรงพยาบาลรัฐ ประชาชนจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่ในภาคเอกชนอาจมีการเสียค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหารอการตรวจคัดกรอง ได้เสนอให้เมื่อมีการตรวจด้วย ชุดตรวจเร็ว ATK อาจให้จัดเข้าสู่ระบบ HI/CI หรือส่งไปยังศูนย์พักคอย โรงพยาบาลสนาม เพื่อให้เข้าถึงการดูแลเบื้องต้น โดยให้ดำเนินการทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อช่วยคลายความกังวลของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังได้สั่งการกระทรวงกลาโหม และกองทัพ เข้ามาช่วยดูแลประชาชน บูรณาการทุกภาคส่วน จัดระบบแพทย์ พยาบาล โดยนำนักเรียนแพทย์ชั้นปีสุดท้ายเข้ามาช่วยดูแล เพิ่มขีดความสามารถทางการแพทย์ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งจัดชุดเดินตรวจในชุมชนต่างๆ ขณะเดียวกันก็มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพยายามสร้างสังคมที่ดูแลกันเป็นพื้นที่สีฟ้า ที่เพื่อนบ้านใส่ใจดูแลซึ่งกันและกัน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกรมควบคุมโรค ที่ได้มีการปรับการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 เน้นการให้ข้อมูลที่มีการแยกตัวเลขประเภทผู้ติดเชี้อที่ชัดเจน การนำเสนอตัวเลขผู้ป่วยหายกลับบ้าน เป็นสื่อสารสร้างปัญญามากกว่าสร้างอารมณ์ รวมทั้งช่วยลดวิตกกังวลของสังคมในขณะนี้ด้วย ซึ่งหน่วยงานอื่นๆก็ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนให้รวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันการบริหารงานของรัฐบาลและศบค. ที่ผ่านมาไม่ได้ล้มเหลว มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อและผู้หายป่วยกลับบ้านแล้วก็มาก ขณะนี้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยกำลังทำงานให้กับประชาชนทั้ง 70 ล้านคนใน 77 จังหวัด นายกรัฐมนตรีและศบค. เป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายที่เป็นผลจากการหารือของทุกฝ่าย นายกรัฐมนตรียังเผยว่าพร้อมลงไปพบปะให้กำลังใจคนทำงาน แต่ไม่ใช้ไปหาเสียง แต่เกรงว่าจะเป็นการรบกวนคนทำงาน จึงขอให้คนไทยหันหน้าร่วมมือกัน จะสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้ .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จับแล้วหลอกขายมือถือทำเด็กวัย 14 เครียดเส้นเลือดในสมองแตกดับ

ตำรวจไซเบอร์จับกุมบุคคลหลอกขายโทรศัพท์มือถือทางออนไลน์ ทำเด็กชายวัย 14 ปี ชาวเชียงใหม่ เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

ตำรวจไซเบอร์แถลงจับ 2 สาวหลอกขายมือถือให้ “น้องก้อง”

ตำรวจไซเบอร์ แถลงจับกุม 2 สาวแก๊งหลอกขายมือถือผ่านออนไลน์ให้ “น้องก้อง” วัย 14 ปี ทำเครียดเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิต พบเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาแล้ว และยังมีเหยื่ออีกเกือบ 40 ราย ถูกร้านนี้หลอกขายของ

แจ้งจับ “หมอปลา” ให้ร้าย ตร. ปมศูนย์บำบัดยา

ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด แจ้งความดำเนินคดี “หมอปลา” ให้ร้ายตำรวจ กรณีศูนย์บำบัดยาเสพติดที่กาญจนบุรี ยืนยันตำรวจไม่มีเอี่ยวแสวงหาประโยชน์จากผู้บำบัดยาเสพติด

ไรเดอร์ปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่นหน้าห้างฯ กลางเมืองสมุทรปราการ

ไรเดอร์ยกพวกปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่น หน้าห้างสรรพสินค้าดังย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

ข่าวแนะนำ

น้ำท่วมด่านขุนทดยังสาหัส-พิษณุโลกเริ่มคลี่คลาย

สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ยังสาหัส เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้านติดค้างอยู่เกาะกลางน้ำท่วม ขณะที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก น้ำเริ่มลด รถทุกชนิดสัญจรผ่านได้

นายกฯ ลั่นไม่ได้มาเพื่อให้ทุกคนรัก แต่มาให้กำลังใจ

นายกฯ ให้กำลังใจชาวสุโขทัย ลั่นไม่ได้มาเพื่อให้ทุกคนรัก บอกปีที่แล้วพายุเข้ามา 5 ลูก แต่ปีนี้มีพายุเข้ามาลูกเดียว สวดมนต์ว่าอย่ามาอีกเลย มาลูกเดียวพอแล้ว

จ.ตาก ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลท่วมบ้านบนดอย อ.อุ้มผาง

ฝนถล่มยอดดอย อ.อุ้มผาง จ.ตาก น้ำป่าจากภูเขาสูงไหลท่วมบ้านเรือนและรีสอร์ตสูงกว่า 1 เมตร บ้านริมน้ำและสัตว์เลี้ยงไหลไปกับน้ำป่า เจ้าหน้าที่ระดมหน่วยกู้ชีพ อ.อุ้มผาง พร้อมเรือยาง เร่งอพยพชาวบ้าน

นายกฯ ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามน้ำท่วม บางจุดสูงเกือบ 2 เมตร

นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งล่าสุดบางจุดน้ำยังท่วมสูงเกือบ 2 เมตร