“กัณวีร์” ยก 4 เหตุผล ไม่เห็นด้วยงบ 69

รัฐสภา 28 พ.ค.- “กัณวีร์” ชี้ 4 เหตุผล ไม่เห็นด้วยงบ 69 รัฐบาลขาดความเป็นมืออาชีพ – ขาดความเป็นผู้นำ – ไม่ทราบความจำเป็นเร่งด่วน – มองไม่ออกถึงความมั่นคงในประเทศและนอกประเทศ ยกตัวอย่างใช้งบชายแดนใต้ละลายแม่น้ำ ไม่สนใจปัญหาเหมืองแร่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในชายแดน


การประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม อภิปรายว่า ตนเองขอยกเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ทั้งสิ้น 4 ประการ ได้แก่

1.รัฐบาลชุดนี้ ขาดความเป็นมืออาชีพในการทำร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ซึ่ง ปี 67 ไม่เป็นไร ในสมัยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนเมื่อ ปี 68 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพิ่งเข้ามาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่เมื่อปี 69 ที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์มารองรับงบประมาณดังกล่าวแล้วนั้น ตนเองอยากบอกว่าหน้าที่ของพวกท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ และเป็นคณะรัฐมนตรีที่กุมบังเหียนของกระทรวงต่าง ๆ เป็นผู้ชี้ต้องบอกว่าปัญหาของประเทศนี้คืออะไร ปัญหาในแต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบอยู่คืออะไร ไม่ใช่เป็นการจัดทำงบประมาณแบบเดิม ๆ ตนเองเคยเป็นข้าราชการตั้งแต่ปี 2545 โดย 20 กว่าปีที่ผ่านมายังทำเหมือนเดิม ข้าราชการประจำทำงบประมาณขึ้นมา โดยใช้กรอบตัวเงินในการเป็นตัวตั้ง ทำโครงการขึ้นมาสอดรับกับแผนงาน แผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ โดยที่ไม่ยอมนำปัญหาจริง ๆ ที่มองเห็น การเป็นนักการเมือง และเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร กลุ่มกระทรวงต่าง ๆ จัดทำเป็นโครงการแผนงาน แต่กลับทำเป็นเป็นพีระมิดที่กลับหัว ซึ่งผิดกรอบ การจัดทำงบประมาณทำให้ประเทศของเราไม่ก้าวหน้า ไม่สามารถที่จะมองเห็น ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้เห็นว่าปัญหาของประเทศคืออะไรจึงเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถยอมรับร่าง พ.ร.บ. งบ 69 ได้


2.ขาดความเป็นผู้นำของส่วนราชการ ก็ไม่สามารถบอกได้จริงว่าปัญหาคืออะไร เมื่อข้าราชการคิดกรอบงบประมาณมา ก็ส่งต่อมาให้สภา และฝ่ายค้านก็เสียงน้อยกว่าอยู่แล้ว ก็เป็นซะอย่างนี้ แล้วพวกท่านจะอยู่ทำไมตรงนั้น เอาข้าราชการประจำหรือปลัดกระทรวง มาอยู่ดีกว่าหรือไม่

3.ไม่ทราบความจำเป็นเร่งด่วนในประเทศของเรา ว่ากำลังเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าปัญหาต่าง ๆ ควรจะนำการจัดทำงบประมาณ ปัญหาที่ต้นทางในการสร้างโครงการแผนงาน และงบประมาณทีหลัง สำหรับตนเอง งบประมาณมาทีหลัง หากมองแบบก้าวหน้า ต้องเอาปัญหามาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่างบประมาณจะมากขนาดไหนก็ตาม ใส่เข้าไปก่อน หากเยอะเกินไปก็ตัดออกไปได้ แต่ครั้งนี้คือการเอางบประมาณเป็นตัวตั้งครั้งนี้ 3.78 ล้านล้านบาท

4.ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และความมั่นคงกับภายใน และภายนอกประเทศที่กระทบกับเราก็มองไม่ออก


ทั้ง 4 เหตุผลนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ตนเองไม่สามารถให้ความไว้วางใจในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำงบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2569

นายกัณวีร์ ยังยกตัวอย่างปัญหาที่ควรเป็นตัวตั้งในการจัดทำงบประมาณ ว่า ปัญหาเจาะเหมืองมลพิษชายแดนต้นแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ปัญหาในประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีการจัดทำเหมืองทอง เหมืองแร่แรเอิร์ธ และมีผลกระทบต่อจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ไล่ลงมาสู่แม่น้ำโขง จึงตั้งคำถามว่ามองไม่ออกว่านี่คือปัญหาจริง ๆ หากมองออกจะรู้ว่าจะจัดทำงบประมาณอย่างไร และจะรู้ว่าแผนการแก้ไขปัญหาส่วนนี้ควรทำอย่างไร

นายกัณวีร์ ยังเปิดเผยภาพการทำเมืองแร่แรเอิร์ธในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ห่างจากชายแดนไทยเพียง 25 กิโลเมตร ซึ่งพี่น้องภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงรายออกมาต่อสู้ว่าท่านทำอะไรกันอยู่ ทำไมถึงไม่แก้ปัญหา

นายกัณวีร์ ระบุว่า เรื่องเหล่านี้อยู่ภายใต้งบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนย่อย แม่บทการจัดการมลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสารเคมี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 68 มีงบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท แต่เมื่อไปดูในรายละเอียด ก็ไปลงที่กระทรวงอุตสาหกรรม และองค์การจัดการน้ำเสีย

นายกัณวีร์ ยังยกตัวอย่างเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทวาย และพะโค ในประเทศเมียนมา ซึ่งติดกับประเทศไทยเพียงแค่ 132 กิโลเมตร ติดจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งหากมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยการทำธุรกิจ และสิทธิมนุษยชนในเพื่อนบ้านของเรา จะทำอย่างไร เราก็ไม่สนใจเป็นเรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในเมื่อกระทบต่อประเทศไทย การไม่มีความรับผิดชอบของประเทศเพื่อนบ้านในการจัดทำธุรกิจต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย จึงขอให้เราคิดดูว่าหากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้น แล้วไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ สารกัมมันตภาพรังสีแผ่ขยายมาในประเทศไทยแล้วจะทำอย่างไร

นายกัณวีร์ ยกตัวอย่างงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกว่า 56 ล้านบาท แต่เมื่อไปดูในรายละเอียดแล้ว จะเห็นว่าเป็นการป้องกันแค่ภายในประเทศแต่ไม่มองออกไปว่าหากมีผลกระทบจริง ๆ จากประเทศเพื่อนบ้าน และมาสู่ประเทศไทย จะป้องกันอย่างไร ได้ดำเนินการในการพูดคุยหรือไม่ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่มีการพูดคุยในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อีกทั้งกระทรวงกลาโหมก็ไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ ดังนั้น งบประมาณตรงไหนที่จะไปป้องกันว่าไม่ควรทำหรือจะมีการดีลเพื่อพูดคุยว่าไม่ควรเกิดขึ้น

นายกัณวีร์ ชี้ว่า ท่านมองไม่ออกว่านี่คือปัญหาที่จะมีผลกระทบส่งต่อความมั่นคงของประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่ เกิดขึ้นมาประมาณ 2 ปีแล้ว มีความพยายามของประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะอยู่ใกล้ประเทศไทย แต่เราก็ไม่ทำอะไร แล้วพี่น้องในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก ที่จะมีผลกระทบหากเกิดสารกัมมันตภาพรังสีทะลุออกมาจะทำอย่างไร ขณะนี้พี่น้องประชาชนในชายแดนรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เรียบร้อย หากไม่มีแผนงานโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้น

ส่วนโครงการ EEC และฟูนันเตโซในประเทศกัมพูชา ที่ประเทศจีนมาลงทุน รู้หรือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนัยของเรื่องนี้ต้องวิเคราะห์ให้ออก หากการทำคลองในฟูนันเตโซสำเร็จ มีการติดต่อจังหวัดแกบ ไปสีหนุวิล เมื่อลงทุนไปตรงนั้นแล้ว หากมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเหมือนที่เราทำ EEC เราจะทำอย่างไร เพราะเรามีการลงทุนเรื่องนี้ใน 2 ปีกว่า 15,671 ล้านบาท รู้หรือไม่ว่าหากกัมพูชาสามารถทำท่าเรือน้ำลึกเกิดขึ้น พื้นที่ส่วนนั้นจะเป็นตาข่ายรองรับการเดินเรือเข้ามา แล้ว EEC ของเราจะมีผลกระทบได้สร้างโครงการแผนงานอะไรบ้างแล้วหรือไม่ กระทรวงพาณิชย์ได้พูดคุยแล้วหรือไม่ ว่าจะทำอย่างไร ในการประสานงานกัมพูชา โดยรัฐบาลที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศกัมพูชา มีการพูดคุยอะไรกันบ้างหรือไม่ ว่าเรามีโครงการตรงนี้เกิดขึ้นไม่ควรจะมีโครงการต่าง ๆ มารองรับที่เป็นตาข่ายทางด้านเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อ EEC ที่เคยลงทุนเป็นหมื่นล้านมาหลายปีแล้วไม่ได้รับผลกระทบ มีแต่การนำงบประมาณไปลงทุน ไม่ได้ดูความจำเป็นเร่งด่วนว่าคืออะไร หากลงทุนไปแสนล้านบาท แล้วไม่ได้ผลกำไรกลับมาเราจะลงทุนไปเพื่ออะไร

นายกัณวีร์ ยังกล่าวถึงผลกระทบสถานการณ์ในเมียนมาต่อประเทศไทย ว่า ประเทศไทยทราบนานแล้วว่าผลกระทบเกิดขึ้นแน่ ๆ หากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ทั้งกระบวนการค้ามนุษย์ คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ในสมัยรัฐบาลเศรษฐามีการทำเรื่องสิทธิมนุษยชน 5 ล้านบาท ส่วนในรัฐบาลแพทองธาร มีการใช้งบประมาณของเราผ่านศูนย์ประสานงานด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านอาเซียนใช้เงินเท่าไหร่ เราไม่รู้ เพราะเอาเงินทุกอย่างไปสู่งบกลาง ทั้งที่เรารู้ว่าส่วนนี้เป็นการป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นในไทย พี่น้องชายแดนไทยได้รับผลกระทบทั้งนั้น ได้เพียงแค่พูดว่าเราเป็นผู้นำในการสร้างสันติภาพ เราทำทุกอย่าง แต่เราไม่มีงบงบประมาณไม่มีโครงการ จึงตั้งคำถามว่า เอาเงินไปทำอะไรกันหมด ตนเองก็ไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่ต้องมีในการสร้างงบประมาณ ตนเองเชื่อว่าทั้งหมดนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และส่งผลต่อเรื่องการเข้ามาลงทุนเพราะเขาไม่เชื่อว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้

นายกัณวีร์ กล่าวถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่ปาตานี ซึ่งในวันนี้ก็มีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น และยังมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มากมาย รวมถึงงบประมาณที่ใช้ในพื้นที่ ตลอด 23 ปีที่ผ่านมาใช้เงินเกือบ 600,000 ล้านบาท ปีที่ผ่านมางบบูรณาการ 5,872 ล้านบาท ซึ่งปีนี้งบลดลงเหลือ 1,425 ล้านบาท โดยงบประมาณที่เหลือไปใส่ในงบฟังก์ชันให้กับกระทรวง และหน่วยงานด้านความมั่นคงมากมาย ซึ่งไม่ได้แก้ไข แต่พลิกเอางบประมาณไปใส่อีกส่วนหนึ่ง และจะสะท้อนว่างบบูรณาการลดลง เพราะสถานการณ์ดีขึ้น ตนเองจึงตั้งคำถามว่า สถานการณ์ดีขึ้นอย่างไรบ้าง สันติภาพอยู่ตรงไหน

นายกัณวีร์ ตั้งคำถามว่า เรื่องชายแดนใต้ เป็นนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ที่จะบอกว่า Iron fist คือกำปั้นเหล็ก หรือจะเป็น Velvet Glove ที่จะสามารถใช้ไม้เรียวแก้ไขปัญหา แต่เมื่อมาดูงบประมาณแล้วมันย้อนแย้งกัน

นายกัณวีร์ ยังยกตัวอย่างงบประมาณในจังหวัดชายแดนใต้ตลอด 23 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2547 ถึง 2569 รวมกว่า 600,000 ล้านบาท ดูเหมือนว่า ปี 69 จะงบประมาณลดลง แต่กลับกลายเป็นว่าส่วนต่าง 20,000 ล้านบาท ไปอยู่ในงบฟังก์ชันนโยบายก็ไม่มีการสร้างสันติภาพก็ไม่เกิดปัญหาก็เกิดทุกเมื่อนโยบายไม่ทำจะทำอะไรต่อไปจะเอาเงินไปละลายแม่น้ำตลอดเวลาไม่ได้เงินภาษีพี่น้องประชาชนณปัจจุบันจะทำอย่างไรเราไม่เห็นจริง ๆ

นายกัณวีร์ ระบุว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขหาความจริงว่าโรงพยาบาลหนึ่งแห่งในจังหวัดเชียงราย ได้รับการประสานงานจากส่วนกลางต้องการโครงการที่เรียกว่า Digital Imagine and Communication in Medicine (DICOM) หรือ เครื่องมือเก็บมาตรฐานกลางในการจัดเก็บเรียกดูประมวลผลจัดพิมพ์ และแสดงผลภาพถ่ายทางการแพทย์ ในราคาเครื่องละ 50 ล้านบาท ซึ่งต้องให้ท่านตอบว่าจริงหรือไม่ งบประมาณส่วนนี้มีส่วนต่างหรือไม่การจัดทำงบประมาณปี 2569 ที่ทำอย่างขาดประสิทธิภาพ มีงบประมาณแล้วบอกว่าไปหาจัดทำแผนงานโครงการมารองรับใช่หรือไม่

“เหตุผลที่ผมไม่สามารถรองรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ที่มีการนำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และคณะ ต่อสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ เนื่องจากเหตุผลขาดความเป็นมืออาชีพ ขาดความเป็นผู้นำให้กับส่วนราชการ ไม่สามารถบอกความจำเป็นเร่งด่วนที่เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทำให้ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และภัยความมั่นคงทั้งภายใน และภายนอกประเทศง่อนแง่น อยู่จุดเสี่ยงที่สุดของประเทศ” นายกัณวีร์ กล่าว.-312 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ หลังผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียง “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จ ฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกมนตรีและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยจุดยืนของพรรคประชาชน เห็นว่า รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มากกว่าการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้พรรคประชาชนในฐานะพรรคที่มีเสียงในสภามากที่สุด ขอผ่าทางตันทางการเมือง คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อป้องกันนายกฯที่มาจากคณะรัฐประหารหรือนายกคนนอกได้ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ 1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องยุบสภาภายในสี่เดือนนับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง2.ครม. ชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าวันเลือกตั้ง3.พรรคประชาชนยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป จะไม่มีบุคคลจากพรรคประชาชน ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม. ชุดนี้ หากต้องการเสียงสนับสนุนพรรคประชาชนพร้อมที่จะยกมือโหวตให้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย