ยืนยันชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ทำเนียบฯ  14 ธ.ค.- “ธรรมนัส” เจรจาเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น พร้อมชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ  รอผลศึกษาคณะทำงานที่ตั้งขึ้น เตรียมลงพื้นที่รับฟังข้อมูลรอบด้าน ขณะที่ กลุ่มผู้ชุมนุมจะประกาศท่าที บ่ายนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศแยกพาณิชการ ถ.พิษณุโลก บริเวณทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (14 ธ.ค.) ว่า ยังคงมีการรวมตัวของกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ที่เดินทางมาจาก จ.สงขลา  เพื่อคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเป็นวันที่ 5 แล้ว   ขณะที่ เวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประสาน หวังรัตนปราณี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาพบปะพูดคุย และรับฟังปัญหากับกลุ่มผู้ชุมนุม นำโดย นายสมบูรณ์ คำแหง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มารับฟังปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ในการชะลอการดำเนินโครงการ และจะเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร  เพื่อกำกับและติดตาม  และตนจะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง  เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันที  


 สำหรับประเด็นที่ชาวบ้านเป็นกังวลการประชุมของกรมโยธาธิการและผังเมือง เปลี่ยนสีผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วง เพื่อกำเนินการให้เป็นเขตอุตสาหกรรม  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้ประสานไปยังอธิบดีกรมโยธาฯ เพื่อให้ชะลอการประชุมออกไปก่อน เพื่อหารือแนวทางออกของปัญหากับชาวบ้านอีกครั้ง และได้เชิญตัวแทนชาวบ้านไปหารือร่วมภายในทำเนียบรัฐบาล  

“ยืนยันว่าให้ชะลอโครงการทั้งหมดออกไปก่อน ส่วนจะยุติโครงการหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องรอผลการศึกษารายละเอียดก่อน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวว่า  ได้ยื่น 3 เงื่อนไขกับตัวแทนรัฐบาล คือ 1. ขอให้ยุติการดำเนินโครงการไว้ก่อน  2. เสนอให้ศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA  ว่ามีความจำเป็นในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่  ซึ่งจะเป็นทางออกกับรัฐบาลด้วย และ 3. ขอให้รายงานเรื่องการตั้งคณะทำงานศึกษา เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ วันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) เพื่อเป็นหลักประกันผูกมัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เครือข่ายไม่ไว้วางใจให้มาดูเรื่องนี้


“เบื้องต้น 2 ฝ่ายจะได้พูดคุยกันอีกครั้ง ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับรายละเอียดโครงสร้างคณะทำงานที่จะตั้งขึ้น รวมถึง ขอบเขตอำนาจหน้าที่ ก่อนเสนอให้ พล.อ.ประวิตร ลงนามต่อไป” นายสมบูรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายสมบูรณ์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกันว่า ยังไม่ไว้วางใจ  จะขอรอดูหนังสือคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานก่อน รวมถึง ข้อเสนอบางประเด็น เช่น การเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ  ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะตอบรับหรือไม่ ก่อนประกาศท่าทีของผู้ชุมนุมในช่วงบ่ายอีกครั้ง     .- สำนักข่าวไทย     

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.