นายกฯ สั่งหน่วยงานแจง ปชช. เตรียมรับมาตรการเข้มงวดขึ้น

กรุงเทพฯ 17 ก.ค. – นายกฯ ติดตามสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากขึ้น สั่งหน่วยงานชี้แจงสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อเตรียมตัวสำหรับมาตรการที่เข้มงวดขึ้น


นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น แม้ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างถึงที่สุด อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และไม่ได้พัก เพราะเป็นห่วงและต้องการควบคุมการแพร่ระบาดและช่วยเหลือประชาชนผู้ติดเชื้ออย่างถึงที่สุด

โดยในการประชุม ศบค. วาระเร่งด่วน ในวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุม ศบค.ได้หารือร่วมกับคณะแพทย์และเร่งหาข้อสรุปแนวทางและมาตรการสำคัญ เพื่อควบคุมและหยุดยั้งการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประเมินผลจากมาตรการที่ประกาศใช้ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ ดังนั้น เพื่อให้การแพร่ระบาดและการสูญเสียน้อยลงให้มากที่สุด ศบค. และคณะแพทย์ เห็นพ้องว่า จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะต้องกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้สั่งให้หน่วยงานจัดทำแผนและดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนควบคู่กันไปด้วย เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านต่างๆ


ดังนั้น เพื่อการเตรียมความพร้อมและให้ประชาชนได้เตรียมตัว นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทย์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนล่วงหน้าก่อนจะมีการประกาศใช้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมาก ซึ่งมาตรการที่เข้มงวดขึ้นนี้จะเสนอมายังนายกรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติและสั่งการดำเนินการต่อไปโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในขณะนี้. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย